เกาะติดสถานการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เข้าสู่วันที่ 16 แล้ว นับจากที่ทหารกัมพูชาใช้อาวุธโจมตีฝ่ายไทยเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 68 บริเวณพื้นที่ภูผาเหล็ก–พลาญหินแปดก้อน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จนเหตุการณ์บานปลายเกิดการปะทะกันขึ้นในหลายพื้นที่ และทำให้ทหารไทยบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายนาย
ล่าสุดตั้งแต่เมื่อคืน กองทัพไทยยิงกระสุนชนิดส่องสว่าง (แฟลร์) 2 เข้าไปในพื้นที่ปอยเปต จังหวัดบันเตียเมียนเจย เพื่อเปิดทัศนวิสัย ก่อนปฏิบัติการทางทหารต่อตำแหน่งที่ตั่งฐานทหารกัมพูชาในพื้นที่
ต่อมาเวลา 02.40 น. ของวันที่ 23 ธ.ค. ทหารไทยยิงกระสุนปืนใหญ่และกระสุนปืนชนิดส่องสว่างเหนือพื้นที่ชายแดนปอยเปตอีกครั้งเพื่อสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารต่อตำแหน่งที่ตั่งฐานทหารกัมพูชาในพื้นที่
"บิ๊กเล็ก" ไม่ตอบหยุดยิงเมื่อไหร่ เหตุกัมพูชายังยิงไทยอยู่เลย
พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC ที่จังหวัดจันทบุรีในวันพรุ่งนี้ (24 ธ.ค. 2568) ว่า เป็นการประชุมของฝ่ายเลขา ซึ่งหากฝ่ายเลขาประชุมไม่ได้ตามที่ตนคิดเอาไว้ ตนก็ไม่ไปลงนาม โดยจากพฤติกรรมของกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา ตนอยากจะย้ำว่า มีประมาณ 5 ข้อย่อย ประกอบด้วย
- กองทัพกัมพูชา ผิดอนุสัญญาออตตาวา
- ทหารกัมพูชาใช้โบราณสถานเป็นที่มั่นทางทหาร
- ทหารกัมพูชาใช้ชุมชนเป็นที่ตั้งยิงอาวุธหนัก
- กัมพูชาใช้อาคารพลเรือน เป็นที่ตั้งทางการทหาร และเป็นคลังอาวุธ
- กัมพูชาใช้พลเรือนเป็นโล่ รวมถึงใช้พลเรือนมาใช้สู้กับเรา
พล.อ.ณัฐพล กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา ตนพยายามเจรจา และรัฐบาลกัมพูชาทราบดีว่า ตนคือคนที่พยายามเจรจา เพื่อใช้สันติวิธีเพื่อจะได้ไม่ต้องรบกัน แต่จากสถานการณ์ปัจจุบัน ในบางพื้นที่ก็ยังมีการยิง BM-21 เข้ามา และสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ก็ยังบอกอีกว่าพร้อมที่จะรบในระยะยาว ในขณะที่รัฐบาลหลักบอกว่าพร้อมหยุดยิง แล้วจะทำให้เราเชื่อใจได้อย่างไร ดังนั้น การประชุมครั้งนี้ ตนยืนยันว่าเรายังยึดหลักปฏิญญาร่วม แต่คงไม่เหมือนเดิม คงต้องลงรายละเอียดมากกว่านี้ เพราะมองว่า ไม่มีประเทศไหนที่มายืนข้างเราจริงๆ ทุกคนพูดเหมือนเป็นกลาง แต่เหมือนไปยืนฝั่งกัมพูชา และพูดให้เป็นกลาง
"สิ่งที่ผมมองอยู่ก็คือ ผมไม่เห็นมีประเทศไหนที่ประณามกัมพูชา ว่าทำไมวางทุ่นระเบิดในเขตของไทย ได้แต่มาพูดว่าขอให้ไทยลดการใช้อาวุธ ลดความรุนแรง ซึ่งตอนนี้ผมมั่นใจว่ามาถูกทาง เราอยู่กับกฎหมาย และกฎหมายคือที่พึ่งของเรา"
เมื่อถามว่า จะมีการสู้รบต่อไปจนกว่าจะมีการเจรจา GBC ใช่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล บอกว่า ตราบใดที่กัมพูชายังยิงเข้าฝ่ายไทยอยู่ เพราะว่าเช้านี้กัมพูชาในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 ก็ยังยิงเข้ามาอยู่ ไทยจึงจำเป็นต้องตอบโต้ตามความจำเป็นและสัดส่วน เช่นเดียวกับกองทัพภาคที่ 2 พื้นที่ตาควาย ตาเมือนธม ยังคงมีการยิงเข้ามาฝ่ายไทย มีแค่พื้นที่จันทบุรี-ตราด เท่านั้นที่นิ่งอยู่
ทำให้การประชุม GBC ในวันที่ 24 ธันวาคมนี้ จึงกำหนดสถานที่เป็นจังหวัดจันทบุรี เนื่องจากเป็นพื้นที่ปลอดภัย เพราะกัมพูชาก็กังวลเรื่องความปลอดภัย พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่ากัมพูชาตัดสินใจแล้วหรือไม่ เพราะกัมพูชามีความกังวล เช่นเดียวกับไทยที่มีความกังวลที่เดินทางไปประชุมที่เกาะกง จึงอยากให้กัมพูชามั่นใจในความปลอดภัย เพราะการประชุมครั้งนี้ ไม่ได้เข้ามาในพื้นที่ชั้นในแต่เป็นการประชุมในพื้นที่ชายแดน
ทหารไทยพลีชีพนายที่ 23
สดุดีทหารกล้า! "พลทหารธนพัฒน์" พลีชีพรายที่ 23 สังเวยระเบิด ค. กลางสมรภูมิบ้านหนองจาน
จากกรณีในโลกออนไลน์ได้มีการโพสต์ข้อความไว้อาลัยนายทหารที่เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 นาย จากเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดน ระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยระบุว่า สดุดีทหารกล้ารายที่ 23 พลทหารธนพัฒน์ นันทะวงศ์ ร.2 พัน3 (เขาอีโต้) สมรภูมิบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว เมื่อเวลา 15.30 น. ด้วยระเบิด ค.
กองทัพบกยืนยันว่า เป็นเรื่องจริง หากมีรายละเอียดจะรายงานให้ทราบต่อไป
"อนุทิน" เมิน "ทรัมป์" กล่าวหาไทยเริ่มก่อน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวที่นายโดนัลด์ เจ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกากล่าวหาว่าประเทศไทยเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ประเทศไทยจะตอบโต้ประเด็นนี้อย่างไร ว่า ความจริงทุกคนทราบอยู่แล้วไม่มีความกังวลใด ๆ เราเป็นฝ่ายถูกรุกราน ถูกโจมตีสิ่งที่เราทำคือตอบโต้เพื่อป้องกันอธิปไตยของไทย
เมื่อถามว่าหลายฝ่ายเลือกที่จะยืนข้างกัมพูชา เราจะมีการชี้แจงอย่างไรให้นานาประเทศเข้าใจ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นปัญหาระดับทวิภาคีไทย- กัมพูชา ยังไม่เห็นประเทศไหนบอกว่ายืนอยู่ข้างไหน ประเทศที่มาทุกคนก็เป็นกลางหมด ยินดีที่ทุกประเทศเป็นกลาง ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นปัญหาที่เราต้องแก้ไข และทำให้จบสิ้นให้ได้ระหว่างประเทศเราและประเทศคู่กรณี
จ.สระแก้ว มีประชาชนถูกสะเก็ดระเบิดบาดเจ็บ 5 ราย อีก 2 ราย ตกใจ แน่นหน้าอก
นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการดูแลด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีชายแดนไทย - กัมพูชา ว่า กระทรวงสาธารณสุขยังเฝ้าระวังสถานการณ์ใน 7 จังหวัดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา โรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยง จ.ตราด กลับมาเปิดให้บริการได้ 2 แห่ง คือ โรงพยาบาลบ่อไร่ และโรงพยาบาลคลองใหญ่ คงเหลือปิดบริการ 9 แห่ง ได้แก่ รพ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี, รพ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ, รพ.กาบเชิง รพ.พนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา จ.สุรินทร์, รพ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ และ รพ.ตาพระยา รพ.โคกสูง รพ.คลองหาด รพ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ส่วน รพ.สต.กลับมาเปิดบริการได้ตามปกติ 78 แห่ง ยังปิดบริการ 147 แห่ง มีการย้ายผู้ป่วยในเพิ่มขึ้นอีก 76 ราย รวมเป็น 973 ราย ภาพรวมใน 7 จังหวัด ยังมีเตียงผู้ป่วยวิกฤตคงเหลือ 280 เตียง และเตียงผู้ป่วยทั่วไป 5,133 เตียง ส่วนปริมาณเลือดสำรองยังมีเพียงพอ โดยเมื่อวานนี้ (22 ธันวาคม 2568) จ.สระแก้ว มีประชาชนได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ 7 ราย ในจำนวนนี้ มีบาดแผลจากสะเก็ดระเบิด 5 ราย เป็นผู้ป่วยอาการหนัก 1 ราย อาการปานกลาง 4 ราย อยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ส่วนอีก 2 ราย มีอาการตกใจ แน่นหน้าอก แพทย์ให้ออกจากโรงพยาบาลได้
สำหรับศูนย์พักพิงชั่วคราวลดลงเหลือ 817 จุด มีผู้เข้าพักรวม 160,611 เป็นกลุ่มเปราะบาง 49,563 คน ยังคงเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคและดูแลอนามัยสิ่งแวดล้อมในศูนย์พักพิงฯ อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่ โควิด 19 กลุ่มโรคจากการสัมผัส/แมลงสัตว์กัดต่อย และโรคติดเชื้อทางเดินอาหารที่มีปัจจัยเสี่ยงหลักมาจากอาหารที่เตรียมไว้เป็นเวลานานและไม่ได้อุ่นร้อน รวมทั้งน้ำที่ใช้ในการอุปโภคบริโภคที่มีการปนเปื้อน ส่วนการดูแลด้านสุขภาพจิต ยังคงคัดกรองเชิงรุกและให้การดูแลอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยจากการคัดกรองประชาชน 204,420 ราย พบเครียดสูงสะสม 1,495 ราย และเสี่ยงทำร้ายตนเองสะสม 287 ราย ซึ่งหลังจากได้รับการปฐมพยาบาลทางใจและดูแลตามกระบวนการด้านสุขภาพจิตแล้ว พบว่ากลุ่มที่มีความเครียดสูงลดลงเหลือ 379 คน กลุ่มเสี่ยงฆ่าตัวตายลดลงเหลือ 124 คน
“ทรัมป์” ยันยุติ 8 สงคราม รวมถึงเหตุปะทะกัมพูชารอบใหม่ที่ “ไทยเริ่ม”
ในการแถลงข่าวเปิดตัวแผนสร้างเรือรบลำใหม่ของสหรัฐฯ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับการยุติความขัดแย้งทั่วโลก
โดยตอนแรกประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวถึงสงครามรัสเซีย-ยูเครนก่อน ระบุว่า “การเจรจาเรื่องยูเครน-รัสเซียยังคงดำเนินต่อไป พวกเขาสูญเสียทหารไป 27,000 นายเมื่อเดือนที่แล้ว รวมถึงประชาชนด้วย มีความเกลียดชังอย่างรุนแรงระหว่างสองผู้นำ ปูตินและเซเลนสกี และผมหวังว่าเราจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้”
จากนั้นทรัมป์กล่าวว่า “ผมยุติสงครามไปแล้ว 8 ครั้ง รวมถึงของประเทศไทยที่กำลังดีขึ้น ที่พวกเขาเริ่มกับกัมพูชา พวกเขาเริ่มก่อสงครามอีกครั้ง แต่ผมคิดว่ามาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เราจัดการเรื่องนั้นได้ดีพอที่จะหยุดยั้งมันได้ ดังนั้นเราจึงหยุดสงครามไปแล้ว 8 ครั้ง”
ซึ่งหลังทรัมป์พูดประโยคดังกล่าวออกไป ทางสื่อกัมพูชาก็รีบรายงานเรื่องนี้ทันที เพื่อพยายามกล่าวหาว่าไทยเป็นฝ่ายเริ่มความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาก่อน
อำเภอโคกสูงสั่งอพยพ 3 ตำบล
ล่าสุดมีการเผยแพร่เอกสาร ลงนามโดยนายนริศ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา นายอำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ออกประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอโคกสูง เรื่อง ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย (ภัยอันเนื่องมาจากการกระทำของกองกำลังจากนอกประเทศ)พักอาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราวหรือสถานที่ปลอดภัย และห้านเข้าพื้นที่ที่กำหนดจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
โดยให้ประชาชนพักอาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราว หรือสถานที่ปลอดภัยและห้ามเข้าพื้นที่ที่กำหนด ดังต่อไปนี้
1. ตำบลโนนหมากมุ่น จำนวน 6 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1 บ้านโนนหมากมุ่น, หมู่ที่ 2 บ้านโนนสูง,
หมู่ที่ 3 บ้านหนองจาน, หมู่ที่ 4 บ้านกุดผือ, หมู่ที่ 5 บ้านอ่างศิลา, และหมู่ที่ 6 บ้านศิลารัตน์พัฒนา
2. ตำบลโคกสูง จำนวน 10 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1 บ้านโคกสูง, หมู่ที่ 2 บ้านดอนไร่ฝ้าย, หมู่ที่ 3 บ้านหนองเสม็ด, หมู่ที่ 4 บ้านละลมติม, หมู่ที่ 5 บ้านหาดสำราญ, หมู่ที่ 6 บ้านตอนหลุม, หมู่ที่ 7 บ้านน้อย, หมู่ที่ 9 บ้านหนองหน้าแก้ว, หมูที่ 10 บ้านหนองสิม, และหมู่ที่ 11 บ้านร่มไทร
3. ตำบลหนองแวง จำนวน 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 3 บ้านยอดอดม, หม่ที่ 4 บ้านคลองตะเคียน และหมู่ที่ 5 บ้านหนองมั่ง
ทั้งนี้ ให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวพักอาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราวหรือสถานที่ปลอดภัยและห้ามเข้าพื้นที่ที่กำหนดจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เว้นแต่ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตหรือได้รับคำสั่งจากผู้อำนวยการอำเภอหรือเจ้าพนักงานตามพระระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ต้องระวางโทษตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธาธารณภัยพ.ศ. 2550 จำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กัมพูชาอ้าง มีชาวจีนบาดเจ็บจากการโจมตีของไทย
กระทรวงมหาดไทยกัมพูชาระบุในแถลงการณ์ว่า มีชาวจีนได้รับบาดเจ็บเมื่อช่วงเช้าวันที่ 22 ธ.ค. หลังกองกำลังของไทยยิงปืนใหญ่ใส่พื้นที่ชุมชนในจังหวัดพระตะบอง โดยระบุว่า “เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้บ้านของพลเรือนถูกทำลาย 1 หลัง และมีชาวจีนได้รับบาดเจ็บ 1 คน”
ทั้งนี้ สำนักข่าวคีรีโพสต์ของกัมพูชาระบุว่า ได้ติดต่อไปยังสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกัมพูชาเพื่อขอความเห็น แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ ณ เวลาที่รายงานข่าว
สรุปสถานการณ์วันที่ 22 ธ.ค.
พื้นที่กองทัพภาคที่ 2
พื้นที่ผามออีแดง – ห้วยตามาเรีย : ฝ่ายกัมพูชาโจมตีด้วยเครื่องยิงลูกระเบิด และปืนใหญ่เบาบางในพื้นที่ มีการใช้อากาศยานไร้คนขับทั้งแบบแบบตรวจการณ์ และโดรนพลีชีพ FPV ฝ่ายเราใช้เครื่องยิงลูกระเบิด และปืนใหญ่ยิงทำลายต่อที่ตามแผนเชิงรุก และใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดโจมตีต่อที่มั่นข้าศึก
พื้นที่ช่องจอม - ช่องระยี - ปลดต่าง : ฝ่ายกัมพูชาโจมตีด้วยปืนเล็ก และเครื่องยิงลูกระเบิด ใส่ฝ่ายเราเป็นห้วง ๆ ฝ่ายเราสถาปนาที่มันตั้งรับ และใช้โดรนทิ้งระเบิด ต่อที่หมายหน้าฐานเคียงเมือง
พื้นที่ช่องคนา : ฝ่ายกัมพูชาโจมตีโจมตีด้วยเครื่องยิงลูกระเบิด และปืนใหญ่ เป็นห้วง ๆ ฝ่ายเราทำการเสริมความมั่นคงในพื้นที่ และใช้ปืนใหญ่ยิงที่หมายที่ตั้งที่บัญชาการ และอาวุธยิงสนับสนุนของฝ่ายกัมพูชาทางทิศใต้ช่องคนา
พื้นที่กองทัพภาคที่ 1
พื้นที่บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา : ฝ่ายกัมพูชาดำเนินการเสริมความแข็งแรงของที่มั่น และใช้อาวุธปืนใหญ่, เครื่องยิงลูกระเบิด, ปืนเล็ก ,ยานรบ และใช้ BM 21 ระดมยิงตอบโต้มายังฝ่ายเราอย่างต่อเนื่อง กว่า 120 นัด
พื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง : ฝ่ายกัมพูชาดำเนินการเสริมความแข็งแรงของที่มั่น และใช้อาวุธปืนใหญ่, เครื่องยิงลูกระเบิด, ปืนเล็ก และใช้ BM 21 ระดมยิงตอบโต้มายังฝ่ายเรา กว่า 60 นัด
พื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง : ฝ่ายกัมพูชาเสริมความแข็งแรงของที่มั่น และมีการใช้อาวุธปืนใหญ่, เครื่องยิงลูกระเบิด และปืนเล็กตอบโต้เข้ามายังพื้นที่ฝ่ายเรา
กองทัพอากาศ โดย F16 ได้ปฏิบัติการโจมตีที่หมายทางทหาร จำนวน 2 ที่หมาย ในพื้นที่ฝั่งตรงข้ามบ้านคลองแผง และตรงข้ามบ้านหนองจาน นอกจากนี้ กกล.บูรพาได้ปฏิบัติการต่อที่หมายทางทหารของฝ่ายกัมพูชา ในพื้นที่บริเวณฝั่งปอยเปต ตรงข้าม ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ โดยพิสูจน์ทราบว่าเป็นอาคารของเครือข่ายสแกมเมอร์ ซึ่งฝ่ายกัมพูชาใช้เป็นที่ตั้งพลซุ่มยิงและติดตั้งระบบแอนตี้โครน
ได้รับรายงานการสูญเสียกำลังพลจากเหตุการณ์ปะทะ ในพื้นที่บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา จำนวน 1 นาย คือ ส.อ.กัมปนาท ทองแสง สังกัด กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์