อย่าหาทำ "กินยาดัก-รวบมื้อ" เสี่ยงรับเกินขนาดทั้งยังไม่ช่วยป้องกันโรค

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ไขความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการกินยา กินดัก-รวบมื้อ-กินเกินขนาด นอกจากจะตับพังยังไม่ช่วยป้องกันโรค

ยารักษาโรคช่วยในการรักษา บรรเทา หรือป้องกันโรคและอาการป่วย รวมถึงความผิดปกติต่าง ๆ ในร่างกาย ซึ่งการกินยาตามแพทย์สั่งจะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพและไม่มีผลกระทบต่อร่างกาย แต่หลายครั้งที่เกิดความเข้าใจผิด ความไม่รู้ รวมถึงความเชื่อผิดๆ ที่บอกต่อ ๆ กันมา เช่น กินยาดัก กินรวบมื้อ กินยาเกินขนาด ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ หากทำตามจะทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายภายหลัง


ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการกินยา
- กินยาดัก เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย
     "เหมือนจะเป็นไข้ กินยาดักไว้ก่อนดีกว่า" ประโยคนี้เชื่อว่าหลาย ๆ คนเคยได้ยิน เพราะเชื่อว่าหากกินยาก่อนที่จะป่วยไข้จะเป็นการป้องกันไม่ให้เจ็บป่วย โดยเฉพาะพาราเซตามอลหรือยาลดไข้
     ซึ่งที่จริงแล้ว ยาเหล่านี้มีฤทธิ์บรรเทาอาการปวด ลดไข้ แต่ไม่ได้มีสรรพคุณในการป้องกันอาการป่วย ดังนั้นการกินยาดักไม่สามารถป้องกันการเป็นไข้ มีแต่จะส่งผลข้างเคียง โดยเฉพาะหากกินติดต่อเป็นเวลานาน จะกระทบกับการทำงานของตับ

- กินรวบมื้อ
     เมื่อเราลืมกินยา แล้วกินรวบพร้อมกับมือถัดไป เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ เพราะการกินยาแบบรวบมื้อ อาจทำให้ได้รับยาเกินขนาดกระทบกับยามื้อถัดไปเพราะยาจะโดนลดประสิทธิภาพ 

- กินยาเกินขนาด จะได้หายเร็วๆ
     การกินยาในปริมาณหรือขนาดที่มากกว่าแพทย์กำหนด โดยเชื่อว่าจะทำให้หายจากโรคเร็วขึ้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะจะได้รับยาเกินขนาดอาจส่งผลให้เสียชีวิตได้

- "ยาปฏิชีวนะ" กับ "ยาแก้อักเสบ" คือยาชนิดเดียวกัน
     ยาปฏิชีวนะ เป็นยาฆ่าเชื้อหรือยาต้านแบคทีเรีย เป็นยารักษาโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น
     ส่วนยาต้านการอักเสบ เป็นยาที่มีฤทธิ์ลดอาการไข้ บรรเทาปวด บวม แดง เป็นการอักเสบที่เกิดขึ้นโดยไม่มีการติดเชื้อ
     ซึ่งหากเราไปซื้อยาเองด้วยความเข้าใจผิด มีโอกาสที่จะได้ยาที่ไม่ตรงกับโรค เพราะหากได้รับยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น จะทำให้เชื้อดื้อยาได้

-หยุดยา เพิ่มยา ลดยา หรือซื้อยาเดิมกินเองต่อเนื่อง โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์
     เหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะโรคบางชนิดเป็นโรคเรื้อรังไม่ควรหยุดยาเอง แม้จะรู้สึกว่าอาการดีขึ้นแล้วก็ตาม

- โรคเดียวกัน แบ่งยากันกินได้
     เช่นกรณีที่เราหายจากอาการเจ็บป่วย แต่ยาที่ได้มาจากแพทย์ยังเหลืออยู่ จึงนำยาไปให้คนอื่นที่เป็นโรคเดียวกัน สิ่งนี้ไม่ควรทำ เพราะแต่ละคนมีโรคประจำตัว และการทำงานของตับ ไต รวมถึงน้ำหนักตัวและปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อชนิดและขนาดของยาที่แตกต่างกัน

ที่มา รพ.สมิติเวช

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ