เมื่อพ่อแม่รักลูกมากไป อาจกลายเป็นเรื่องทำร้ายลูกโดยไม่รู้ตัว


โดย PPTV Online

เผยแพร่




การเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่าย พ่อแม่ต้องดูแลตั้งแต่ลูกยังเล็กทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ถ้ารักอย่างเดียวอาจจะกลายเป็นเรื่องทำร้ายลูก

ธรรมชาติของเด็กมักเลียนแบบผู้ใหญ่อยู่เสมอ พ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ลูก  เช่น ถ้าต้องการให้ลูกกินผัก เราต้องกินผักเป็นตัวอย่าง เพราะเด็กเรียนรู้ได้ดีจากการเลียนแบบ และควรที่จะเริ่มสร้างลักษณะนิสัยที่ดีเมื่อลูกของคุณยังอายุน้อย ที่สำคัญอย่าใช้วิธีต่อรองกับลูกโดยใช้อาหารและของเล่น เพราะนั่นจะเป็นการสร้างนิสัยที่ไม่ดีให้กับลูกของคุณ แต่ควรให้เวลาพูดคุยขัดเกลาจิตใจกับลูก ให้รางวัลแก่ลูก การให้รางวัลแก่เด็กจะเป็นการกระตุ้นให้เด็กมีพัฒนาการในเชิงบวก

 

หมอจิตวิทยาเด็ก แนะ 7 วิธีเลี้ยงลูก ที่คนในบ้านไม่ต้องทะเลาะกัน

จิตแพทย์เด็กแนะ 5 พฤติกรรมที่พ่อแม่ไม่ควรปฏิบัติกับลูกเวลาโกรธ

เช็กที่นี่ ! รวมจุดฉีดวัคซีนโควิด ทั้งแบบลงทะเบียน และ Walk in

 

 

พ่อและแม่ควรสอนลูกไปในทางเดียวกัน ขณะที่แม่สอนพ่อต้องไม่โอ๋หรือห้าม จะทำให้เด็ก ๆ สับสนว่าจะเชื่อใครดี ดังนั้นพ่อและแม่ควรแบ่งบทบาท เรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันเป็นหน้าที่ของแม่ เรื่องใหญ่ที่ต้องตัดสินใจให้พ่อดูแล พ่อแม่ที่อารมณ์มั่นคงมักจะประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูก

โรงพยาบาลกลาง เปิดลงทะเบียนฉีดวัคซีน เข็ม 3 ไฟเซอร์ 24 ม.ค. นี้

ชื่นชมต่อความพยายาม คำชมเป็นแรงจูงใจ หากต้องการสร้างแรงจูงใจให้กับลูก เริ่มต้นโดยการสร้างจุดสนใจเกี่ยวกับความพยายามของลูก ส่วนใหญ่พ่อแม่มักชมที่ผลลัพธ์มากกว่าความพยายามของลูก เช่น เมื่อลูกวาดการ์ตูนมาให้พ่อแม่ดู อย่าพูดแต่เพียงว่าสวยจังเท่านั้น แต่ให้เราชมรูปที่ลูกวาดเกี่ยวกับความพยายามในการวาดรูปแทน เพราะการชมที่เฉพาะเจาะจงจะสร้างกำลังใจให้ลูกมากกว่าผลลัพธ์ ไม่เปรียบเทียบกับผลงานของลูกกับคนอื่น

 

นักจิตวิทยาแนะนำว่า พ่อแม่ต้องปรับใจเป็นกลาง เพราะเด็ก ๆ ทุกคนมีโอกาสทำผิดกันได้ทั้งนั้น ประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็กยังน้อย จะให้เก่งรู้เรื่องไปหมดคงเป็นไปไม่ได้ ตอนเราเป็นเด็กยังเคยทำผิดมาก่อน อย่าเพิ่งอคติตั้งแง่กับลูกตั้งแต่เริ่มต้น รับฟังเหตุผลในมุมมองของลูก อย่าเพิ่งไปมองว่าลูกโกหก หรือแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ การที่เราสอดแทรก เปิดฉากดุว่าทันที และไม่เปิดใจรับฟังลูกจะคิดว่าเราไม่มีเหตุผล และจะไม่อยากอธิบายหรือเล่าให้เราฟังอีกในครั้งหลัง ๆ ยิ่งทำให้ลูกต่อต้านหนักกว่าเดิมได้ ควรดุลูกที่การกระทำ ไม่ใช่ที่ตัวลูก เช่น ลูกพูดคำหยาบในบ้าน ควรตำหนิว่า “แม่ไม่ชอบที่ลูกพูดคำหยาบแบบนั้น” ไม่ควรตำหนิว่า “ลูกแย่มากที่พูดแบบนั้น” เพราะพฤติกรรมเป็นสิ่งที่แสดงออกมาภายนอกเมื่อพ่อแม่ตำหนิที่พฤติกรรมการกระทำของลูก ก็หมายความว่าสิ่งนั้น ๆ ที่ลูกทำไป คือสิ่งที่พ่อแม่ไม่ชอบ ไม่ยอมรับ ซึ่งไม่ได้แปลว่าพ่อแม่ไม่ยอมรับในตัวตนของลูก และพ่อแม่เองก็ยังรักลูกเหมือนเดิม แต่การดุด่าหรือตำหนิที่ตัวลูกโดยตรง เช่น ลูกแย่มาก ลูกไม่ได้เรื่อง โง่ น่าเกลียด ฯลฯ การกระทำของพ่อแม่แบบนี้ จะทำให้ลูกมองตัวตนของตัวเองว่าแย่ไปด้วย และนั่นจะไปลดทอนความมีคุณค่าในตัวเองของลูกลง จนสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเอง และอย่าดุต่อหน้าคนอื่นจะทำให้ลูกเสียหน้า

 

ถามความคิดเห็นของลูก เมื่อลูกทำผิดอย่ารีบเผลอไปตำหนิ หรือดุด่าว่ากล่าวแบบทันควัน แต่ให้พ่อแม่ใช้วิธีพูดคุย ถามว่าถ้าเกิดกระทำผิดซ้ำจะให้มีวิธีตักเตือนหรือลงโทษอย่างไร ให้ลูกได้คิดถึงผลเสีย วิธีแก้ และการรับผิดชอบในความผิดนั้น ๆ การลงโทษทุกครั้งลูกจะรับรู้และสัมผัสได้ว่าการลงโทษของพ่อแม่เป็นการลงโทษด้วยอารมณ์โกรธหรือความรัก ถ้าลงโทษด้วยอารมณ์ชั่ววูบหรือระงับโทสะไม่ได้ ผลเสียที่จะตามมานั้นอาจจะทำให้กลายเป็นภาพฝังใจประทับตรึงใจลูกไปตลอดชีวิตก็เป็นได้

ภาวะออทิสติกเทียม เกิดขึ้นได้หากพ่อแม่ ปล่อยเด็กไว้กับจอ

แนะ 5 เทคนิค ง่ายสำหรับคุณพ่อคุณแม่ ไว้รับมือเจ้าตัวน้อยเวลามีพฤติกรรมก้าวร้าว

ขอขอบคุณข้อมูลสุขภาพจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP สุขภาพ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ