Top-WorldKickoff Top-WorldKickoff

ยกระดับคุมเข้ม “กัญชาทางการแพทย์” ปรับโฉมร้านขายกัญชาสู่สถานพยาบาล

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เดินหน้ายกระดับการควบคุมกัญชาทางการแพทย์ครั้งใหญ่ หลังประกาศใช้กฎกระทรวงใหม่ พ.ศ. 2569 อย่างเป็นทางการ ชู 3 มาตรการสำคัญ ปรับโฉมร้านจำหน่ายกัญชาสู่สถานพยาบาล สร้างความเชื่อมั่นความปลอดภัยทั่วประเทศ ป้องกันการใช้กัญชาผิดวัตถุประสงค์

ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า ภายหลังราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่กฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตให้ศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุม  เพื่อการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 และมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการกำกับดูแล “กัญชาทางการแพทย์” ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์

 

ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

ด้านการรักษาอย่างแท้จริง พร้อมลดปัญหาการนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม และสร้างมาตรฐานความปลอดภัยที่ชัดเจน ให้แก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับสาระสำคัญของกฎกระทรวงฉบับใหม่ ประกอบด้วย 3 มาตรการหลัก ได้แก่ การยกระดับมาตรฐานร้านจำหน่ายกัญชาทางการแพทย์ การเพิ่มอำนาจตรวจสอบร่วมกับฝ่ายปกครอง และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ ในการกำกับดูแลอย่างเข้มข้น

ในส่วนของมาตรฐานสถานประกอบการ ผู้ประกอบการที่ต้องการขออนุญาตจำหน่ายกัญชาทางการแพทย์ จะต้องดำเนินกิจการในลักษณะสถานพยาบาล สถานที่ผลิตหรือจำหน่ายยาและผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือเป็นผู้ได้รับ การรับรองเป็นหมอพื้นบ้าน พร้อมปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ใหม่ด้านการจัดเก็บช่อดอกกัญชาอย่างเหมาะสม ไม่วางสัมผัสพื้น มีระบบกำจัดกลิ่นและควันที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงต้องมีบุคลากรที่ผ่านการอบรมจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกประจำตลอดเวลาทำการ ทั้งนี้ ใบอนุญาตเดิมยังสามารถใช้งานได้จนกว่าจะหมดอายุ แต่การต่ออายุใบอนุญาตจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ใหม่ทั้งหมด

ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุข ยังได้เพิ่มความเข้มงวดด้านการบังคับใช้กฎหมาย โดยแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมตามประกาศกระทรวงฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2569 เพื่อปิดช่องโหว่ การใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ และขยายอำนาจการตรวจสอบไปยังฝ่ายปกครองส่วนภูมิภาค เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และปลัดอำเภอ รวมถึงพื้นที่ปกครองพิเศษอย่างกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา โดยเจ้าหน้าที่มีอำนาจ เข้าตรวจสอบสถานประกอบการในเวลาทำการ ตรวจสอบเอกสาร ยึดหรืออายัดสิ่งของ และดำเนินการจับกุมผู้จำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาตได้ทันที

นอกจากนี้ กรมการแพทย์แผนไทยฯ ยังได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเสริมประสิทธิภาพการกำกับดูแล ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ ระบบ Traffy Fondue ที่พัฒนาร่วมกับ สวทช. สำหรับแจ้งเบาะแสการกระทำผิดผ่าน  Line @traffyfondue และ Super App “หมอพร้อม” ระบบ Medical Cannabis GIS (MC-GIS) สำหรับตรวจสอบพิกัดร้านค้า แปลงปลูก และวันหมดอายุใบอนุญาต ผ่านเว็บไซต์ cannabis-gis.dtam.moph.go.th และแอปพลิเคชันหมอพร้อม รวมถึงศูนย์ประสานงานกัญชาทางการแพทย์ Call Center 0-2257-7042 เพื่อให้คำปรึกษาด้านวิชาการ ตรวจสอบสถานะใบอนุญาต และรายชื่อแพทย์ผู้สั่งจ่าย ในวันและเวลาราชการ

ดร.นพ.พงศธร กล่าวในตอนท้ายว่า กรมฯ ได้กำชับไปยังนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ ให้ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจกับประชาชนและผู้ประกอบการเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยมาตรการทั้งหมด   ถือเป็นการดำเนินงานเชิงบูรณาการ เพื่อยกระดับความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน พร้อมส่งเสริมให้กัญชาถูกใช้ประโยชน์ทางการแพทย์อย่างสูงสุด ภายใต้ระบบกฎหมายที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

Bottom-Volley-LS Bottom-Volley-LS

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ