อุทาหรณ์! ผู้ป่วยเบาหวานหยุดยาตามโฆษณา AI น้ำตาลพุ่ง 2,002 มก./ดล.

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เพจดังเผย อุทาหรณ์ผู้ป่วยเบาหวานหลงเชื่อโฆษณา AI ปลอมเป็นบุคคลน่าเชื่อถือจนหยุดยาที่แพทย์สั่ง ส่งผลให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูง เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนรุนแรงถึงชีวิต

เฟซบุ๊กเพจ Drama-addict แชร์โพสต์จากเพจ Remrin เตือนภัยเกี่ยวกับโฆษณาสุขภาพปลอมที่ใช้ AI สร้างภาพและคลิปวิดีโอเลียนแบบบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือเป็นที่เคารพนับถือ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการขายยาสมุนไพรและผลิตภัณฑ์รักษาโรค

Remrin เจ้าของโพสต์ ระบุว่าโดยปัจจุบันโฆษณายาสมุนไพรและ “ยาผีบอก” กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักบนเฟซบุ๊ก โดยรูปแบบที่พบเห็นบ่อยที่สุดคือการใช้ AI สร้างภาพหรือคลิปปลอม ซึ่งล้วนเป็นข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ พร้อมยกตัวอย่างเคสผู้ป่วยเบาหวานรายหนึ่งที่เข้ารับการรักษา

 

อุทาหรณ์! ผู้ป่วยเบาหวานหยุดยาตามโฆษณา AI Drama-addict
อุทาหรณ์! ผู้ป่วยเบาหวานหยุดยาตามโฆษณา AI

โดยผลตรวจเลือดที่ปรากฏในภาพเป็นของผู้ป่วยรายดังกล่าว ซึ่งยอมรับว่าตัดสินใจหยุดรับประทานยาที่ได้รับจากโรงพยาบาล หลังพบโฆษณาในเฟซบุ๊กที่อ้างว่าเป็นคำแนะนำจากสมเด็จพระสังฆราช ผู้ป่วยเชื่อว่า หากเป็นคำแนะนำย่อมไม่หลอกลวงประชาชน แต่ในความเป็นจริงนั้น บุคคลที่นำ AI มาสร้างภาพและเสียงเลียนแบบต่างหากที่เป็นผู้หลอกลวง ไม่ใช่ตัวบุคคลที่ถูกนำมาแอบอ้าง

ก่อนหน้านี้ ผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นโรคเบาหวานและได้รับยาหลายชนิด โดยยังสามารถควบคุมระดับน้ำตาลสะสม หรือ HbA1c ได้ประมาณ 7% แม้จะยังไม่ถือว่าดีมากนัก แต่ก็อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ อย่างไรก็ตาม หลังหยุดยาแผนปัจจุบันและหันไปรับประทานผลิตภัณฑ์ที่ซื้อจากโฆษณา ระดับ HbA1c เพิ่มขึ้นเป็น 10% ขณะที่ระดับน้ำตาลขณะอดอาหาร (FBS) ก็พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก

Remrin ระบุว่า ข้อมูลสุขภาพที่ผิดพลาดจากคนรอบข้างแล้ว ปัจจุบัน AI กลายเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง เพราะเมื่อผู้ป่วยหลงเชื่อโฆษณา ก็อาจหยุดยาที่แพทย์สั่ง หันไปซื้อผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ ทั้งที่ยาจากโรงพยาบาลสามารถเข้าถึงได้ตามระบบการรักษา ผลที่ตามมาคือผู้ป่วยสูญเสียทั้งเงินและสุขภาพ ต้องกลับมาเริ่มกระบวนการรักษาใหม่ ขณะที่บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงก่อนจะได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

นอกจากนี้ Remrin ยังเล่าถึงเคสผู้ป่วยที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงที่สุดเท่าที่เคยพบ โดยมีค่าสูงถึง 2,002 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ร่วมกับภาวะ Hyperosmolar Hyperglycemic State (HHS) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินรุนแรงในผู้ป่วยเบาหวาน พร้อมระบุว่ายังไม่มีผู้ป่วยรายใดทำสถิติสูงกว่านี้ และหวังว่าจะไม่มีเกิดขึ้นอีก ขณะเดียวกัน วันก่อนหน้าก็พบผู้ป่วยอีกรายที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงถึง 1,300 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ร่วมกับภาวะ Diabetic Ketoacidosis (DKA) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนอันตรายที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

Remrin ยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับโฆษณาที่ใช้ภาพพระสงฆ์ซึ่งสร้างขึ้นด้วย AI โดยมักมาพร้อมข้อความในลักษณะอ้างอิงคัมภีร์หรือภูมิปัญญาโบราณ ก่อนเชื่อมโยงไปสู่การขายยาสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์รักษาโรค โดยมีจุดสังเกตหลายประการที่ช่วยให้ประชาชนแยกแยะความน่าเชื่อถือของเนื้อหาลักษณะดังกล่าวได้ เช่น การใช้สรรพนามที่ไม่เหมาะสมกับพระสงฆ์ โดย AI มักสลับใช้คำว่า “ผม” “ข้าพเจ้า” หรือ “ฉัน” แต่กลับไม่มีคำว่า “อาตมา” ซึ่งผู้ที่คุ้นเคยกับการใช้ภาษาของพระสงฆ์อาจสังเกตเห็นความผิดปกติได้

ทั้งนี้การแพทย์พัฒนาขึ้นทุกปี เพราะงั้นยิ่งมีคำว่า “เก่า” ความน่าเชื่อถือจะยิ่งลดลง ยิ่งตำราเก่ายิ่งหมายถึงการรักษาที่ผิด จะเอาแบบ RDR ไหม ยุคปี 1900 ที่เชื่อว่าสูบบุหรี่รักษาวัณโรคได้ ฉะนั้นคำว่าเก่าจึงเป็นคำโฆษณาทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือต่ำที่สุดแล้ว ไม่ใช่ยิ่งเก่ายิ่งดี

อุทาหรณ์! ผู้ป่วยเบาหวานหยุดยาตามโฆษณา AI Remrin
อุทาหรณ์! ผู้ป่วยเบาหวานหยุดยาตามโฆษณา AI

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ