หลังจากที่ช่วงเช้าของวันนี้ เวลา 08.54 น. ที่บริเวณด่านพรมแดนคลองลึก อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ฝั่งกัมพูชา โดยทีมสำรวจจำนวน 10 คนได้เดินทางผ่านบริเวณด่านพรมแดนคลองลึก เพื่อมาประชุมกับทีมไทย จากนั้นได้เข้าประชุมร่วมกัน ระหว่างทีมไทยและทีมกัมพูชา ที่กองร้อยทหารพรานที่ 1201 ทีมไทยนำโดย พ.อ.เกรียงไกร บุญเติม ผู้อำนวยการกองภูมิศาสตร์กรมแผนที่ทหาร กองทัพไทย ในฐานะหัวหน้าคณะปฎิบัติงาน พร้อมด้วย พ.อ.ยุทธพล สุจริต แม่กองสนามสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา กรมแผนที่ทหาร กองทัพไทย
นอกจากนี้ ฝ่ายไทยยังมี พ.อ.ศุภกฤต เอกศิริ หน.ชุดสำรวจ, พ.อ.บัญชา ชาญฉลาด รอง ผู้บัญชาการ กองกำลังบูรพา, นายสุเทพ ชัยวัฒน์ ปลัดจังหวัดสระแก้ว ผู้แทนจังหวัดสระแก้ว, นายนริศ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา นายอำเภอโคกสูง ร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย
ส่วนฝ่ายกัมพูชา นำโดย นายสรวย โบรา หัวหน้ากลุ่มปฏิบัติการกัมพูชา รวมถึงผู้อำนวยการฝ่ายสำรวจ, หัวหน้าทีมสำรวจร่วมจากกัมพูชา, รองปลัด อ.โอโจโรว จ.บันเตียเมียนเจย อีกทั้งยังมีผู้แทนกองกำลังทหารของกัมพูชาอีกด้วย
ทีมข่าวได้ข้อมูลบรรยากาศในห้องประชุมในช่วงบ่าย ทราบว่า การประชุมเป็นไปด้วยความตึงเครียด สำหรับการประชุมครั้งนี้ มีรายงานว่าประชุมหลายหัวข้อ ทั้งแนวทางการสำรวจเส้นอ้างสิทธิ์ โดยใช้โดรนสำรวจพื้นที่ รวมถึงวิธีการปักหมุดชั่วคราว และวิธีการรังวัดที่ดิน เป็นต้น
สำหรับหัวข้อแรก หารือเสร็จ ในเวลา 14.00 น. จากการสังเกตของทีมข่าว พบว่าหัวหน้าคณะปฏิบัติงานของกัมพูชา ได้เดินออกมาจากห้องประชุมพร้อมเอกสารจำนวนหนึ่ง และมีการยกหูโทรศัพท์ คาดว่าเป็นการปรึกษาหารือกับบุคคลที่มีอำนาจตัดสินใจจากฝั่งกัมพูชา จากนั้นได้กลับมาประชุมต่อ
ทั้งนี้มีรายงานว่า สำหรับวิธีการปักหมุดชั่วคราว จะใช้ GPS คำนวณ และต้องปักทั้งสองแนวทั้งเส้นสีน้ำเงินที่เป็นเส้นอ้างสิทธิ์ของไทย และเส้นสีแดงที่เป็นเส้นอ้างสิทธิ์ของกัมพูชา เพื่อให้เห็นแนวเขตจากหลักหมุดที่ 42 ถึง 47 ก่อนวางหมุดชั่วคราวทั้งหมดจำนวน 838 หมุด โดยการปักหมุดชั่วคราวจะปักในระยะทุกๆ 25-50 เมตร ตามสภาพพื้นที่เพื่อให้เห็นแนวของแต่ละฝ่ายที่อ้างสิทธิ แต่ต้องดูกันอีกทีว่าในที่ประชุมจะตกลงกันให้เอา 50 เมตรเท่ากันหรือไม่ ซึ่งฝ่ายความมั่นคงของไทยยืนยันชัดเจนมาตลอดว่าการสำรวจและปักหมุดชั่วคราวครั้งนี้จะเห็นเป็นรูปธรรม และเป็นคุณกับฝ่ายไทย ส่วนหากปักหมุดชัดเจนแล้ว แล้วพบจุดที่รุกล้ำ อีกฝ่ายก็ต้องยอมถอย หรือหากใช้คำตามการประชุม JBC ครั้งล่าสุด คือ การปรับการครอบครองที่ดิน
ขณะเดียวกันนายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน พร้อมด้วยชาวบ้านหนองจานและหนองหญ้าแก้วอีกหลายราย เข้าติดตามการประชุมในครั้งนี้ โดยนายวีระ ระบุว่า วันนี้ตัวเองเดินทางมาติดตามการประชุม ซึ่งเดิมทีควรเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวานนี้ แต่ทางกัมพูชาขอเลื่อนมาเป็นวันนี้ โดยทางคณะได้คุยกันตั้งแต่ 9 โมง กระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่เสร็จสิ้น ก็ถือเป็นสัญญาณว่ามีปัญหา และคาดว่าคงตกลงอะไรกันไม่ได้ในบางเรื่อง ส่วนในวันพรุ่งนี้จะได้ปักหมุดชั่วคราวหรือไม่นั้นตนเองก็ยังไม่ทราบ ต้องรอดูผลการประชุมของวันนี้
ซึ่งตนเองก็ไม่เชื่อว่าทางกัมพูชาจะให้ความร่วมมือแบบนี้ตลอดจนครบสองเดือนของการปักหมุดชั่วคราว และมองว่าคงถ่วงเวลา เพราะได้เปรียบเรา เนื่องจากได้แผ่นดินเราไปตั้งนานแล้ว ยิ่งเวลายืดเยื้อออกไปนานเท่าไหร่ เราก็มีแต่จะเสียหายและเสียเปรียบไปเรื่อยๆ
หากผลการประชุมในวันนี้ไม่แล้วเสร็จ ตนเองก็จะไปคุยกันในภาคประชาชนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ เราก็คงไม่ปล่อยให้ทางกัมพูชาซื้อเวลาไปเช่นนี้ หรือเล่นละครไปวันๆ ยืนยันว่าภาคประชาชนคงไม่ยอมเล่นด้วย เรื่องนี้ต้องชัดเจนว่าจะเอาอย่างไร
ต่อมา เวลา 15.40 น. หลังการประชุมยังคงไม่แล้วเสร็จ ผ่านไปกว่า 7 ชั่วโมง พบว่า เจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายไทย ได้จัดเตรียมข้าวกล่อง กว่า 20 กล่อง เป็นเมนูข้าวกะเพราหมูสับไข่ดาว ให้รับประทานระหว่างการประชุม เนื่องจากการประชุมยังคงใช้เวลาอย่างยาวนาน แต่ทั้งนี้ยังมีรายงานอีกว่า เจ้าหน้าที่จากฝ่ายกัมพูชาทั้ง 10 คน ไม่ยอมรับประทานอาหารที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้จัดเตรียมเอาไว้ให้ในระหว่างการประชุมด้วย
โดยภายหลังการประชุมนานกว่า 7 ชั่วโมง เวลา 16.15 น. คณะของกัมพูชาได้เดินทางกลับไปยังประเทศกัมพูชา ผ่านด่านพรมแดนคลองลึก อรัญประเทศ ขณะที่ พ.อ. เกรียงไกร บุญเติม ผู้อำนวยการกองภูมิศาสตร์กรมแผนที่ทหาร กองทัพไทย ในฐานะหัวหน้าคณะปฎิบัติงาน เผยกับสื่อมวลชนสั้นๆ ระบุว่า การประชุมสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี โดยจะสามารถเริ่มกระบวนการปักหมุดชั่วคราวได้ในวันพรุ่งนี้ (19 พ.ย.2568) โดยจะเริ่มจากหลักหมุดที่ 42 บ้านหนองหญ้าแก้ว
เมื่อถามว่ามั่นใจได้อย่างไรว่าฝั่งกัมพูชาจะมาร่วมปักหมุดชั่วคราวด้วย พ.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า “ก็คงต้องรอดูในวันพรุ่งนี้” เมื่อถามย้ำว่าฝั่งกัมพูชาต่อรองอะไรหรือไม่ พ.อ.เกรียงไกร ย้ำว่า “การประชุมผ่านไปด้วยดี”
นอกจากนี้ ยังพบว่า ระหว่างที่พ.อ.เกรียงไกร ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน พบว่า ชาวบ้านบ้านหนองจาน ได้ตะโกนถามเสริมว่า การประชุมเป็นอย่างไรบ้างช่วยตอบนักข่าวหน่อย เพราะนักข่าวและประชาชนอยากรู้ โดย พ.อ.เกรียงไกรได้หันกลับมาตอบชาวบ้าน กับสื่อมวลชนว่า “เรียบร้อยดีครับ ชาวบ้านยังได้ถามอีกว่าการประชุมทิศทางเป็นไปด้วยดีใช่หรือไม่ โดยพ.อ. เกรียงไกร ได้ย้ำอีกครั้งว่า “ดีครับๆ”
ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับประชุมเป็นไปด้วยความเข้มข้น สามารถหารือกันได้เรียบร่อยดี เดิมจะมีการเจรจากัน 3 หัวข้อ คือ การบินโดรนสำรวจพื้นที่ การปักหมุดชั่วคราวในพื้นที่อ้างสิทธิ์ และการรางวัดพื้นที่ แต่ปรากฎว่า ที่ประชุมวันนี้สามารถตกลงร่วมกันได้แค่2ข้อคือ เรื่องของการบินโดรน และการปักหมุดชั่วคราวในพื้นที่อ้างสิทธิ์ ส่วนการรางวัดพื้นที่ไม่สามารถตกลงร่วมกันได้ เนื่องจากกัมพูชาต้องการเข้ามารางวัดในพื้นที่ประเทศไทย จึงไม่สามารถที่จะหาข้อยุติในกรณีนี้ได้