Top-PPTV-Poll Top-PPTV-Poll

แกะรอย "ทองคำ 246 บาท" ยังไม่ตอกฝาโลง "บิ๊กโจ๊ก" ชี้ต้องมีหลักฐานเพิ่ม

โดย PPTV Online

เผยแพร่

แกะรอยสินบนทองคำ 246 บาท "วิรุตม์" มองยังไม่ถึงขั้นตอกฝาโลง "บิ๊กโจ๊ก" ชี้ต้องมีหลักฐานเพิ่ม จบข่าวหากมีภาพกรรมการ ป.ป.ช. ปรากฏด้วย ด้าน "น้ำแท้" มอง "รองหนึ่ง" เป็นผู้ร่วมกระทำความผิดหรือไม่ ให้ดูที่เจตนา!

ภายหลังการเปิดเผยคลิปหลักฐานในคดีสินบนทองคำแท่ง 246 บาท ที่มีความพัวพันกับ พลตํารวจเอก สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีต รอง ผบ.ตร. หรือ “บิ๊กโจ๊ก” โดยคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน

พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และ ดร. น้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ แสดงทัศนะวิเคราะห์เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวในรายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk PPTV

พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และ ดร. น้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ แสดงทัศนะวิเคราะห์เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวในรายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk PPTV รายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk
พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และ ดร. น้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ แสดงทัศนะวิเคราะห์เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวในรายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk PPTV

ตั้งข้อสงสัยสถานะ "ผู้กล่าวหา" และหลักการ "กันเป็นพยาน"

พ.ต.อ.วิรุตม์ แสดงความเห็นต่อสถานะของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ หรือ "รองหนึ่ง" ที่ตำรวจระบุว่าเป็นเพียง "ผู้กล่าวหา" หรือเป็นเพียงผู้ส่งของ (Messenger) โดยเชื่อว่าเรื่องนี้มีการปรึกษาหารือกันมาแล้ว

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.วิรุตม์ ชี้ว่า พ.ต.อ.ภาคภูมิ นั้นถือเป็นบุคคลที่หมิ่นเหม่ต่อการเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดอยู่แล้ว แม้จะให้การที่เป็นประโยชน์และได้รับสารภาพ ก็จะมีการลดโทษตามกฎหมายอยู่แล้ว

แต่หากพิจารณาตามหลักความยุติธรรมแล้ว การที่ตำรวจออกระเบียบให้มีการกันผู้กระทำความผิดเป็นพยานนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมาย เช่น ทำให้ผู้กระทำผิดกลายเป็นผู้บริสุทธิ์โดยไม่มีประวัติอาชญากรรม

พ.ต.อ.วิรุตม์ ชี้ว่า หากเรื่องนี้เกิดขึ้นกับประชาชนทั่วไปที่ถือทองคำ 246 บาท ซึ่งมีน้ำหนักมาก ไปมอบให้เจ้าหน้าที่โดยมีพฤติการณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็จะถูกจับกุมแล้ว

ดังนั้น การที่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ซึ่งเป็นถึง พันตำรวจเอก ถือทองไปมอบให้แก่คนกลุ่มหนึ่ง (กรรมการ ปปช.) และเพิ่งมาพูดภายหลัง ย่อมสะท้อนว่าเขารู้อยู่แก่ใจแล้ว และอาจมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด

ความน่าเชื่อถือของคลิปหลักฐานและข้อกฎหมาย

พ.ต.อ.วิรุตม์ ประเมินว่า พยานหลักฐานที่เปิดเผยออกมายังไม่ถึงขั้นจะตอกฝาโลงได้ 100% เนื่องจากคลิปที่เผยแพร่ออกมายังไม่ปรากฏหน้าของบุคคลที่เป็นผู้รับทองคำ

ซึ่งหากมีภาพกรรมการ ป.ป.ช. ปรากฏในคลิปด้วย คดีนี้ก็จะจบข่าว และสามารถเชื่อมโยงได้ทันที การที่ผู้กระทำผิดเป็นผู้ร่วมกระทำผิดด้วย จะทำให้หลักฐานที่ให้การนั้นเสียน้ำหนักไป

ด้าน ดร. น้ำแท้ มีบุญสล้าง ได้ให้ความเห็นทางกฎหมายเกี่ยวกับน้ำหนักของคลิปหลักฐาน โดยระบุว่า ต้องพิจารณาที่ข้อกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมติดสินบนเจ้าพนักงานหรือไม่

และแม้จะไม่มีภาพหรือเสียงของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ปรากฏในคลิป แต่ก็ยังสามารถเอาผิดได้ หากมีพยานหลักฐานอื่นมาประกอบ หลักฐานเหล่านั้นต้องเชื่อมโยงว่า ทองคำดังกล่าวเป็นของบิ๊กโจ๊ก และจะต้องได้ความว่า พยานผู้นำไปมอบยืนยันพฤติกรรม วันเวลา และวัตถุประสงค์ของการให้

โดยต้องใช้พยานหลักฐานหลายส่วนประกอบกัน เนื่องจากลำพังคลิปเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นการให้สินบน ใช้หนี้ หรือฝากไว้

ดร. น้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ รายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk
ดร. น้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ

การเชื่อมโยงเจตนาและการร่วมกระทำความผิด

ดร. น้ำแท้ เน้นย้ำว่า หาก พ.ต.อ.ภาคภูมิ ถูกมองว่าเป็นผู้ร่วมกระทำความผิด จะต้องพิจารณาว่าเขารู้เจตนาตั้งแต่แรกหรือไม่ หากเขาทราบว่าผู้บังคับบัญชามีคดีอยู่กับ ป.ป.ช. และยังนำทองไปมอบให้ ก็ถือได้ว่าเป็นการสนับสนุนการกระทำความผิดแล้ว

และการให้การของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ก็จะต้องมีเนื้อหาที่ "มัดตัว" บิ๊กโจ๊กได้ เพื่อให้เขามีสถานะเป็นพยานที่ดี, เพราะหากให้การที่เบาบางไม่รู้เรื่อง ก็อาจถูกดำเนินคดีในฐานะผู้สนับสนุน

ประเด็นการฟ้อง 157 และ พ.ร.บ.อุ้มหาย

ในประเด็นที่ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เตรียมฟ้องดำเนินคดีมาตรา 157 ต่อคณะพนักงานสอบสวน เนื่องจากไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ นั้น พ.ต.อ.วิรุตม์ เห็นว่ามีส่วนเข้าข่ายอยู่ เนื่องจากโดยหลักการแล้วกฎหมายวิอาญาไม่ได้ให้ตำรวจกันผู้กระทำความผิดเป็นพยาน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้สะท้อนถึงความไม่รอบคอบและระเบียบที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ส่วนกรณีที่ทนายความพยายามอ้างถึง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย หรือ พ.ร.บ.อุ้มหาย เพื่อให้มีการพิสูจน์ความต่อเนื่องของคลิป ดร. น้ำแท้ ชี้แจงว่า พ.ร.บ. ดังกล่าวบังคับใช้เฉพาะกรณีที่มีการ "ควบคุมตัว" เท่านั้น

ซึ่งการนำทองไปให้ในคดีนี้ไม่มีประเด็นการควบคุมตัวใคร แต่หากเจ้าหน้าที่มีการอุ้มตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น รปภ. ไปให้การซัดทอดจริง และไม่ได้ไปด้วยความสมัครใจ

กรณีเช่นนี้จะต้องมีการบันทึกคลิปไว้ มิฉะนั้นจะเกิดความสงสัยว่าพยานหลักฐานได้มาโดยชอบหรือไม่ และเจ้าหน้าที่อาจถูกดำเนินคดีตามมาตรา 157 ได้

พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม รายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk
พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม

การทำคดีควรเป็นอำนาจ "ป.ป.ช."

ดร. น้ำแท้ กล่าวว่า การที่ตำรวจทำคดีเองจะต้องใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ปวิอาญา) ซึ่งไม่ให้อำนาจตำรวจกันผู้กระทำผิดเป็นพยาน ในขณะที่ พ.ร.บ. ป.ป.ช. อนุญาตให้ทำได้ การที่ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ไปคัดค้านการส่งสำนวนคดีก็เป็นเพราะต้องการให้สำนวนอยู่กับองค์กรที่เป็นกลางกว่า

ด้าน พ.ต.อ.วิรุตม์ ชี้ว่า เมื่อเป็นคดีใหญ่และร้ายแรงเช่นนี้ ป.ป.ช. ไม่ควรส่งคดีกลับมาให้ตำรวจทำ ควรเก็บไว้ทำเองให้จบกระบวนการ และหาก ป.ป.ช. ต้องการให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ เป็นพยานจริง ๆ ก็ต้องอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. ซึ่งเขียนรองรับไว้ และต้องกระทำโดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจ

พ.ต.อ.วิรุตม์ ทิ้งท้ายว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องง่ายที่ถูกทำให้กลายเป็นเรื่องยาก ทั้งที่ควรทำไปตามกฎหมายตรงไปตรงมา โดยไม่ต้องมีประเด็นเรื่องละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมา

Bottom-election Bottom-election

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ