ก้าวสำคัญ! ไทยเตรียมส่งอุปกรณ์ไปดวงจันทร์กับยานฉางเอ๋อ 7-8 จีน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ไทยเตรียมส่งเครื่องมือตรวจวัดรังสีไปกับยานฉางเอ๋อ 7 ของจีน พร้อมพัฒนาอุปกรณ์ร่วมภารกิจฉางเอ๋อ 8 สำรวจน้ำแข็งใต้ผิวดวงจันทร์

ดร.วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ให้สัมภาษณ์ PPTV ระหว่างการบรรยายเรื่อง “ไทย-จีน ผนึกกำลังเปิดศักราชใหม่แห่งการวิจัยและเศรษฐกิจอวกาศ” ในโครงการมองจีนยุคใหม่ สิ่งที่สื่อไทยควรรู้ รุ่นที่ 8 โดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สนับสนุนโดยสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย

ดร.วิภูเล่าถึงอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่ไทยจะส่งไปกับยานฉางเอ๋อ 7 ว่า เรียกว่า CE-7 MATCH (Moon-Aiming Thai-Chinese Hodoscope)

ดร.วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ช่างภาพพีพีทีวี
ดร.วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT)

เป็นอุปกรณ์ตรวจวัดรังสีคอสมิกและอนุภาคพลังงานสูงในวงโคจรรอบดวงจันทร์ เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมด้านรังสีในอวกาศ รวมถึงผลกระทบที่อาจมีต่อมนุษย์และอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยอุปกรณ์ดังกล่าวจะติดตั้งอยู่บนยานโคจรรอบดวงจันทร์

โดยเหตุที่ยานฉางเอ๋อ 7 ซึ่งเดิมมีกำหนดปล่อยในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ต้องเลื่อนออกไป มีหลายสาเหตุ ทั้งจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนนาร์รา และความจำเป็นในการคำนวณช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการปล่อยและการลงจอดใหม่ให้แม่นยำ

ซึ่งตามแผนเดิม ยานลงจอดจะลงบริเวณขอบหลุมอุกกาบาตแชคเคิลตัน ใกล้ขั้วใต้ของดวงจันทร์ เพื่อค้นหาน้ำแข็งในบริเวณที่แสงอาทิตย์แทบส่องไม่ถึง ถือเป็นภารกิจสำคัญของยานฉางเอ๋อ 7 ซึ่งค่อนข้างยาก เพราะขั้นตอนการลงจอดต้องอาศัยมุมแสงที่เหมาะสมและมีแสงอาทิตย์ต่อเนื่องยาวนานเพียงพอสำหรับการผลิตพลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์ ก่อนดำเนินการสำรวจพื้นที่ขั้วใต้ของดวงจันทร์

เมื่อพ้นช่วงเวลาที่สภาพแสงเหมาะสม การลงจอดและการผลิตพลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์จะทำได้ยากขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้จีนต้องเลื่อนกำหนดการปล่อยยานออกไปเป็นปี 2570 โดยข้อมูลของ NARIT ระบุว่า ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ยังไม่มีกำหนดวันปล่อยครั้งใหม่อย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม ดร.วิภูยืนยันว่า การเลื่อนภารกิจไม่ส่งผลกระทบต่ออายุการใช้งานของอุปกรณ์ CE-7 MATCH ของไทย เนื่องจากอุปกรณ์ไม่มีแบตเตอรี่ภายในที่ต้องกังวลเรื่องการเสื่อมสภาพจากการเก็บรักษา และใช้พลังงานจากระบบพลังงานแสงอาทิตย์ของยานโคจร

ส่วนอุปกรณ์วิทยาศาสตร์อีกชิ้นที่ประเทศไทย โดย NARIT กำลังพัฒนาเพื่อส่งไปร่วมกับภารกิจฉางเอ๋อ 8 ของจีน คือ CE-8 ALIGN (Assessing Lunar Ion-Generated Neutrons) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ตรวจวัดนิวตรอนและอนุภาค เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมด้านรังสีบริเวณพื้นผิวดวงจันทร์ และช่วยสำรวจน้ำแข็งใต้ผิวดวงจันทร์ โดยจะติดตั้งกับยานลงจอดของภารกิจฉางเอ๋อ 8 ILRS

ในส่วนความร่วมมือไทย-จีนนี้ หากประสบความสำเร็จ ดร.วิภูบอกว่า เมืองไทยจะมีสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างมากมาย ตั้งแต่ระบบการเรียนการสอน ไปจนถึงอุตสาหกรรมวัสดุและอุปกรณ์ยานอวกาศ ซึ่งจะเป็นผลดีกับประเทศไทยอย่างมากด้วย

ส่วนเด็กไทยในอนาคตของยุค AI และยุคอวกาศนี้ ดร.วิภูมองว่า จะไม่ใช่แค่สาขาใดสาขาหนึ่ง แต่เด็กรุ่นใหม่ต้องเน้นพื้นฐานและสามารถประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ เพราะเทคโนโลยีทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ