กรณีพล.ท.บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ออกมาเปิดเผยว่า ในวันที่มีการปะทะ มีคำสั่งให้หยุดยิง ทำเอาหลายคนเดาว่า ใครเป็นคนสั่ง พีพีทีวีไปพูดคุยกับพล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ให้ข้อมูลว่า ตามสายบังคับบัญชามี 3 คน ที่สั่งได้ แต่ส่วนตัวเชื่อว่า คนสั่งคงไม่ออกมายอมรับ เพราะพฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายเป็นกบฏ
โดยพล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ระบุว่า ส่วนตัวนั้นเชื่อคำพูดของพล.ท.บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ที่บอกว่า มีคนสั่งให้หยุดยิงในวันที่มีการปะทะกันครั้งแรก 100 เปอร์เซนต์ เพราะพล.ท.บุญสิน อยู่ในเหตุการณ์ และถือเป็นผู้บัญชาการการรบ
ทีนี้ถ้าหากมาดูตามหลักการ ในตำแหน่งของพล.ท.บุญสิน ในขณะนั้นคือ แม่ทัพภาคที่ 2 พล.อ.รังษี อธิบายว่า หากเรียงลำดับการบังคับบัญชาคนที่จะมีอำนาจสั่งการมีจำนวน 3 คน คือ 1.ผู้บัญชาการทหารบก 2.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ 3.นายกรัฐมนตรี
ส่วนเหตุผลของการโทรมาสั่งให้พล.ท.บุญสิน หยุดยิงนั้น พล.อ.รังษี มองว่า คนที่สั่งคงมีความพยายามจะทำให้เห็นว่า กองทัพอ่อนแอ ไม่กล้าสู้รบ ไม่กล้าตัดสินใจ ซึ่งถ้าวันนั้นพล.ท.บุญสิน ตัดสินใจหยุดยิง เชื่อว่า กัมพูชาจะรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ แล้วใช้โอกาสที่ยึดพื้นที่ไว้ได้มาต่อรอง โดยเฉพาะเมื่อมีกระแสการทวงคืนเกาะกูดของกัมพูชา ที่พยายามจะสร้างเรื่องให้เป็นพื้นที่ทับซ้อน และต้องการให้มีการแบ่งผลประโยชน์ทรัพยากรในอ่าวไทยคนละครึ่ง
พล.อ.รังษี ยังบอกอีกว่า หากวันนั้นพล.ท.บุญสิน สั่งให้หยุดยิงตามไปด้วย เชื่อว่ากองทัพก็จะพังแน่นอน รวมถึงพล.ท.บุญสิน คงเป็นคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะคนที่สั่งหยุดยิงจะกล้าบอกหรือไม่ว่าเป็นคนสั่ง เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการเป็นกบฏ
พล.อ.รังษี ยังระบุถึงกรณีที่ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดขาขาดอีก 1 นาย จนทางการไทยเตรีมพิจารณายกเลิกการลงนามปฏิญญาสันติภาพไทย - กัมพูชา ว่า ถือเป็นโอกาสดีที่ไทยจะพิจารณายกเลิก เพราะส่วนตัวเห็นว่า ข้อตกลงที่ไทยร่วมลงนามตั้งแต่ในวงประชุม GBC ปฏิญาณสันติภาพไทย - กัมพูชา และ MOU 2543 เป็นสิ่งที่ทำให้ไทยเสียเปรียบตลอดเวลา เหมือนโซ่ที่ล็อคขาไว้
เพราะฉะนั้นหากวันนี้จะยกเลิกก็ขอให้ยกเลิกทั้งหมดไม่ใช่แค่เฉพาะปฏิญญาสันติภาพไทย - กัมพูชา เนื่องจากเส้นทางที่ทหารเหยียบทุ่นระเบิด เป็นเส้นทางที่ทหารไทยลาดตระเวนทุกวัน เชื่อได้ว่าไม่ได้เป็นทุ่นระเบิดเก่า แต่เป็นทุ่นระเบิดที่นำมาวางใหม่ ไทยจึงมีความชอบธรรมในการยกเลิกข้อตกลงได้
ส่วนวันที่มีการลงนามปฏิญญาสันติภาพมีโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา มาเป็นสักขีพยาน พล.อ.รังษี บอกว่า ไม่ต้องสนใจ เพราะทรัมป์ได้ข้อตกลงเรื่องแร่แรร์เอิร์ทไปแล้ว คงไม่สนใจประเทศเล็กๆที่ขัดแย้งกันเรื่เส้นแบ่งเขตแดน
พร้อมย้ำด้วยว่า หากผู้นำประเทศไม่ใช้โอกาสนี้ในการยกเลิก ก็ลองดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง โดยเฉพาะกฎในสังคมจะทำอะไรกับกลุ่มคนเหล่านี้ได้บ้าง