เมื่อเราอกกำลังกาย เล่นกีฬา หรือเกิดอุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ จากการใช้ชีวิตประจำวัน แล้วได้รับบาดเจ็บตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นอาการเจ็บกล้ามเนื้อ อาการเจ็บจากการล้ม บวม มีรอยฟกช้ำ ข้อเท้าแพลง เส้นเอ็นอักเสบ เป็นต้น ซึ่งการลดอาการปวดบวมเบื้องต้น บางคนเลือกใช้วิธีการประคบ แต่การประคบนั้น มีทั้งประคบร้อนและประคบเย็น ซึ่งลักษณะที่ใช้ก็ต้องเลือกให้เหมาะสมกับอาการเพื่อลดอาการปวดบวมอย่างถูกวิธี แต่วิธีไหนคือการลดอาการปวดบวมที่ถูกต้องกันแน่ มาดูกัน
ประคบร้อน vs ประคบเย็น
ประคบร้อน
เป็นวิธีช่วยให้เส้นเลือดขยายตัว เพิ่มการไหลเวียนของเลือด ซ่อมแซมการบาดเจ็บให้ดีขึ้น บรรเทาอาการปวด
วิธีการประคบร้อน
-ใช้กระเป๋าน้ำร้อน, ผ้าขนหนูชุบน้ำร้อน, เจลสำหรับประคบร้อนแบบสำเร็จ
-อุณหภูมิไม่ควรเกิน 45 องศาเซลเซียส
-เริ่มใช้หลังจากมีอาการผ่านไปแล้ว 48-72 ชั่วโมง
-ประคบครั้งละ 15-20 นาที วันละ 2-3 ครั้ง
อาการเมื่อต้องใช้การประคบร้อน
-อาการปวด กล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า หลัง หรือน่อง
-อักเสบเรื้อรัง ตึงบริเวณข้อ
-ปวดประจำเดือน ปวดฟัน คัดเต้านม
ข้อควรระวัง
-ผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ
-ระวังความร้อนที่มากเกินไป
ประคบเย็น
ช่วยให้เส้นเลือดหดตัว ช่วยให้เลือดออกน้อยลง มีการดูดซึมน้ำกลับเข้าหลอดเลือด ช่วยให้บริเวณที่บวมยุบลง
วิธีการประคบเย็น
-ใช้เจลประคบเย็นแบบสำเร็จ, ผ้าห่อน้ำแข็ง หรือถุงพลาสติกใส่น้ำเปล่าผสมน้ำแข็ง
-ทำการทดสอบความเย็นก่อนประคบ
-เริ่มใช้ภายใน 24-48 ชั่วโมง
-วางลงบนบริเวณที่มีอาการปวดบวม ประมาณ 20-30 นาที วันละ 2-3 ครั้ง
อาการเมื่อต้องใช้การประคบเย็น
-ข้อเท้าแพลง
-มีรอยฟกช้ำ จากการกระแทก ปวด บาดเจ็บ
-อาการปวดเฉียบพลัน
-ปวดศีรษะ มีไข้สูง
-เลือดกำเดาไหลจากแผลมีคม
-น้ำร้อนลวก ไฟไหม้ที่ไม่รุนแรง
ที่มา รามาแชแนล, รพ.กรุงเทพ, รพ.เปาโล