ประวัติ "วัดจุฬามณี" วัดเก่าแก่ริมคลองอัมพวา แห่งเมืองสมุทรสงคราม

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เปิดประวัติ "วัดจุฬามณี" เปิดเรื่องราววัดเก่าแก่ที่เชื่อมโยง 4 สตรีสำคัญและประวัติศาสตร์ไทย ตั้งอยู่ริมคลองอัมพวา เมืองสมุทรสงคราม

วัดจุฬามณี เป็นวัดเก่าแก่ริมคลองอัมพวาที่มีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญของไทย โดยเฉพาะ 4 สตรีสำคัญ นอกจากนี้ ภายในวัดยังมีพระอุโบสถหินอ่อน หลวงพ่อเนื่อง และท้าวเวสสุวรรณ ที่ผู้คนต่างเดินทางมาสักการะ

วัดจุฬามณี ตั้งอยู่บริเวณคลองวัดจุฬามณี หมู่ 9 ตำบลบางช้าง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญทั้งในด้านพระพุทธศาสนาและประวัติศาสตร์ไทย

ประวัติ "วัดจุฬามณี" FB/ วัดจุฬามณี ตำบลบางช้าง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม
ประวัติ "วัดจุฬามณี"

ในประวัติยังระบุว่า เดิมวัดจุฬามณีมีชื่อเรียกว่า "วัดแม่ย่าเจ้าทิพย์" โดยในสมัยที่วัดอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม ได้รับการอุปถัมภ์จากท่านทิพย์ ซึ่งช่วยปฏิสังขรณ์เสนาสนะจนวัดกลับมาเจริญรุ่งเรือง จึงมีการเรียกชื่อวัดตามนามของผู้อุปถัมภ์

ผู้สร้างวัดคือ "ท้าวแก้วผลึก (น้อย)" นายตลาดบางช้าง ในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททองแห่งกรุงศรีอยุธยา โดยท้าวแก้วผลึกอยู่ในตระกูลเศรษฐีบางช้าง บริเวณด้านหลังวัดยังเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวของสตรีสำคัญ 4 คน ได้แก่

คุณนาก ธิดาคนที่ 4 คือสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ พระราชินีในรัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

คุณนวล ธิดาคนที่ 9 แต่งงานกับนายบุญนาค สหายของหลวงยกกระบัตร ได้อพยพลี้ภัยมาอยู่ในสวนลึกหลังวัดจุฬามณี ก่อนกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า ดำรงตำแหน่งนายฉลองไนยนาถ มหาดเล็กวังหน้า เป็นต้นตระกูลบุนนาค

คุณแก้ว ธิดาคนที่ 10 แต่งงานกับพระแม่กลองบุรี (ศร) เป็นต้นตระกูล ณ บางช้าง

คุณบุญรอ ธิดาของคุณแก้ว พี่สาวของหลวงยกกระบัตร ซึ่งพาครอบครัวอพยพหลบภัยมาพึ่งพิงขณะตั้งครรภ์อยู่ ต่อมานิวาสสถานบริเวณหลังวัดจุฬามณีถูกไฟไหม้ ครอบครัวจึงย้ายไปอยู่บริเวณสวนเดิมของคุณสั้น ซึ่งเป็นสถานที่แห่งใหม่ และต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ได้ทรงพระราชสมภพ ณ สถานที่ดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของวัดอัมพวันเจติยาราม

สิ่งสำคัญภายในวัด

สำหรับสิ่งสำคัญที่ผู้เดินทางสามารถเข้าชมและสักการะได้ ได้แก่ อุโบสถจตุรมุขหินอ่อนหลังใหม่ ซึ่งสร้างขึ้นแทนอุโบสถเดิมที่ทำจากไม้สักและไม้เนื้อแข็ง โดยเริ่มก่อสร้างใน พ.ศ. 2511

ในสมัยพระครูโกวิทสมุทรคุณ หรือหลวงพ่อเนื่อง โกวิโท และใช้เวลาก่อสร้างต่อเนื่องจนถึง พ.ศ. 2530 ก่อนที่ศิษย์ของท่าน คือพระครูโสภิตวิริยาภรณ์ จะดำเนินการก่อสร้างต่อจนเสร็จแล้ว

ภายในอุโบสถประดิษฐานพระประธานบนฐานสูง โดยมีรายละเอียดตกแต่งอย่างประณีต ทั้งบานหน้าต่างด้านนอกที่ลงรักฝังมุก เป็นภาพตราพระราชลัญจกรตั้งแต่รัชกาลที่ 1 จนถึงรัชกาลปัจจุบัน รวมถึงพระนามาภิไธยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนภาพเครื่องราชอิสริยาภรณ์และจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติและนิทานชาดก

อีกหนึ่งจุดสำคัญคือการสักการะหลวงพ่อเนื่อง เกจิอาจารย์ชื่อดังของวัด ซึ่งร่างของท่านยังบรรจุอยู่ในโลงแก้วบนศาลาการเปรียญ โดยหลวงพ่อเนื่องเป็นศิษย์ของหลวงพ่อแช่มและหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม และมีความเชี่ยวชาญด้านสมถกรรมฐาน

นอกจากนี้ ยังมีท้าวเวสสุวรรณตามความเชื่อของพระพุทธศาสนาที่มีสี่ภาค ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้ศรัทธาเดินทางมาสักการะ พร้อมมีคาถาสำหรับขอพร

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ