“เลือดกำเดาไหล” ถือเป็นภาวะที่เกิดจากเส้นเลือดฝอยในโพรงจมูกแตก ซึ่งอาจมีสาเหตุหลายอย่างอาทิ ระคายเคืองจากการถูกแคะ แกะ เกา ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ สภาพความกดอากาศเปลี่ยนแปลง ติดเชื้อทางเดินหายใจ อากาศหนาว ความชื้นต่ำ และโรคระบบทางเดินหายใจอื่นๆ
ซึ่งอาการเลือดกำเดาไหลนี้มักจะเกิดขึ้นในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ และเมื่อเลือดกำเดาไหล หลายคนก็มักให้ผู้ป่วยเงยหน้าขึ้นเพื่อหยุดเลือด แต่แท้จริงแล้ววิธีการปฐมพยาบาลดังกล่าวเป็นวิธีที่ผิด
เพราะหากผู้ที่มีอาการเลือดกำเดาไหล เป็นเด็ก อาจส่งผลให้เกิดอาการสำลักได้ เลือดอาจจะลงคอแล้วเด็กก็จะอาเจียน
สำหรับวิธีการปฐมพยาบาล เมื่อมีเลือดกำเดาไหล คือ
1. นั่งตัวตรงหรือนอนให้ศีรษะสูง เพื่อป้องกันการสำลักเลือด
2. บีบที่จมูกโดยใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ ประมาณ 5 นาที โดยระหว่างนี้ให้หายใจทางปากแทน
3. ใช้ผ้าสะอาดหรือทิชชูซับเลือดตรงจมูก
4. ประคบบริเวณจมูกและแก้มด้วยผ้าเย็น หรือน้ำแข็ง เพื่อช่วยให้เลือดหยุดเร็วขึ้น
โดยสามารถทำอย่างนี้ 2 -3 ครั้ง แต่ถ้ายังไม่หายควรรีบไปพบแพทย์
ส่วนคำแนะนำใหนการป้องกันไม่ให้เลือดกำเดาไหล หลีกเลี่ยงการแคะจมูก การสั่งน้ำมูกแรง ๆ และการยกของหนัก กรณีอากาศแห้งในช่วงหน้าหนาว อาจใช้วาสลินครีม หรือขี้ผึ้งทาบริเวณเยื่อบุจมูกเพื่อให้เกิดความชุ่มชื้น หากมีไข้ควรให้ยาลดไข้ร่วมด้วย
ที่มา
- คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
- โรงพยาบาลกรุงเทพ พัทยา