โรคเบาหวาน รู้เร็ว ป้องกันได้


โดย BDMS Wellness Clinic

เผยแพร่




โรคเบาหวาน เป็นหนึ่งในโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases; NCDs) ที่กำลังคุกคามสุขภาพของคนทั่วโลก

ในปี 2021 มีคน 537 ล้านคน หรือ 1 ใน 10 คน เป็นโรคเบาหวาน โดยในระยะเริ่มต้นของโรคมักไม่มีอาการแสดงชัดเจน ทำให้ผู้ป่วยไม่ได้เข้าถึงการตรวจรักษา หรือการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ รวมถึงรักษาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วย

เพื่อป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน การตรวจสุขภาพเชิงป้องกันก่อนการเกิดโรค จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด โดยการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด เป็นวิธีที่นิยมใช้ในการคัดกรองความเสี่ยงโรคเบาหวาน มีด้วยกัน 3 ประเภท มีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกันดังนี้

ข้อมูลน่ารู้ สุขภาพน้ำตาลในเลือด​

เพชฌฆาตเงียบ “โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs” ป้องกันได้เริ่มที่ตัวเรา

 

1. การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร (Fasting Plasma Glucose, FPG)

ข้อดี         ราคาไม่แพง ตรวจได้ง่าย รวดเร็ว ใช้เวลาไม่นาน

ข้อเสีย     เป็นการแสดงผลน้ำตาลในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละวัน

 

2. การตรวจน้ำตาลสะสม (Hemoglobin A1C; HbA1C) เป็นการตรวจน้ำตาลที่จับกับโปรตีนในเม็ดเลือดแดงที่สะสมในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา

ข้อดี         ตรวจได้ง่าย รวดเร็ว สามารถแสดงผลน้ำตาลเฉลี่ยในช่วง 2-3 เดือน ซึ่งแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละวัน

ข้อเสีย     การตรวจนี้จะไม่เที่ยงตรงในผู้ที่มีปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น โลหิตจาง

 

3. การทดสอบความทนทานต่อน้ำตาล (Oral Glucose Tolerance Test, OGTT) การทดสอบจะให้ดื่มสารละลายกลูโคส แล้วเจาะเลือดเพื่อตรวจค่าน้ำตาลในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อทดสอบว่าร่างกายสามารถรักษาระดับน้ำตาลให้อยู่ในระดับปกติได้หรือไม่

ข้อดี         มองเห็นความสามารถในการใช้น้ำตาลของร่างกายได้ชัดเจน

ข้อเสีย     ผู้ป่วยต้องมีการเก็บเลือดหลายครั้ง ในระยะเวลา 2 ชั่วโมง ทำให้เกิดความไม่สะดวก ไม่ค่อยนิยมในการตรวจ     
              สุขภาพทั่วไป

อย่างไรก็ตาม การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดที่กล่าวไปข้างต้น อาจยังไม่สามารถทำให้ตรวจพบความผิดปกติของภาวะดื้อต่ออินซูลินในระดับเล็กน้อย ดังนั้นการตรวจระดับฮอร์โมนอินซูลินควบคู่ไปด้วย จะช่วยให้รู้ทันความเสี่ยงโรคเบาหวานได้เร็วยิ่งขึ้น

 

การตรวจฮอร์โมนอินซูลินในเลือด

ฮอร์โมนอินซูลิน เป็นฮอร์โมนที่ถูกสร้างจากเบต้าเซลล์ของตับอ่อน ทำหน้าที่สำคัญในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในช่วงปกติ ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่สอง ที่มีภาวะดื้ออินซูลิน (Insulin resistance) คือ ร่างกายไม่สามารถนำอินซูลินไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถพบระดับฮอร์โมนอินซูลินในเลือดสูงกว่าคนปกติ  

ระดับของฮอร์โมนอินซูลิน สามารถนำไปคำนวณร่วมกับระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อประเมินภาวะการดื้อต่ออินซูลิน ผ่านการคำนวณคะแนน HOMA-IR หรือ QUICKI เป็นต้น ทำให้แพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงของการเป็นโรคเบาหวานได้ครอบคลุมมากกว่าการใช้น้ำตาลในเลือดเพียงอย่างเดียว

 

คอนเทนต์แนะนำ
14 พฤศจิกายน “วันเบาหวานโลก” โรคที่ผู้สูงอายุป่วยเป็นอันดับที่ 2
14 พฤศจิกายน “วันเบาหวานโลก” โรคที่ผู้สูงอายุป่วยเป็นอันดับที่ 2
เปิดสถิติป่วยโรคเบาหวานทั่วโลกมากกว่า 500 ล้านคน คร่าชีวิต 5 วินาทีต่อราย
เปิดสถิติป่วยโรคเบาหวานทั่วโลกมากกว่า 500 ล้านคน คร่าชีวิต 5 วินาทีต่อราย

 

การตระหนักถึงภัยเงียบของภาวะดื้อต่ออินซูลิน สาเหตุสำคัญของการเป็นเบาหวาน ช่วยนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ตามหลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) ทั้งเรื่องการดูแลน้ำหนักตัวให้เหมาะสม การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การจัดการความเครียด การหลีกเลี่ยงสารอันตราย อย่างการสูบบุหรี่หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการนอนหลับที่เพียงพอ เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพดีแบบองค์รวม

BDMS Wellness Clinic มุ่งมั่นพัฒนาและวิจัยเรื่องสุขภาพ เพื่อมอบเป็นของขวัญสุขภาพแก่คนไทยทุกคน เพราะสุขภาพที่ดี คือของขวัญที่ดีที่สุด Live longer, Healthier and Happier

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic) ​ ไลน์ : @bdmswellnessclinic or  https://lin.ee/rdIDv1A เว็บไซต์ : www.bdmswellness.com

 

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP สุขภาพ