WorldBank2026 WorldBank2026

สภาผู้บริโภคจี้ กสทช. 6 คนเร่งเปิดประชุม หลังบอร์ดล่ม 8 ครั้ง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สภาผู้บริโภคซัดบอร์ด กสทช. ล่ม 8 ครั้ง กระทบสิทธิประชาชน-อนาคตทีวีดิจิทัล จี้สำนักงานเร่งจัดประชุม หนุน “หมอสรณ” ถอย เปิดทางกรรมการที่เหลือทำงาน

สภาองค์กรของผู้บริโภคจัดหารือร่วมกับกรรมการ กสทช. และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาผู้บริโภคด้านกิจการโทรทัศน์และโทรคมนาคม โดยเฉพาะอนาคตทีวีดิจิทัลและสิทธิประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร หลังการประชุมบอร์ด กสทช. ล่มต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 8 จากข้อพิพาทเกี่ยวกับคุณสมบัติของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. 

การหารือครั้งนี้มีนางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค เป็นประธาน 

 

กสทช. ช่างภาพพีพีทีวี
สภาผู้บริโภคจี้ กสทช. 6 คนเร่งเปิดประชุม หลังบอร์ดล่ม 8 ครั้ง หนุน “หมอสรณ” หยุดปฏิบัติหน้าที่

พร้อมด้วยนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ประธานอนุกรรมการด้านการสื่อสาร เทคโนโลยี และสารสนเทศ และกรรมการ กสทช. 3 คน ได้แก่ พลอากาศโทธนพันธุ์ หร่ายเจริญ ดร.พิรงรอง รามสูต และ ดร.ศุภัชช สุภัชชราศัย รวมถึง นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ในฐานะที่ปรึกษาบอร์ด กสทช.

นางสาวสารี เปิดเผยว่า สภาองค์กรของผู้บริโภคได้เชิญกรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คนเข้าหารือ โดยมีกรรมการ 3 คนเข้าร่วม ส่วนอีก 3 คน นายสมภพแจ้งว่าติดภารกิจ ขณะที่อีก 2 คนไม่สามารถติดต่อได้ ทั้งนี้ การหารือมุ่งเน้น 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ มาตรการคุ้มครองผู้บริโภคหลังการควบรวมกิจการ ซึ่ง กสทช. กำหนดไว้ 12 มาตรการ และแนวทางกำกับดูแลกิจการโทรทัศน์ดิจิทัล รวมถึงบริการ OTT หลังแผนแม่บทฉบับใหม่ประกาศใช้ แต่แผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับทีวีดิจิทัลยังไม่มีความชัดเจน

นางสาวสารี ระบุว่า การประชุมบอร์ด กสทช. ที่ล่มต่อเนื่องถึง 8 ครั้ง และอาจเป็นครั้งที่ 9 หากการประชุมครั้งต่อไปไม่เกิดขึ้น กำลังสร้างความเสียหายต่อผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และเศรษฐกิจโดยรวม จึงเรียกร้องให้กรรมการทั้ง 6 คนกลับมาทำหน้าที่ และให้สำนักงาน กสทช. สนับสนุนการจัดประชุมโดยเร็ว

พร้อมกันนี้ เห็นว่า นพ.สรณ ซึ่งมีข้อวินิจฉัยเกี่ยวกับคุณสมบัติ ควรหยุดปฏิบัติหน้าที่เพื่อเปิดทางให้กรรมการที่เหลือทำงาน โดยไม่จำเป็นต้องรอผลคดีในศาลปกครองซึ่งอาจใช้เวลาหลายปี พร้อมยกตัวอย่างคดีควบรวมกิจการที่สภาองค์กรของผู้บริโภคเคยฟ้อง ซึ่งศาลปกครองกลางไม่ได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ทำให้กระบวนการควบรวมเดินหน้าต่อ แม้คดียังอยู่ระหว่างการอุทธรณ์

“ไม่ควรปล่อยให้การทำงานของ กสทช. ต้องหยุดชะงักและรอผลคดีเป็นเวลานาน” นางสาวสารี กล่าว พร้อมตั้งคำถามว่า การที่สำนักงาน กสทช. ไม่จัดประชุมให้กรรมการที่เหลือสามารถทำหน้าที่ได้ ถือเป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ และย้ำว่าสำนักงานต้องทำหน้าที่ฝ่ายธุรการ สนับสนุนและเชิญกรรมการทั้ง 6 คนเข้าร่วมประชุม

สำหรับผลกระทบต่อผู้บริโภค นางสาวสารี ระบุว่า มาตรการหลังการควบรวมกิจการ ทั้งการลดราคา การเพิ่มการแข่งขัน และการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเล็ก ยังไม่สามารถเดินหน้าได้ ขณะที่ปัญหาการเรียกเก็บค่าบริการไม่เป็นธรรม แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และ SMS แนบลิงก์หลอกลวง ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไข

นอกจากนี้ ยังแสดงความกังวลต่ออนาคตทีวีดิจิทัล หากการทำงานของ กสทช. ยังคงหยุดชะงัก เพราะอาจกระทบผู้ประกอบการ การลงทุน เศรษฐกิจ และสิทธิประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงอินเทอร์เน็ต ซึ่งไม่ควรถูกบังคับให้ต้องจ่ายเงินเพื่อรับชมโทรทัศน์ผ่านระบบออนไลน์เพียงช่องทางเดียว

ด้านนายเดียว วรตั้งตระกูล เลขานุการสมาคมทีวีดิจิทัล กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงเรื่องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการ แต่เป็นสิทธิของผู้บริโภคในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ขณะนี้อุตสาหกรรมโทรทัศน์อยู่ในภาวะชะงักงัน เพราะไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอนาคตทีวีดิจิทัล

ความไม่แน่นอนดังกล่าวเริ่มส่งผลให้หลายสถานีลดการลงทุน ลดการผลิตรายการ และนำรายการเก่ากลับมาออกอากาศซ้ำเพื่อประหยัดต้นทุน ขณะที่รายการข่าวเริ่มลดกำลังคนและลดการผลิต ซึ่งถือเป็นสัญญาณอันตราย เนื่องจากโทรทัศน์ยังเป็นสื่อที่ประชาชนให้ความเชื่อถือในการรับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและตรวจสอบได้

นายเดียวจึงเรียกร้องให้กรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คนกลับมาประชุมโดยเร็ว พร้อมขอให้ประธาน กสทช. พิจารณาถอยเพื่อเปิดทางให้การประชุมเกิดขึ้น ส่วนข้อพิพาททางกฎหมายให้ดำเนินการไปตามกระบวนการ โดยย้ำว่าบ้านเมืองไม่สามารถรอได้อีกต่อไป

ขณะที่นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ระบุว่า ปัญหานี้ไม่ได้กระทบเฉพาะอุตสาหกรรมโทรทัศน์ วิทยุ หรือโทรคมนาคม แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจดิจิทัลและความเชื่อมั่นของประเทศ โดยเห็นว่าประธาน กสทช. ควรหยุดปฏิบัติหน้าที่เพื่อเปิดทางให้กรรมการที่เหลือทำงาน และสำนักงาน กสทช. ต้องสนับสนุนกรรมการทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับประธานเพียงคนเดียว

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ฝ่ายบริหารเข้ามาช่วยพูดคุยเพื่อหาทางออก หากการแก้ปัญหาด้วยข้อกฎหมายเพียงอย่างเดียวต้องใช้เวลานาน เพราะประเทศไม่สามารถรอได้

ด้านนายรุจน์ โกมลบุตร อนุกรรมการด้านการสื่อสาร กิจการโทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบุว่า ในมุมกฎหมายควรถือเป็นข้อยุติว่า นพ.สรณ ได้สละสิทธิ์แล้วและไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ดังนั้นการประชุม กสทช. ต้องเกิดขึ้น โดยปัจจุบันมีวาระค้างพิจารณากว่า 100 วาระ ทั้งเรื่องผลกระทบจากการควบรวมกิจการ ทีวีดิจิทัล และเรื่องร้องเรียนของประชาชนจำนวนมาก

ทั้งนี้ สภาองค์กรของผู้บริโภคย้ำว่า แม้ข้อพิพาททางกฎหมายจะต้องใช้เวลา แต่ผู้บริโภคและอุตสาหกรรมไม่สามารถรอได้ จึงขอให้กรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คนร่วมมือกันกลับมาประชุม และให้สำนักงาน กสทช. เร่งจัดประชุม เพื่อให้การคุ้มครองผู้บริโภคและการกำกับดูแลกิจการโทรทัศน์และโทรคมนาคมเดินหน้าต่อไปได้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ