นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ แพทย์เฉพาะทางโรคระบบทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤตในเด็ก โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า” ระบุว่า “ยาแก้ไอที่ดีที่สุด เท่ากับน้ำเปล่า” เพราะน้ำมูกและเสมหะที่อยู่ในคอและปอดของคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบมากกว่า 95% เมื่อร่างกายขาดน้ำ เสมหะจะยิ่งเหนียว ยิ่งเหนียวก็ยิ่งไอออกได้ยาก และเมื่อไอออกไม่ได้ อาการไอก็อาจหนักขึ้นตามไปด้วย
โดยเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า เสมหะเหมือนไข่มุกที่ติดอยู่ในหลอดดูด ขณะที่ยังเหลว เด็กยังพอไอเอาออกได้ แต่เมื่อเสมหะเหนียวขึ้น ต่อให้ไอแรงเพียงใดก็เอาออกได้ยาก บางคนถึงกับไอเค้นจนหน้าแดงก็มี
สำหรับยาแก้ไอ หมอม็อดระบุว่า ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา มีงานวิจัยจำนวนมากพยายามหาคำตอบว่ายาแก้ไอตัวใดช่วยให้เด็กหายไอได้ดีที่สุดหรือไม่ แต่คำตอบที่ได้คือ ยาแก้ไอหลายชนิดช่วยให้อาการดีขึ้นได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น จนหลายประเทศไม่แนะนำให้ใช้เป็นประจำในเด็กเล็ก ในทางกลับกัน การดื่มน้ำให้เพียงพอกลับช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้มากกว่า เพราะช่วยให้เสมหะไม่เหนียว ช่วยให้ร่างกายกำจัดเสมหะออกได้ง่ายขึ้น และช่วยลดการระคายเคืองในทางเดินหายใจได้จริง
สำหรับเด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน ยังไม่มีความจำเป็นต้องดื่มน้ำเปล่า เนื่องจากนมแม่หรือนมผงมีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่แล้ว ดังนั้นในช่วงที่ป่วย สิ่งสำคัญคือการได้รับนมอย่างเพียงพอ ส่วนเด็กอายุมากกว่า 6 เดือน สามารถดื่มน้ำเพิ่มได้ตามวัย โดยเฉพาะในช่วงที่มีไข้ ไอ หรือมีน้ำมูกมาก เนื่องจากช่วงที่มีไข้ ร่างกายจะสูญเสียน้ำมากกว่าปกติ
หมอม็อดอธิบายเพิ่มเติมว่า เด็กที่มีอาการป่วยค่อนข้างหนัก กินน้ำหรือกินนมได้น้อย โดยเฉพาะผู้ที่มีไข้สูงต่อเนื่องหลายวัน อาจมีอาการไอมากขึ้นและมีเสมหะเหนียวข้นขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนหนึ่งเกิดจากภาวะขาดน้ำ ทำให้เสมหะเหนียวและขับออกได้ยาก
ด้วยเหตุนี้ ในเด็กบางราย การนอนโรงพยาบาลเพื่อรับสารน้ำทางหลอดเลือดดำไม่ได้ช่วยเพียงแก้ภาวะขาดน้ำเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เสมหะเหลวขึ้น ขับออกได้ง่ายขึ้น และอาการไอก็มักจะดีขึ้นตามไปด้วย