นายอนาลโย กอสกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธสงคราม เจ้าของเพจ Thaiarmedforce วิเคราะห์สงครามระหว่าง อิหร่าน-อิสราเอล หลังกองทัพสหรัฐอเมริกา เข้าไปช่วยอิสราเอล เปิดปฏิบัติการ Epic Fury โจมตีเป้าหมายอิหร่านจนผู้นำสูงสุด และบุคคลสำคัญเสียชีวิตหลายราย โดยมองว่า ปฏิบัติการของประเทศมหาอำนาจจะเน้นเรื่องการข่าวที่เข้มแข็ง ประกอบกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้ยิงถูกเป้าหมายง่ายขึ้น
มีการใช้หน่วย CIA และ Mossad สืบหาตำแหน่งผู้นำอิหร่าน และคณะรัฐบาลแบบรายวันว่า ทำอะไรอยู่ที่ไหน แล้วพอถึงเวลาเหมาะสมก็สามารถโจมตีกลุ่มคนเหล่านี้ได้ทันที จึงไม่น่าแปลกใจที่ภายในระยะเวลาสั้นๆ สหรัฐและอิสราเอล สามารถสังหารผู้นำของอิหร่านได้หลายราย
นายอนาลโย บอกว่า แม้การโจมตีครั้งนี้จะทำให้สูญเสียผู้นำของอิหร่านจำนวนมาก แต่ส่วนตัวไม่เชื่อว่าสถานการณ์จะขยายวงกลายเป็นสงครามโลก หรือ สงครามระดับภูมิภาค เพราะ สงครามระดับนั้น จะต้องมีประเทศมหาอำนาจเข้าไปช่วยสนับสนุนอิหร่านด้วย เช่น จีน หรือ รัสเซียแต่จากท่าทีของประเทศเหล่านี้มีเพียงออกหนังสือประณามให้เลิกสู้รบกันเท่านั้น ส่วนตัวมองว่าตราบใดที่ไม่ได้กระทบกับผลประโยชน์ชาติ ยังสามารถซื้อขายน้ำมัน หรือส่งออกสินค้าได้ ประเทศมหาอำนาจเหล่านี้ก็จะไม่ออกตัวสู้รบกันเองแน่นอน
อีกทั้งเชื่อว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จะปิดสงครามครั้งนี้เร็ว คาดใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ เมื่อได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ เช่น ทำลายโครงการนิวเคลียร์ หรือสังหารผู้นำอิหร่านได้จำนวนหนึ่ง ก็จะหยุดสงคราม เพราะตอนหาเสียงก็เลยพูดชัดว่าจะไม่นำเงินไปลงทุน เรื่องความมั่นคงให้ประเทศอื่น อย่างตอนนี้จะเห็นว่าสหรัฐก็ไม่ได้ส่งกำลังภาคพื้นดินเข้าไปช่วยปฏิบัติการทางทหารเลย
เมื่อวิเคราะห์การตอบโต้ของฝั่งอิหร่าน นายอนาลโย บอกว่า ขีปนาวุธที่อิหร่านใช้งานเป็นแบบเดิมที่เคยใช้ในช่วงปะทะอิสราเอลรอบที่แล้ว ไม่ได้มีลักษณะพิเศษ หัวรบเป็นดินระเบิดธรรมดา พลังในการทำลายล้างรัศมีประมาณ 1 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น
อย่างการยิงฐานทัพสหรัฐฯ ที่อยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ก็เป็นเพียงการยิงโครงสร้างพื้นฐานเช่นตัวอาคาร ที่ตั้งเรดาร์ เท่านั้น เพราะสหรัฐรู้ล่วงหน้าว่าฐานทัพจะเป็นเป้าโจมตี จึงย้ายฐานทัพออกไป ประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนที่จะมีการเปิดการปะทะกับอิหร่านแล้ว
ส่วนโดรนพลีชีพก็เหมือนกันส่วนใหญ่ก็จะโจมตีได้แค่ตัวอาคาร หรือแหล่งพลเรือนอย่าง สนามบิน โรงแรมต่างๆ แต่เรือรบ หรือ อากาศยานทางทหารไม่ถูกโจมตี เพราะย้ายออกหมดแล้ว ส่วนตัวมองว่า อิหร่านพยายามใช้จรวดขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายเยอะ แต่ก็ถูกสกัดไว้ได้กว่า 95% ดังนั้นก็หมายความว่าไม่ได้สร้างผลกระทบให้ กับฝ่ายตรงข้ามได้มากขนาดนั้น
ส่วนด้านของอิสราเอล นายอนาลโย มองว่า สามารถรับมือการโจมตีขีปนาวุธได้เป็นอย่างดี เหมือนเตรียมการ “กางร่มคุมประเทศไว้อยู่แล้ว” ทำให้ความเสียหายน้อยกว่าที่ควรจะเป็นมาก
แต่ขณะเดียวกัน นายอนาลโย ตั้งข้อสังเกตว่า การประชุมพูดคุยเจรจาเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนหน้าการปะทะ เหมือนมีการจัดฉากสภาวะแวดล้อม สร้างเงื่อนไขมาบีบอิหร่าน อย่างในวงประชุมอิหร่าน ยอมรับ เงื่อนไขเรื่องนิวเคลียร์แล้ว แต่ภายหลังกลับมีการตั้งเงื่อนไขให้หยุดพัฒนาขีปนาวุธ ซึ่งเป็นไพ่ตายของอิหร่านอีก แล้วพออิหร่านไม่รับข้อเสนอ ก็ใช้เรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างในโจมตี