เมื่อเราหายใจเอาอากาศเข้าไปลมหายใจผ่านจมูกเมื่ออากาศผ่านเข้าไปในจมูกที่มีความชุ่มชื้น มีคนจมูกเพื่อคัดกรองไม่ให้สิ่งแปลกปลอมฝุ่นละอองผ่านเข้าไปในร่างกาย แต่เนื่องจากว่าในปัจจุบันมลพิษมีเยอะขึ้นฝุ่น PM 2.5 ซึ่งมีความละเอียดเยอะมาก ทำให้การคัดกรองของจมูกอาจจะไม่ได้เต็มที่ เมื่อสูดอากาศเข้าไป สิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ก็จะไปกระตุ้นระบบของร่างกายให้มีปฏิกิริยาตอบสนองบางคนอาจจะมีอาการเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีอาการเลย
แต่สำหรับบางคนที่มีปฏิกิริยาไวก็อาจจะเริ่มมีอาการต่างๆ แสดงให้เห็น เช่น คันจมูก มีน้ำมูกสีใส แน่นจมูก คันตา เคืองตา น้ำตาใหล บางรายที่มีอาการรุนแรงอาจเสียงแหบ ระคายเคืองและทำให้ไอ เจ็บคอได้ ภูมิแพ้อากาศไม่ทำอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตหากไม่มีโรคประจำตัว อย่าง โรคหอบหืด อยู่แล้ว
"มะเร็งปอด"คร่าชีวิตคนไทยอันดับ 2 แนะสังเกตสัญญาณเตือน
อาการภูมิแพ้อากาศส่วนใหญ่มักเกิดภายหลัง แต่จะสัมพันธ์กับการใช้ชีวิต โรคประจำตัวหรือหากเครือญาติมีผู้ป่วยโรคภูมิแพ้อากาศก็อาจจะทำให้มีโอกาสสูงในการเป็นโรคภูมิแพ้อากาศมากกว่าคนทั่วไป รวมทั้งสภาพแวดล้อมของที่อยู่อาศัยก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง เช่น ในย่านอุตสาหกรรมที่มีควันไฟ พบว่ามีโอกาสเสี่ยงเป็นภูมิแพ้อากาศมากกว่าคนที่อยู่ในบ้านที่มีสภาพแวดล้อมปลอดโปร่ง ถ่ายเทกว่า
ทุกเพศทุกวัยสามารถที่จะเป็นโรคภูมิแพ้อากาศได้ เปอร์เซ็นต์การเกิดไม่ต่างกัน อ้างอิงวิจัยของประเทศอังกฤษพบว่าเด็กที่เกิดในปี ค.ศ. 2000 เป็นต้นมา มีอัตราการป่วยเป็นโรคภูมิแพ้อากาศสูงขึ้น เนื่องจากอยู่ในช่วงที่มีสภาพภูมิอากาศเต็มไปด้วยมลภาวะ การเติบโตของโรงงานอุตสาหกรรมในเมือง และภาวะโลกร้อน ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยสำคัญ
กรณีของผู้ป่วยหอบหืดที่มีโรคภูมิแพ้อากาศร่วมด้วย
ผู้ป่วยหอบหืดจะมีอาการหดเกร็งตัวของทางเดินหายใจ หลอดลมเล็กๆ ทำให้เกิดเสียงวี๊ดๆ เมื่อผู้ป่วยหอบหืดออกไปเจอมลภาวะทางอากาศจะมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้อากาศได้มากกว่าคนปกติ ดังนั้นในกลุ่มนี้จะมียาพ่นติดตัวอยู่เสมอ หากรู้ว่าสถานที่ที่เรากำลังจะไปมีควันเยอะ หรือมีมลพิษควรเตรียมยาไปให้พร้อม ป้องกันไม่ให้อาการทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
เรื่องต้องรู้ ใส่หน้ากากอนามัยออกกำลังกายอย่างไรไม่ให้ส่งผลเสีย
ขอบคุณข้อมูล : บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) : BDMS