จากกระแสในโลกออนไลน์ที่มีการเผยแพร่คลิปการรักษาอาการปวดฟันด้วยวิธี “อมควัน” ผ่านบ้องไม้ไผ่ และปรากฏวัตถุคล้ายหนอนหลุดออกมา จนถูกอ้างว่าเป็น “แมงกินฟัน” โดยระบุในโพสต์ว่า "ปวดฟันอย่างทรมานมาสามวันแล้ว ขอบคุณหมอรวยที่ช่วยให้หายปวดหายทรมาน เอาตัวแมงกินฟันออกคนละ 14/15 ตัวน่าเกลียดน่ากลัวมาก ๆ ใครแมงกินฟันปวดฟัน ฟันผุมาทางนี้เด้อช่วยได้จริง ๆ ไม่ต้องถอนฟัน" ได้จุดกระแสความเชื่อและข้อถกเถียงอย่างกว้างขวาง เนื่องจากขัดแย้งกับหลักทันตกรรมในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ภาพที่ปรากฎในโซเชียลมีเดีย มีต้นทางข่าวมาจากจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นการนำเสนอข่าวภูมิปัญญาพื้นบ้านของหมอชาวบ้านคนหนึ่ง ชื่อ “หมอรวย” ที่นำเสนอวิธีการรักษาอาการปวดฟัน โดยใช้เมล็ดมะเขือขื่น ผ่านกระบวนการความร้อนและน้ำมันพืชเพื่อให้เกิดควัน แล้วให้ผู้ป่วยอมผ่านบ้องไม้ไผ่ ก่อนที่จะวัตถุคล้ายหนอนหลุดร่วงออกมาจากปากในเวลาต่อมา
สำหรับขั้นตอนการรักษาเริ่มจากการนำเศษเตาเผาไปให้ความร้อนจนร้อนจัด ก่อนนำมาวางลงในจานที่มีน้ำอยู่ จากนั้นโรยเมล็ดมะเขือขื่นลงไป และราดน้ำมันพืชประมาณ 1 ช้อน เพื่อให้เกิดควัน แล้วใช้กะลาตาเดียวครอบทับ ให้ผู้ป่วยอมควันที่ปลายบ้องไม้ไผ่ ครั้งละประมาณ 1-2 นาที ก่อนคายออก ทำซ้ำทั้งหมด 3 รอบจึงเสร็จสิ้นกระบวนการ
หมอรวย ยังคงยืนยันว่า การรักษาดังกล่าวเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ทำสืบต่อกันมา ไม่ได้บังคับหรือชักจูงให้ใครเชื่อ และไม่ได้กำหนดค่ารักษา ผู้มารับบริการจะให้ตามกำลังเพียงเล็กน้อย 5-20 บาทก็เพียงพอ พร้อมย้ำว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นมีการล้างทำความสะอาดและลวกน้ำร้อนทุกครั้ง ส่วนการจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ยังคงเป็นดุลยพินิจของแต่ละบุคคล
ขณะที่ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครสวรรค์ ได้ทดลองรักษาอาการปวดฟันตามวิธีการของ "หมอรวย" พบว่า มีวัตถุคล้ายหนอนหลุดร่วงออกจากปาก แม้จะไม่มีอาการปวดฟัน จึงตั้งข้อสังเกตว่า มีความเป็นไปได้ว่าวัตถุดังกล่าวอาจเป็นสิ่งปนเปื้อนจากสมุนไพรหรือกระบวนการเตรียมที่ไม่ได้ผ่านการทำความสะอาดอย่างเหมาะสมหรือไม่
ผู้เชี่ยวชาญชี้ แมงกินฟัน เป็น “มายากล” มากกว่าการรักษา ?
เพจเฟซบุ๊ก หมอแล็บแพนด้า ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า วัตถุที่หลายคนเข้าใจว่าเป็นหนอน อาจเป็นเพียงต้นอ่อนของเมล็ดมะเขือที่ดีดตัวจากความร้อน หรือในบางกรณีอาจมีการนำหนอนมาใช้ประกอบการหลอกลวงโดยตรง ส่วนความรู้สึกว่าหายปวดฟันหลังการรักษานั้น อาจเกิดจากสารบางชนิดในสมุนไพรที่ทำให้เกิดอาการชาชั่วคราว รวมถึงผลทางจิตใจที่ทำให้เชื่อว่าการรักษาได้ผล ทั้งที่ในความเป็นจริงแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของฟันผุยังคงอยู่
รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า ลักษณะของเหตุการณ์ในคลิปมีแนวโน้มเป็นการจัดฉากหรือใช้กลวิธีคล้ายมายากล เช่น การซ่อนหนอนไว้ในสำลีหรืออุปกรณ์ที่ใช้รักษา เพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นสิ่งที่ออกมาจากฟันจริง อีกทั้งในอดีตยังเคยมีการใช้วิธี “รมควันกะลา” ซึ่งอธิบายได้ว่าหนอนอาจซ่อนอยู่ในวัสดุอุปกรณ์ เมื่อได้รับความร้อนจึงคลานออกมา ไม่ได้เกี่ยวข้องกับฟันของผู้ป่วยแต่อย่างใด
อาจารย์เจษฎา ยังกล่าวต่อว่า สิ่งที่คล้ายหนอนที่ออกมานั้น อาจเป็น "ต้นอ่อน" (Embryo) ภายในเมล็ดมะเขือขื่น ที่แตกตัวและดีดออกมา เมื่อได้รับความร้อนจากน้ำมันและกระเบื้อง ซึ่งมีลักษณะเป็นเส้นสีขาวคล้ายหนอนตัวเล็กๆ จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดมาอย่างยาวนาน
สถาบันทันตกรรม ย้ำ "แมงกินฟัน" ไม่มีอยู่จริง
สถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ ได้ออกมาตรวจสอบและยืนยันว่า การกล่าวอ้างว่าสามารถรักษาฟันผุด้วยการนำ “แมงกินฟัน” ออกนั้นเป็นข่าวปลอม โดยข้อเท็จจริงทางการแพทย์ระบุชัดว่า ฟันผุไม่ได้เกิดจากแมลงหรือพยาธิ แต่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก โดยเฉพาะแบคทีเรียชนิด Streptococcus mutans ซึ่งอาศัยอยู่ในคราบจุลินทรีย์ เมื่อแบคทีเรียเหล่านี้ย่อยน้ำตาลจากอาหาร จะสร้างกรดไปกัดกร่อนเคลือบฟันและเนื้อฟัน จนนำไปสู่การเกิดรูผุและอาการปวดฟัน หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจลุกลามถึงโพรงประสาทฟัน ทำให้เกิดการอักเสบ ปวดฟันรุนแรง หรือติดเชื้อเป็นหนองได้ และปล่อยให้ฟันผุลุกลามจนถึงโพรงประสาทฟัน ก่อให้เกิดการอักเสบ ติดเชื้อ หรือจำเป็นต้องถอนฟันในที่สุด
แนวทางป้องกันฟันผุที่ถูกต้อง แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ร่วมกับการใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำเพื่อขจัดคราบจุลินทรีย์ตามซอกฟัน และที่สำคัญควรพบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟันและขูดหินปูนทุก 6 เดือน