นายแพทย์ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ หมอเด็กเฉพาะทางโรคทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤต โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า ลูกฉีดยาป้องกัน RSV เพิ่มได้ไหม? ถ้าตอนท้อง… แม่เคยฉีดวัคซีน RSV มาแล้ว คำถามยอดฮิต ของพ่อแม่หลายบ้าน เพราะตอนนี้มีทั้ง วัคซีน RSV สำหรับคุณแม่ตอนตั้งครรภ์ และ ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปป้องกัน RSV สำหรับลูกน้อย และถ้าแม่ฉีดตอนท้องไปแล้ว ลูกยังต้องฉีดอีกไหม?”
หมอม็อด ยืนยันว่า “ฉีดได้” ส่วนจำจำเป็นไหม? หรือ คุ้มค่ากับการลงทุนหรือเปล่า? สรุปให้ฟัง 10 ข้อ ง่าย ๆ
วัคซีน RSV ที่ฉีดในคุณแม่ตอนตั้งครรภ์ คืออะไร?
วัคซีนตัวนี้ชื่อว่า “Abrysvo” หมอสูติฯ จะฉีดช่วงไตรมาส 3 เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายแม่สร้างภูมิคุ้มกันต่อ RSV แล้วภูมินั้นจะ “ส่งผ่านรก” ไปให้ลูก ดังนั้น หลังคลอด เด็กจะมีภูมิป้องกัน RSV ติดตัวมาในช่วงแรกของชีวิต
ภูมิจากแม่ อยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยทั่วไป ภูมิที่ส่งจากแม่ → จะช่วยป้องกันลูกได้ประมาณ “6 เดือน” หลังจากนั้น ภูมิคุ้มกันจะค่อยๆ ลดลง ดังนั้น คำถามสำคัญคือ… “ตอนลูกอายุครบ 6 เดือน… ตรงกับช่วง RSV ระบาดไหม?”
RSV ในไทย ระบาดช่วงไหน?
ในไทย RSV มักระบาดช่วงประมาณ มิถุนายน – พฤศจิกายน ดังนั้น ถ้าลูกอายุครบ 6 เดือน “พอดีกับช่วงระบาด”ก็แปลว่า…ภูมิจากแม่เริ่มหมด แต่เชื้อกำลังระบาดพอดี ตรงนี้เอง ที่ต้องเริ่มคิดว่า… “ควรฉีดภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปเพิ่มไหม?”
ยาป้องกัน RSV ที่ฉีดในเด็ก คืออะไร?
ปัจจุบันในไทยมีตัวเดียวคือ “Nirsevimab” (กำลังจะมีอีกตัวเข้ามา ชื่อ clesrovimab) ยาตัวนี้ไม่ใช่วัคซีน แต่เป็น “ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป”
ข้อดีคือ ฉีดแล้ว ป้องกัน RSV ได้ทันที และป้องกันได้นานอย่างน้อยประมาณ 6 เดือน
อายุที่แนะนำ
- เด็กอายุน้อยกว่า 12 เดือน → ฉีดได้ทุกคน
- เด็ก 12–24 เดือน → แนะนำเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น คลอดก่อนกำหนด, โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด, โรคปอดเรื้อรัง, ภูมิคุ้มกันต่ำ ฯลฯ
ถ้าแม่ “ไม่ได้” ฉีดวัคซีน RSV ตอนท้องล่ะ?
กรณีนี้ง่ายเลย ถ้าช่วง RSV ระบาด (มิ.ย.-พ.ย.) และลูกอายุยัง <12 เดือน โดยทั่วไปจะแนะนำฉีด Nirsevimab ได้เลย
ถ้าแม่ “ฉีดวัคซีนตอนท้องแล้ว” ต้องคิดยังไงต่อ?
- อย่างแรก หลังลูกอายุครบ 6 เดือน ตอนนั้นยังอยู่ในช่วง RSV ระบาดไหม?
- อย่างที่สอง พ่อแม่รู้สึกว่า “คุ้มค่ากับการลงทุนไหม?” เพราะราคาประมาณหลักหมื่น แต่จำนวนเดือนที่ได้ป้องกัน อาจเหลือไม่เท่ากันในแต่ละบ้าน
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ
- กรณีที่ 1 แม่ฉีดวัคซีน RSV ตอนท้อง ลูกคลอดเดือนธันวาคม พอถึงมิถุนายน → ลูกอายุ 6 เดือนพอดี และนั่นคือช่วงเริ่ม RSV ระบาด ถ้าฉีด Nirsevimab เพิ่มให้ลูก ก็จะช่วยป้องกันต่อได้อีก 6 เดือนเต็ม ครอบคลุมฤดูระบาดพอดีเลย หลายบ้านจะมองว่า “คุ้ม”
- กรณีที่ 2 แม่ฉีดวัคซีน RSV ตอนท้อง ลูกคลอดเดือนมีนาคม พออายุครบ 6 เดือน → คือเดือนกันยายน แต่ RSV จะระบาดเหลืออีกประมาณ กันยายน–ตุลาคน–พฤศจิกายน แปลว่า ถ้าฉีดตอนนี้ จะได้ประโยชน์หลักๆ แค่ประมาณ 3 เดือนท้ายของฤดูระบาด คำถามคือ… “พ่อแม่รู้สึกว่า 3 เดือนนี้ คุ้มค่ากับเงินประมาณ 1 หมื่นไหม?” ซึ่งคำตอบ… ไม่มีถูกผิด บางบ้านบอก “ป้องกันได้วันเดียว ชั้นก็มองว่าคุ้ม” บางบ้านบอก “โอกาสติดไม่น่าเยอะ ขอเก็บเงินไว้เรื่องอื่นดีกว่า” ดังนั้น เรื่องคุ้มหรือไม่คุ้ม จึงเป็นสิ่งที่ต้อง “คุยร่วมกันระหว่างหมอเด็กและพ่อแม่”
ลูกมี “โอกาสติด RSV” มากแค่ไหน?
เพราะ RSV ติดจาก “คน” ดังนั้น เด็กจะเสี่ยงมากขึ้น เพราะคนในบ้านเสี่ยงเอาเชื้อเข้าบ้านไม่รู้ตัว บ้านญาติเยอะ มีคนจับ หอม อุ้มเด็กบ่อย บางคนไม่มีอาการเลย แต่ก็เป็นพาหะเอาเชื้อมาให้ลูกได้ ดังนั้น ถ้าลูกมีโอกาสเจอเชื้อสูง การฉีดป้องกันเพิ่ม → ก็อาจ “คุ้มค่ามากขึ้น” แต่กลับกัน สมมติบ้านอยู่กัน 3 คน แค่พ่อแม่ลูก พ่อแม่ไม่ค่อยได้เจอคนป่วย ลูกก็อยู่แต่บ้านไม่ได้ออกไปไหน แบบนี้โอกาสติด RSV มันน้อยมากการฉีดยาป้องกัน อาจจะไม่จำเป็นนัก
เด็กอายุ 12–24 เดือน ต้องฉีดไหม?
โดยทั่วไปจะแนะนำเฉพาะ “กลุ่มเสี่ยง” เพราะเด็กวัยนี้ ส่วนใหญ่ร่างกายเริ่มรับมือ RSV ได้ดีขึ้นกว่าเด็กเล็กแล้วอีกเรื่องคือ…เด็กอายุ 12–24 เดือน จะต้องใช้ “2 เข็ม” ค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มขึ้นประมาณเท่าตัว ขณะที่ข้อมูลวิจัยเรื่องประโยชน์ใน "เด็กทั่วไปที่แข็งแรงดี" ยังไม่ได้ชัดเจนเท่ากับในเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี ดังนั้น โดยทั่วไปจึงยังไม่ได้แนะนำให้ฉีดแต่สุดท้ายแล้วเรื่องนี้ไม่มีคำตอบตายตัว บางบ้านรู้สึกว่า “ถึงลูกไม่ได้เป็นกลุ่มเสี่ยง แต่ถ้าช่วยลดโอกาสป่วยหนักได้ ก็อยากฉีด” ถ้าพ่อแม่กำลังลังเล แนะนำให้คุยกับหมอเด็กประจำตัวอีกที เพื่อประเมินตามความเสี่ยงและสไตล์การใช้ชีวิตของแต่ละบ้านส่วนเด็กอายุเกิน 2 ปี โดยทั่วไป “ไม่แนะนำแล้ว” เพราะถึงติด RSV ก็มักไม่รุนแรงเหมือนเด็กเล็ก และตอนนี้ก็ยังไม่มีข้อมูลวิจัยรองรับชัดเจนในเด็กอายุเกิน 2 ปี
ถ้าไม่ได้ฉีดป้องกันอะไรเลยล่ะ?
ทั้งแม่ไม่ได้ฉีดตอนท้อง ลูกก็ไม่ได้ฉีดภูมิสำเร็จรูปเพราะงบประมาณอาจไม่พร้อมจริงๆอยากบอกว่า…“ไม่ต้องรู้สึกผิด หรือเครียดเกินไปนะ” เพราะจริงๆ วิธีป้องกัน RSV ที่สำคัญที่สุด คือ “ป้องกันไม่ให้เชื้อเข้าตัวเด็ก” สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุด คือ
- ล้างมือบ่อยๆ
- เลี่ยงคนป่วย
- เลี่ยงที่แออัดช่วงระบาด
- อย่าให้ใครหอม จูบ กอดเด็กมั่วๆ
ทั้งนี้ต่อให้ฉีดป้องกันมาแล้ววิธีพวกนี้ก็ยังสำคัญที่สุดอยู่ดีเช่นกัน