ตำรวจลั่นใครผิดไม่ละเว้น เร่งเช็กเส้นเงินมูลนิธิ “บุ๋ม” ชัดเจนใน 2 วัน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ผบช.ก. เร่งรวบรวมหลักฐานเอาผิดผู้เกี่ยวข้องมูลนิธิ “บุ๋ม ปนัดดา” คาด 1-2 วันชัดเจน ยันพร้อมรับข้อมูลผู้บริจาคทุกคน แม้บริจาคเพียง 19 บาท

พลตำรวจโทณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งคำให้การของพยานและผู้เสียหายที่เข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผลการประชุมร่วมกับทีมพนักงานสอบสวน โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนเรื่องการออกหมายเรียกหรือการดำเนินการทางกฎหมายอื่น ๆ ภายในวันนี้ หรืออย่างช้าที่สุดภายใน 1-2 วันนี้ ซึ่งเมื่อพยานหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว จะมีการนัดหมายแถลงรายละเอียดต่อสื่อมวลชนอีกครั้ง

บุ๋ม ปนัดดา ช่างภาพพีพีทีวี
“บุ๋ม ปนัดดา” หนาว! ไม่เกิน 2 วัน รู้ใครผิด-ใครโดน

สำหรับกระแสข่าวเรื่องเส้นทางการเงินที่ถูกระบุว่าพัวพันกับทหารเรือ พลตำรวจโทณัฐศักดิ์ยืนยันว่า ทหารเรือไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

ส่วนกรณีเมื่อวานนี้ นายกรรชัย กำเนิดพลอย หรือหนุ่ม พิธีกรชื่อดัง เข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน และให้สัมภาษณ์ว่าหลังได้รับข้อมูลจากตำรวจถึงกับเข่าทรุด พลตำรวจโทณัฐศักดิ์ระบุว่า ต้องไปสอบถามรายละเอียดจากหนุ่ม กรรชัยเอง ส่วนเรื่องเส้นทางการเงินจะพัวพันไปถึงเงินส่วนตัว หรือใช้เฉพาะในกิจการของมูลนิธิฯ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

สำหรับพยานและผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความและให้การกับตำรวจ ซึ่งมีทั้งกรณีของนางสาวบุญยนุช แสงศรี หรือออยศรี เจ้าของเฟซบุ๊กแฟนเพจ “ออยศรีและผองเผือก” รวมถึงผู้เสียหายรายอื่น ๆ ขณะนี้ตัวเลขพยานและผู้เสียหายยังอยู่ระหว่างตรวจสอบยอดรวมที่แน่นอน โดยผู้ที่เข้าพบเจ้าหน้าที่มีทั้งกลุ่มที่มาให้การในฐานะพยาน และกลุ่มที่เดินทางมาแจ้งความในฐานะผู้เสียหาย

ส่วนข้อหาที่ ปอศ. วางแนวทางดำเนินคดีกับบุ๋ม ปนัดดา สามี และช่างเอ๋ ซึ่งแต่ละคนมีพฤติการณ์แตกต่างกันนั้น หากบุคคลใดเข้าข่ายกระทำความผิดก็จะดำเนินการโดยไม่ละเว้น โดยต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานทั้งหมดอีกครั้ง โดยเฉพาะฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน หากมีพฤติการณ์หลอกลวงประชาชนให้บริจาคเงิน แต่ไม่นำเงินไปใช้ตามวัตถุประสงค์ ก็อาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ส่วนการโพสต์เชิญชวนบริจาคอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และหากมีการยักย้ายหรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดมูลฐาน ก็อาจเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน

สำหรับกรณีช่างเอ๋ที่บุ๋ม ปนัดดา แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง แต่ในขณะเดียวกันตำรวจ ปอศ. กลับกันตัวช่างเอ๋ไว้เป็นพยาน ประเด็นนี้บุ๋ม ปนัดดาจะเข้าข่ายแจ้งความเท็จหรือไม่ พลตำรวจโทณัฐศักดิ์ระบุว่า ไม่ต้องการให้นำ 2 ประเด็นนี้มาปะปนกัน โดยคดีฉ้อโกงอยู่ในความรับผิดชอบของกองบังคับการปราบปราม ส่วนการดำเนินกิจการของมูลนิธิอยู่ในความรับผิดชอบของ ปอศ. ซึ่งทั้งสองหน่วยงานต้องสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่นหนาที่สุด ก่อนพิจารณาว่าใครมีความผิดหรือไม่

ทั้งนี้ แม้จะเป็นบุคคลกลุ่มเดียวกันที่อาจถูกมองว่ามีความเชื่อมโยงหรือมีการตระเตรียมกันมาก่อน แต่ตำรวจจะพิจารณาจากพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และนิติวิทยาศาสตร์เป็นหลัก เช่น หลักฐานการทำธุรกรรม สถานที่ และเวลาในการใช้งาน โดยเฉพาะประเด็นความผิดปกติในการทำธุรกรรมของมูลนิธิ เช่น การโอนเงินช่วงกลางดึกเวลา 02.00 น. โดยไม่มีคณะกรรมการรับรู้ ซึ่งล่าสุดทราบว่าช่างเอ๋เข้ามาให้ข้อมูลแล้ว และพยานหลักฐานเพิ่มเติมทั้งหมดนี้จะช่วยให้สำนวนมีความสมบูรณ์และสามารถดำเนินคดีต่อไปได้

ส่วนประเด็นที่ประชาชนสงสัยว่า เหตุใดตำรวจจึงเรียกสอบปากคำเฉพาะบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือผู้บริจาครายใหญ่ก่อน แต่กลับไม่เรียกผู้บริจาคเงิน 19 บาทเข้าให้ข้อมูล พลตำรวจโทณัฐศักดิ์ระบุว่า ตำรวจพร้อมรับข้อมูลจากประชาชนทุกคนที่บริจาคเงินและรู้สึกว่าเงินไม่ได้ถูกนำไปใช้ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ แต่ในทางปฏิบัติจำเป็นต้องเริ่มติดตามและตรวจสอบจากกลุ่มผู้บริจาครายใหญ่ก่อน ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเงินที่ผิดปกติในประเด็นอื่น ๆ ขณะนี้ได้ถูกรวมไว้ในสำนวนการสอบสวนแล้ว

บุ๋ม ปนัดดา ช่างภาพพีพีทีวี
“บุ๋ม ปนัดดา” หนาว! ไม่เกิน 2 วัน รู้ใครผิด-ใครโดน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ