ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียก พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. บนตึกไทยคู่ฟ้า หลังมีเหตุการณ์ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากการยิงปืน ค. จากฝั่งกัมพูชา บริเวณช่องยก เนิน 469 อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลได้รับทราบสถานการณ์มาโดยตลอด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่ได้กำหนดไว้ในข้อตกลง ว่าหากมีเหตุการณ์ใด ๆ เกิดขึ้น จะต้องทำอย่างไรบ้าง ขณะนี้ทางฝ่ายกองทัพ ฝ่ายความมั่นคง ได้ทำการประท้วงไปยังฝ่ายความมั่นคงของกัมพูชา ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร ได้แจ้งให้กัมพูชาชี้แจง แล้วเราจะนำมาพิจารณาว่าเราจะตอบโต้อย่างไร
ส่วนด้านการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศได้ออกหนังสือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชา เพื่อชี้แจงว่าในทางปฏิบัติมีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และชี้แจงว่ามีเหตุการณ์วันนี้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นทางประเทศไทยต้องขอให้กัมพูชาชี้แจงกลับมายังไทย พร้อมย้ำว่าลูกกระสุนมาตกในเขตแดนของเรา เพราะฉะนั้นการตอบโต้หรือการจะใช้กฎแห่งการปะทะ ตอนนี้ประเทศไทยได้มีการเตรียมพร้อม โดยจะพิจารณาดำเนินการตอบโต้ด้วยการตัดสินใจของไทยเอง ซึ่งจะมีขั้นตอนการดำเนินการ เพื่อให้ทุกฝ่ายได้เห็นว่าประเทศไทยอยู่ในกรอบปฏิบัติตามข้อตกลงทุกอย่าง แต่หากถึงจุดที่ประเทศไทยจำเป็นต้องตอบโต้ เราก็พร้อมที่จะตอบโต้
ส่วนจะมีการพิจารณาจากส่วนไหน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มีรายละเอียดอยู่ ขณะนี้เหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้น กองทัพกำลังดำเนินการพิจารณาวิธีการตอบโต้ที่เหมาะสม ทั้งนี้ได้รับแจ้งจากฝ่ายกองทัพว่า มีการพูดคุยกันในระดับหน่วยปฏิบัติการที่อยู่บริเวณชายแดน ระหว่างแม่ทัพกับแม่ทัพ ซึ่งได้รับแจ้งมาว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ต่อให้เป็นอุบัติเหตุก็ต้องหาคำตอบว่าจะรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุครั้งนี้อย่างไร ต้องให้เวลาเขา แต่ขอให้มั่นใจว่า ขณะนี้การเตรียมพร้อมทุกอย่าง ทางด้านการต่างประเทศ ทางด้านความมั่นคง เรามีความพร้อมที่จะตอบโต้
ส่วนชาวบ้านจะต้องอพยพหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวยืนยันว่า ขณะนี้อยู่ในระดับกองทัพ ซึ่งตามข้อตกลงจะมีการพูดคุยกันในระดับที่ปฏิบัติงานร่วมกันอยู่ ซึ่งทางกัมพูชาบอกว่าเป็นอุบัติเหตุ เพราะฉะนั้นตอนนี้ฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้รับคำสั่งจากกระทรวงมหาดไทยให้คอยดูแล และตนยืนยันว่ายังไม่ถึงขั้นต้องอพยพชาวบ้าน
เมื่อถามย้ำว่า มีความเป็นไปได้ว่าจะมีการปะทะรอบที่ 3 หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตอนนี้เป็นการแถลงก่อน ซึ่งในระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี คณะทำงานของตนจะติดตามความคืบหน้าสถานการณ์ไปด้วย หากมีรายละเอียดอย่างไรจะนำมาประกอบด้วย ส่วนจะต้องมีการเรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติเลยหรือไม่ เลขาธิการ สมช. ระบุสั้น ๆ ว่า ยังไม่มี
ขณะที่ พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกเผยว่า เมื่อเวลา 07.40 น. ได้รับรายงานจากกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ได้ยินเสียงอาวุธไม่ทราบชนิดจากฝ่ายกัมพูชา จำนวน 1 นัด ยิงเข้ามาในเขตไทยบริเวณเนิน 469 อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าเป็นการยิงเครื่องยิงลูกระเบิดมาจากฝั่งกัมพูชา ส่งผลให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากสะเก็ดระเบิด 1 นาย
จากนั้นหน่วยในพื้นที่ได้รับการประสานจากฝ่ายกัมพูชา อ้างว่าไม่ได้มีเจตนาใช้อาวุธยิงมาในฝั่งไทย กรณีดังกล่าวเป็นเพราะความผิดพลาดจากการปฏิบัติงานของกำลังพลฝ่ายกัมพูชาเอง ซึ่งหน่วยทหารในพื้นที่ได้แจ้งเตือนฝ่ายกัมพูชาให้มีความระมัดระวัง พร้อมกำชับว่าหากเกิดเหตุการณ์ผิดพลาดลักษณะเช่นนี้อีก ฝ่ายไทยอาจจำเป็นต้องปฏิบัติการตอบโต้เพื่อป้องกันตนเอง ตามกฎการใช้กำลังในสัดส่วนที่เหมาะสม จึงขอให้ฝ่ายกัมพูชาได้เคร่งครัดต่อมาตรการหยุดยิง
โฆษกกองทัพบกยังได้กล่าวว่า กองทัพบกยังคงเตรียมพร้อม และมีแผนรองรับในทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อปกป้องอธิปไตย และดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ราษฎรไทย ตลอดแนวชายแดนด้านกัมพูชา ปัจจุบันอยู่ในช่วงการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในแนวทางวิธีการบริหารสถานการณ์ บริเวณพื้นที่ชายแดน ไทย - กัมพูชา ของกองทัพไทย ซึ่งสถานการณ์ในปัจจุบันยัง ไม่อยู่ในระดับที่น่ากังวลแต่อย่างใด และยังไม่พบการใช้อาวุธเพิ่มเติมในพื้นที่อื่น ซึ่งพี่น้องประชาชนในบริเวณพื้นที่ชายแดนสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ หากสถานการณ์มีแนวโน้มเป็นที่น่ากังวล จะสื่อสารให้ได้ทราบทันที