WorldBank2026 WorldBank2026

หอการค้าไทยเกาะติดไทม์ไลน์ "แอสตร้าฯ"หลังผู้ผลิตยันส่งได้ 61 ล้านโดส

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หอการค้าไทย ย้ำจะเกาะติดไทม์ไลน์การส่งมอบวัคซีน "แอสตร้าเซนเนก้า" หลังผู้ผลิตยืนยันส่งมอบให้ครบ 61 ล้านโดสในสิ้นปีนี้ เสนอฉีดให้ภาคการผลิตด้วย

ภายหลังจากบริษัทผู้ผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 “แอสตร้าเซนเนก้า” ออกมา ระบุว่า จะส่งมอบวัคซีนให้ไทยครบ 61 ล้านโดส ภายในสิ้นปีนี้ ท่าทีล่าสุดของภาคเอกชนอย่างหอการค้าไทย ออกมาระบุว่า จะติดตามการส่งมอบวัคซีนอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเสนอให้ปรับแผนการกระจายวัคซีนไปสู่ส่วนภูมิภาค หรือ ประชาชนในต่างจังหวัด รวมทั้งภาคการท่องเที่ยวและภาคการผลิต เนื่องจากมีส่วนสำคัญในการฟื้นเศรษฐกิจไทย

 

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตามที่แอสตร้าเซนเนก้า ยืนยันว่า จะส่งมอบวัคซีนให้กับประเทศไทยให้ครบ 61 ล้านโดส ภายในเดือนธันวาคมนี้ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีและส่งจะผลดีต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดในประเทศไทย เพราะภายในสิ้นปีนี้ ประเทศไทยจะมีจำนวนวัคซีนทุกประเภทรวมกันแล้วเกินกว่า 120 ล้านโดส ครอบคลุมประชากรกว่า 60 ล้านคน ซึ่งเร็วกว่าแผนเดิมที่ตั้งเป้าว่าจะจัดหาวัคซีน 100 ล้านโดส สำหรับประชากร 50 ล้านคน และหากเร่งฉีดได้ครบตามจำนวนวัคซีนที่มีก็จะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้เร็วยิ่งขึ้น ช่วยให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ในขณะที่ภาคธุรกิจก็สามารถดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น

สำหรับจำนวนวัคซีนที่จะเข้ามาเพิ่มเติมมากขึ้น จำเป็นที่จะต้องปรับแผนการกระจายวัคซีนให้สอดคล้องตามไปด้วย ซึ่งหอการค้าไทยยืนยันว่า ศูนย์ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลทั้ง 25 ศูนย์ของภาคเอกชน ยังสามารถรองรับปริมาณผู้เข้ารับบริการได้มากถึงวันละ 80,000 คน

นอกจากนี้มองว่า ภาคการผลิตเพื่อการส่งออก ถือเป็นฟันเฟืองที่มีความสำคัญต่อประเทศไทยเป็นอย่างมาก แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรง แต่ในกลุ่มภาคการผลิตเหล่านี้สามารถปรับตัวและประคองธุรกิจของตัวเองให้ก้าวผ่านสถานการณ์วิกฤตินี้ไปได้ ส่งผลให้ตัวเลขการส่งออกของไทยยังเติบโตได้เป็นอย่างดี หากภาครัฐเร่งการกระจายวัคซีนและควบคุมการแพร่ระบาดได้ดี ก็จะช่วยบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับภาคการผลิตเหล่านี้ได้

“การวางแผนกระจายวัคซีนและการฉีดวัคซีนให้ได้ตามเป้าหมายเป็นเรื่องสำคัญ เพราะในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงในปัจจุบัน ทุกคนต้องการเข้าถึงวัคซีนให้ได้เร็วที่สุด แต่ที่ผ่านมาวัคซีนยังเข้าถึงประชาชนได้ไม่ดีพอ โดยเฉพาะในต่างจังหวัด เนื่องจากปริมาณวัคซีนที่มีจำกัด แต่เมื่อมีปริมาณที่เพิ่มขึ้นแล้วก็ต้องจัดสรรและกระจายให้ทั่วถึงตามลำดับความจำเป็น เช่น กระจายไปสู่กลุ่มประชาชนในภาคการผลิต เพื่อให้ภาคการผลิตไม่หยุดชะงัก กระจายไปยังต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยว เพื่อให้เศรษฐกิจในท้องถิ่นเริ่มกลับมาได้” นายสนั่นกล่าว พร้อมทั้งระบุว่า

ภาครัฐควรเริ่มมองหาแนวทางการฉีดวัคซีนเข็ม 3 ให้กับประชาชนในกรุงเทพฯ ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็มในระยะแรก เนื่องจากคนกลุ่มนี้จะมีภูมิต้านทานลดน้อยลง และไม่สามารถป้องกันเชื้อโรคสายพันธุ์เดลต้าได้ จึงจำเป็นต้องได้รับการกระตุ้นด้วย

หอการค้าไทยจะมีการติดตามว่า วัคซีนจะเข้ามาถึงประเทศไทยในช่วงเวลาใด จำนวนวัคซีน และจะกระจายไปยังจังหวัดต่าง ๆ เป็นอย่างไร เพื่อที่ภาคเอกชนจะได้มีการวางแผนการดำเนินงานล่วงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

นายญนน์ โภคทรัพย์ กรรมการบริหาร และประธานกลุ่มการค้าปลีกและบริการ หอการค้าไทย และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มาตรการควบคุมการระบาดของโควิด 19 ที่เข้มข้น การเร่งฉีดวัคซีนให้ทั่วถึง และการได้รับวัคซีนเพิ่มเติมอีก 61 ล้านโดสจากภาครัฐ จะเป็นเสมือนการฉีดวัคซีนเร่งด่วนให้กับธุรกิจภาคค้าปลีกและบริการ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดประเทศ จะส่งผลดีต่อภาพรวมของธุรกิจค้าปลีกและบริการมากยิ่งขึ้น 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ