สาเหตุที่ทำให้ นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการ อย. ต้องออกมาแถลงข่าว ยืนยันว่า เรียกเก็บวัคซีนทั้ง 110 โดส แล้ว หลังจากนี้ต้องนำไปทำลาย เพราะ ไม่สามารถใช้งานได้ จุดเริ่มต้นของการเจอวัคซีนเจล นพ.สุรโชค บอกว่า เจ้าหน้าที่ด่านหน้า ตรวจวัคซีนก่อนนำไปฉีด พบว่า วัคซีนจับตัวเป็นเจล จึงส่งไปตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
แต่ยืนยันว่า ไม่ได้ฉีดวัคซีนที่เป็นเจลให้กับประชาชน เพราะ เจ้าหน้าที่เห็นก่อน ว่า มีปัญหา จึงแยกวัคซีนดังกล่าวออกมา
ส่วนสาเหตุที่ทำให้ วัคซีนจับตัว เป็นเพราะ เจ้าหน้าที่ใช้ “น้ำแข็ง” ในการรักษาอุณหภูมิ ทั้งที่ตามหลักต้องใช้ เจลเก็บความเย็น หรือ คูลแพค
ประเด็นนี้สอดคล้องกับ นายธนานันต์ สุวรรณโพธิ์รุ่ง หนึ่งในผู้ประกอบการตู้แช่วัคซีน ให้ข้อมูลว่า การขนส่งและการจัดเก็บวัคซีน ตามหลักมาตรฐานจะถูกควบคุมอุณหภูมิ ให้อยู่ที่ 2-8 องศาเซลเซียล เพราะ หากอุณหภูมิ สูงหรือต่ำเกินไป จะส่งผลกับคุณภาพวัคซีน
ตั้งแต่การลำเลียงจากโรงงานผลิต โรงพยาบาล วัคซีนจะถูกบรรจุในกล่องมิดชิด มี Data Logger วัดอุณหภูมิ สามารถกำหนดให้เครื่องบันทึกนี้วัดอุณหภูมิทุกกี่นาที แต่ระบบแสดงผลจะเป็นแบบบันทึกไว้และย้อนกลับไปดู
ทุกกล่องใส่วัคซีน จะมี Data Logger บันทึกอุณหภูมิไว้ ส่วนการจัดเก็บในตู้เย็น หากเป็นตู้เย็นแบบบ้านๆ สามารถใช้ “เครื่องบันทึกอุณหภูมิ” ได้เช่นเดียวกัน ลักษณะการแสดงผลจะเป็นกราฟ อย่างตัวอย่างที่ทีมข่าวนำมาให้ดูเป็น การแสดงผล อุณหภูมิการจัดเก็บวัคซีน โมเดอร์นา ในต่างประเทศ
นายธนานันต์ มองว่า การรักษาอุณหภูมิของวัคซีน นอกโรงพยาบาล ทำได้ยาก กระทรวงสาธารณสุข ควรทำคู่มือให้เจ้าหน้าที่ด่านหน้า เพราะ บางคนไม่มีประสบการณ์เฉพาะทางเรื่องนี้
สำหรับปัญหา ซิโนแวกจับตัวเป็นเจล ถูกตั้งคำถามอย่างมาก เพราะ ข้อมูลของ อย. ที่ออกมา บอกเพียงว่า เป็นวัคซีน รุ่นการผลิต C202105079 เลขทะเบียน 1C 3/64 (NBC) วันที่ผลิต 10 พฤษภาคม 2021 และ จะหมดอายุ 9 พฤศจิกายน 2021 แต่ไม่มีข้อมูลว่า จุดฉีดวัคซีนที่พบปัญหาอยู่ที่ไหน รองเลขาธิการ อย. บอกแค่เพียงว่า เป็น 1 ในจุดฉีดนอกโรงพยาบาลในเขต กทม.
การไม่บอกข้อมูลยิ่งทำให้เกิดความกังวล คนที่ฉีดวัคซีน รุ่นการผลิตเดียวกันกับที่มีปัญหา กังวลว่า ตัวเองจะเป็นหนึ่งในคนที่ฉีดวัคซีนที่จุดฉีด ดังกล่าว จากข้อมูลที่ทีมข่าวตรวจสอบ พบว่า “รุ่นการผลิต” คือ ตัวเลขของ วัคซีนแต่ละล็อต ที่นำเข้ามา แต่ละล็อตไม่เท่ากัน บางล็อต มี 1 แสน 2 แสน หรือ 5 แสนโดส
นอกจากนี้ทีมข่าวยังพบว่า วัคซีนรุ่นการผลิตเดียวกันกับที่พบปัญหา กระจายไปทั่ว เช่น พบที่ จุดฉีดวัคซีน การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จุดฉีดวัคซีน จามจุรีสแควร์ สถาบันบำราศนราดูร รพ.ศรีธัญญา เป็นต้น แต่จากการตรวจสอบล่าสุดของทีมข่าว พบว่า จุดฉีดวัคซีนที่มีปัญหา คือ จุดฉีดนอกโรงพยาบาล ซึ่งมีโรงพยาบาลเอกชนเป็นผู้ทำการฉีด
ด้าน น.ส.มาสิรี กล่อมแก้ว หนึ่งในทีมข่าวของพีพีทีวี ก็เป็นหนึ่งในผู้ฉีดวัคซีนรุ่นการผลิตเดียวกับที่มีปัญหา เธอบอกว่า ครั้งแรกที่ได้ยินข่าวรู้สึกตกใจ และ กังวลเล็กน้อย แต่ก็เชื่อว่า พยาบาลที่ฉีดวัคซีนให้ เช่นเดียวกับอีกหลายคน ที่แสดงความกังวลผ่านโซเชียลมีเดียแม้ว่า อย.จะแถลงข่าวยืนยันว่าไม่ได้ฉีดวัคซีนที่มีปัญหาให้กับประชาชน
รองศาสตราจารย์ วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ อ.อ๊อด อาจารย์ภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายหลักการทางเคมีว่า วัคซีน ถือเป็นสารชีววัตถุชนิดหนึ่ง ที่มีส่วนประกอบหลัก คือ โปรตีน ตามปกติ ตัวกระตุ้นที่จะทำให้ สารเหล่านี้ “ เปลี่ยนรูป” ได้ มี 3 อย่าง คือ อุณหภูมิ สารเคมี และ กัมมันตรังสี
ในกรณีของ วัคซีน ชัดเจนว่าเปลี่ยนรูปจากของเหลว ไปเป็นเจล เพราะ อุณหภูมิ แต่เพราะ ขวดวัคซีนเป็นขวดใส จึงสังเกตได้ง่าย อ.อ๊อด บอกว่า หากฉีดเข้าไปในร่างกายไม่ถึงเป็นอันตราย แต่ประสิทธิภาพอาจลดน้อยลง
เมื่อถามว่า มีโอกาสมากน้อยแค่ไหน ที่ วัคซีนจะถูกนำไปฉีดให้ประชาชน ในช่วงที่ กำลังเปลี่ยนรูปอยู่ อ.อ๊อด มองว่า เป้นเรื่องยากมาก เพราะ ตามปกติ ปฎิกิริยาเปลี่ยนรูปจะเกิดขึ้นฉับพลัน ซึ่งเมื่อบุคลากรที่จะฉีดวัคซีนตรวจดูก็จะพบทันที