เฟซบุ๊กเพจ Army Military Force โพสต์ภาพที่อ้างว่า มาจากเทเลแกรม เป็นภาพทหารกัมพูชายืนถ่ายพร้อมถือ “QBU-10” ปืนไรเฟิลต่อต้านวัตถุแบบกึ่งอัตโนมัติ พื้นที่แนวรบพระวิหาร พร้อมระบุข้อความว่า
“ทหารกัมพูชากับปืนไรเฟิลต่อต้านวัตถุ (Anti-Materiel Rifle) แบบกึ่งอัตโนมัติ รุ่น QBU-10 ของขวัญจากจีน ถูกนำมาใช้ในพื้นที่แนวรบพระวิหาร ภาพจากเทเลแกรมทหารกัมพูชา”
“ปืนไรเฟิลซุ่มยิงต่อต้านยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่ QBU-10 (หรือที่รู้จักในชื่อ Type 10 (Anti-Material Rifle) เป็นอาวุธที่ผลิตโดยบริษัท Norinco ของประเทศจีน”
“ซึ่งใช้กระสุนขนาด 12.7 x 108 มิลลิเมตร ที่เป็นมาตรฐานของจีนและรัสเซีย (เทียบเท่าขนาด .50Cal) และยังสามารถใช้กระสุนเจาะเกราะชนิดพิเศษที่มีอำนาจทำลายสูงเพื่อเจาะเกราะของ ยานพาหนะติดอาวุธเบา, ยานลำเลียงพลหุ้มเกราะ, เฮลิคอปเตอร์ที่บินต่ำ, ทำลายระบบเรดาร์, และอุปกรณ์ทางทหารที่มีการป้องกันน้อย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
“โดยมีน้ำหนักรวมประมาณ 13 กิโลกรัม (เมื่อไม่รวมกล้องและกระสุน) มีระยะหวังผลที่เชื่อถือได้ประมาณ 1,000- 1,500 เมตร แต่สามารถยิงได้ไกลสูงสุดถึง 2,000 เมตร”
“ปืนไรเฟิล QBU-10 เป็นปืนไรเฟิลต่อต้านยุทโธปกรณ์แบบกึ่งอัตโนมัติ ที่กองทัพจีนนำมาใช้เพื่อให้มีศักยภาพเทียบเคียงได้กับปืน Barrett M82 ที่ใช้ในกองทัพสหรัฐฯ”
“โดย QBU10 มีกลไกการทำงานแบบใช้แก๊ส (Gas Operated) พร้อมลูกเลื่อนแบบหมุน (Rotating Bolt) และลำกล้องที่มีการเคลื่อนที่เพื่อลดแรงถีบ (Recoiling Barrel) เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลำกล้องปืนถูกออกแบบให้เป็นแบบลอยตัว (Free-Floating) โดยมีขาตั้งสองขา (Bipod), หูหิ้ว, และศูนย์เล็งเหล็กติดตั้งอยู่ด้านบนของโครงครอบท่อแก๊ส”
“นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า ปืนไรเฟิลรุ่นนี้มีความแม่นยำดีกว่า Barrett M82 เล็กน้อย ปืนนี้ใช้การป้อนกระสุนจากซองกระสุนแบบกล่องที่ถอดได้ขนาด 5 นัด แรงถีบของปืนถูกลดทอนลงผ่านการทำงานแบบผสมผสาน (Hybrid Actions), ปลอกลดแรงถีบที่ปากลำกล้อง (Muzzle Brake), แผ่นรองรับแรงถีบที่ทำจากยาง (Rubber Recoil Pad), และขาตั้งเดี่ยวที่ด้านท้าย (Rear Monopod) ซึ่งช่วยให้เกิดแท่นยิงที่มั่นคง”
“ปืนไรเฟิลนี้ยังสามารถถอดแยกออกเป็นส่วนประกอบหลักหลายส่วนสำหรับการขนส่ง รวมถึงลำกล้อง, โครงปืน, พานท้าย, และด้ามจับพร้อมชุดลั่นไกปืน”
“ปืนไรเฟิลนี้มาพร้อมกับกล้องเล็งหลัก YMA09 ที่มีกำลังขยาย 8 เท่า ซึ่งรวมเอาระบบ คอมพิวเตอร์คำนวณวิถีกระสุน และเครื่องวัดระยะด้วยเลเซอร์ ไว้ในตัวเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการยิงระยะไกล”
“นอกจากนี้ ยังมีกล้องเล็งสำรองแบบพิเศษ QMH-151A ที่สามารถใช้งานได้ทั้งในเวลากลางวันและเป็นกล้องภาพความร้อน (Thermal scope) เพื่อรองรับการปฏิบัติการในทุกสภาพแสง และยังมี ศูนย์เล็งเหล็กสำรองแบบพับได้ (folded back-up iron sights) สำหรับใช้งานในกรณีฉุกเฉินหรือเมื่อระบบกล้องเล็งหลักเสียหาย”
ทั้งนี้ มีรายงานว่า QBU-10 ถูกใช้งานใน 3 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ จีน เติร์กเมนิสถาน และ กัมพูชา