คลิปที่ชายคนหนึ่งบันทึกไว้เป็นเหตุการณ์ที่คนขับแท็กซี่มีอาการนั่งหอบเหนื่อยอยู่ในรถที่จอดอยู่ริมถนน โดยผู้ถ่ายคลิปเล่าว่า เมื่อช่วงเย็น เขาซึ่งกำลังจะไปขายของเห็นชายคนนี้ขับรถไปชนกับรถอีกคัน แต่ไม่ได้บาดเจ็บมาก และเคลียร์กับประกันแล้ว คิดว่าไม่มีอะไร แต่เมื่อขายของเสร็จกลับพบว่าคนขับแท็กซี่ยังจอดรถอยู่ที่เดิมและมีอาการเหนื่อยหอบมาก
จนขับรถกลับบ้านไม่ไหว เขาสงสารแต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร จึงแจ้งตำรวจมาตรวจสอบตั้งแต่ 16.00 น. ซึ่งเจ้าหน้าที่มาตอน 21.00 น.
เมื่อเข้าไปคุยก็พบว่าคนขับแท็กซี่มีอาการเข้าข่ายผู้ป่วยโควิด จึงต้องถอยออกมาและประสานศูนย์เอราวัณมาตรวจสอบอีกครั้ง
อีกกรณีเป็นคลัสเตอร์ที่ขยายวงไปถึงวัด ล่าสุดพระครูวิริยานุวัตร ผู้จัดการและผู้อำนวยการ โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดผ่องพลอยวิริยาราม ย่านบางนา ให้ข้อมูลกับทีมข่าวพีพีทีวีว่า พบพระและสามเณร ติดโควิด-19 รวม 202 รูป ในจำนวนนี้มีฆราวาส 4 คน จากจำนวน พระ สามเณร เจ้าหน้าที่ในวัด 291 คน ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนพื้นที่วัดให้เป็นโรงพยาบาลสนาม เพื่อคัดแยกผู้ติดเชื้อและไม่ติดเชื้อออกจากกัน
ขณะที่เฟซบุ๊กของคุณกฤษณะ ละไล ได้โพสข้อความเกี่ยวกับปัญหาที่ทางวัดกำลังประสบบอกว่า กำลังขาดแคลนภัตตาหารเช้า ในหนึ่งมื้อมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 10,000 บาท/รอบ เนื่องจากพระเณรไม่สามารถออกไปบิณฑบาตได้ ญาติโยมที่ต้องการบริจาคทางวัดขอเป็นอาหารสดที่ใช้ประกอบอาหารได้ หรือค่าน้ำ ค่าไฟตามบัญชีของทางวัด
ยอดผู้เสียชีวิตก็เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้พระต้องทำหน้าที่ช่วยเผาศพผู้ติดโควิดทุกวัน อย่างที่วัดบางม่วง จ.นนทบุรี ถือว่าเป็นวัดแรกที่นำร่องรับเผาศพผู้ติดเชื้อโควิด 19 ทำให้มีญาติติดต่อนำศพมาเผาที่วัดทุกวัน
ล่าสุดพระครูวิฑรูย์ ป. วัดบางม่วง บอกว่า ทางวัดต้องรับเผาศพเฉลี่ยวันละไม่ต่ำกว่า 7 ศพ บางวันสูงสุดถึง 15 ศพ จนเตารับไม่ไหวเพิ่งจะเปลี่ยนเตาใหม่ นอกจากนี้ยังพบปัญหาศพของผู้เสียชีวิตบางรายน้ำหนักตัวมากกว่า 100 กิโลกรัม ท่านเจ้าอาวาสจึงมีไอเดียสร้างรางเลื่อนยกโลงศพแทนใช้แรงคนเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และลดความเสี่ยงที่พระต้องไปสัมผัสโลงด้วย
ศบค.แนะสถานีกลางบางซื่อชะลอWalk-inฉีดวัคซีน กำชับ จัดระเบียบลดแออัด
วิธีปฏิบัติตัวในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด จาก กทม. กลับภูมิลำเนา