จากกรณีที่ 65 จังหวัดทั่วประเทศ ออกมาตรการเข้มข้น ยกระดับมาตรการคุมโควิด-19 โดยออกคำสั่งบังคับสวมหน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครดเมื่อออกนอกเคหสถาน ที่พำนัก โดนกำหนดโทษปรับสูงสุด 20,000 บาท ตามพ.ร.บ.โรคติดต่อฯ ในความปิดฝ่าฝืนประกาศของจังหวัด โดยตำรวจมีอำนาจจับกุมและเปรียบเทียบปรับ ขณะที่บางกรณีพนักงานสอบสวนตำรวจต้องทำสำนวนส่งฟ้องปรับในชั้นศาล ซึ่งหลายวันที่ผ่านมา จับ ปรับ ไปแล้วหลายราย
พื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลจำนวน 1 คน ในความรับผิดชอบของสถานีตำรวจนครบาลดุสิต เมื่อวันที่ 26 เมษายน คืดคดีของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปรับ 6,000 บาท
พื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 2 ราย เมื่อวันที่ 25 เมษายน ส่งฟ้องศาลแขวงอยุธยา ปรับคนละ 2,000 บาท
พื้นที่รับผิดชอบกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 จำนวน 2 คน ในพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจภูธรท่าใหม่จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 26 เมษายน ปรับคนละ 6,000 บาท
พื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จำนวน 6 คน ในความรับผิดชอบของสถานีตำรวจภูธรธาตุพนม เมื่อวันที่ 27 เมษายน ปรับคนละ 6,000 บาท จำนวน 5 คน ส่วนอีก 1 คน อยู่ระหว่างฟ้องศาล
พื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 จำนวน 1 คน ในความรับผิดชอบของสถานีตำรวจภูธร เมืองสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 21 เมษายน ส่งศาลแขวงสุราษฎร์ธานี ปรับ 2,000 บาท
และในพื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 จำนวน 1 คน ในความรับผิดชอบของสถานีตำรวจภูธรเมืองปัตตานี เมื่อวันที่ 26 เมษายน ส่งศาลแขวงปัตตานี ปรับ 1,000 บาท
นอกจากนี้ ยังพบการกระทำความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ระหว่างวันที่ 1 ถึง 27 เมษายน จับกุม 186 ครั้ง
วันที่ 1 ถึง 8 เมษายน จับกุม 19 ครั้ง
วันที่ 9 ถึง 15 เมษายน จับกุม 49 ครั้ง
วันที่ 16 ถึง 22 เมษายน จับกุม 29 ครั้ง
และวันที่ 23 ถึง 27 เมษายน จับกุม 89 ครั้ง
เป็นความผิด การพนัน 53 ครั้ง มั่วสุม 15 ครั้ง ลักลอบเข้าเมือง 18 ครั้ง และอื่น 3 ครั้ง
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ย้ำว่าช่วงแรกนี้ จะเน้นการประชาสัมพันธ์ควบคู่กันไปด้วย ตำรวจจะเพิ่มความเข้มในการการจับกุมเรื่องการมั่วสุม และการฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยเฉพาะที่มีการมั่วสุม การจัดปาร์ตี้ และมั่วสุมเล่นการพนัน เป็นต้น โดยจะนำพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บ.ควมคุมโรคติดต่อ มาบังคับใช้
สรุปผล เอกชนหารือนายกรัฐมนตรี ตั้งทีมหนุนฉีดวัคซีน พร้อมจ่ายเองให้ พนง.9.21 แสนคน
ศาลจังหวัดเวียงสระ รายงานว่าเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2564 มีฟ้องเข้ามา 1 คดี จำเลย 2 คน ศาลลงโทษปรับคนละ 2,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงปรับ 1,000 บาท วันที่ 27 เมษายน 2564 มีรายงานว่าที่ศาลจังหวัดเวียงสระมีฟ้องเข้ามาอีก 1 คดี จำเลย 1 คน ศาลลงโทษเท่ากันกับเมื่อวันก่อน (26 เมษายน)
นอกจากนี้ในวันที่ 27 เมษายน ยังมีที่ศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา ฟ้อง 2 คดี จำเลยคดีละ 1 คน รวม 2 คน ศาลลงโทษปรับจำเลยคนละ 4,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงปรับคนละ 2,000 บาท
ศาลจังหวัดยะลาฟ้อง 2 คดี จำเลยคดีละ 1 คน รวม 2 คน ศาลลงโทษปรับจำเลยคนละ 4,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กี่งหนึ่งคงปรับคนละ 2,000 บาท
และศาลจังหวัดเบตงฟ้อง 2 คดี จำเลยคดีละ 1 คน รวม 2 คน ศาลลงโทษปรับจำเลยคนละ 2,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงปรับคนละ 1,000 บาท
สำหรับการลงโทษที่มีข้อแตกต่างกันนั้น เนื่องจากผู้พิพากษาสามารถใช้ดุลพินิจพิจารณาตามพฤติการณ์แห่งคดีของแต่ละคดีซึ่งอาจมีรายละเอียดและความหนักเบาแห่งการกระทำความผิดที่แตกต่างกัน การลงโทษจึงเป็นไปได้ที่จะไม่เท่ากัน
"ในส่วนของการพิจารณาของศาลนั้น จะลงโทษตามระวางโทษที่กฎหมายกำหนด ส่วนบัญชีอัตราเปรียบเทียบแนบท้ายระเบียบ ฯ นั้น ใช้สำหรับผู้มีอำนาจเปรียบเทียบ ซึ่งตามคำสั่งกรมควบคุมโรครวมถึงพนักงานสอบสวนด้วย บัญชีนี้ไม่ผูกพันให้ศาลต้องใช้ตามเกณฑ์ที่กำหนดว่าครั้งแรกต้องปรับ 6,000 บาท ศาลจึงยังคงมีอำนาจในการใช้ดุลพินิจลงโทษได้ไม่เกิน 20,000 บาท ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ซึ่งเมื่อพิจารณาตามพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว อาจเกินกว่าหรือต่ำกว่า 6,000 บาท ก็ได้ อีกทั้ง การชำระค่าปรับตามที่ถูกเปรียบเทียบปรับเป็นผลทำให้คดีอาญาเลิกกัน สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องระงับไป ไม่ต้องมาฟ้องคดีที่ศาลอีก หากไม่ยินยอมให้เปรียบเทียบปรับคดีอาญาก็ยังไม่ระงับ เจ้าพนักงานก็มีสิทธินำคดีมาฟ้องต่อศาลได้" โฆษกศาลยุติธรรมกล่าว
อย่างไรก็ตามขอย้ำกับประชาชนทั่วประเทศว่าขอให้ติดตามข่าวสาร การประกาศของทางราชการอยู่เสมอเพื่อจะได้ปฏิบัติตามคำสั่งได้อย่างถูกต้องเพื่อความปลอดภัยทั้งของตัวเองและของผู้อื่น
ในส่วนของศาลยุติธรรมนั้นช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สำนักงานศาลยุติธรรมมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อช่วยสนับสนุนงานการพิจารณาตัดสินคดีของผู้พิพากษา เพื่อลดการเดินทางของคู่ความที่จะต้องเดินทางมาศาลในทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ในชั้นของการยื่นคำร้อง คำขอต่าง ๆ ไปจนกระทั่งถึงการสืบพยานสามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้ ซึ่งสำนักงานศาลยุติธรรมได้ออกประกาศแนวทางการปฏิบัติให้ศาลยุติธรรมทั่วประเทศดำเนินการแล้ว