จากกรณีคุณแม่รายหนึ่งแชร์ประสบการณ์สุดระทึก หลังลูกน้อยวัย 3 ขวบเผลอกลืน “ถ่านกระดุม” ลงท้อง โดยรีบป้อนน้ำผึ้ง 1 ช้อนก่อนพาส่งโรงพยาบาล ซึ่งช่วยลดความรุนแรงของอาการและช่วยให้เด็กได้รับการรักษาได้ทันเวลา กลายเป็นประเด็นที่หลายคนสงสัยว่า “น้ำผึ้งช่วยได้จริงหรือไม่”
ด้าน นายแพทย์ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ หมอเด็กเฉพาะทางโรคทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤต โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า อธิบายว่า คำตอบคือ “จริง”
และมีการระบุไว้ในแนวทางของสมาคมโรคทางเดินอาหารเด็กแห่งยุโรป อันตรายของ “ถ่านกระดุม” ไม่ได้เกิดจากการติดคอเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อถ่านไปค้างอยู่ในหลอดอาหาร จะเกิดกระบวนการทางเคมีที่เรียกว่า electrolysis ทำให้เกิดสารด่างที่มีฤทธิ์กัดกร่อนเนื้อเยื่ออย่างต่อเนื่อง จนเสี่ยงเกิดแผลไหม้ หลอดอาหารทะลุ หรือภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ภายในเวลาไม่นานแนวทางทางการแพทย์จึงแนะนำว่า “น้ำผึ้ง” อาจช่วยลดความรุนแรงของการบาดเจ็บได้ชั่วคราว เพราะมีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อน ช่วยลดความเป็นด่าง และช่วยเคลือบผิวเนื้อเยื่อบริเวณที่ถูกกัดกร่อน
วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่แนะนำ
- ให้เด็กกินน้ำผึ้งครั้งละประมาณ 10 มิลลิลิตร หรือราว 2 ช้อนชา
- ป้อนทุก 10 นาที
- ให้ได้ไม่เกิน 6 ครั้ง
หมอม็อดย้ำว่า น้ำผึ้งเป็นแค่ “ตัวช่วยระหว่างทาง” ไม่ใช่การรักษา ห้ามมัวแต่ป้อนน้ำผึ้งจนไปโรงพยาบาลช้าเด็ดขาด เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ รีบเอาถ่านกระดุมออกให้เร็วที่สุดและห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปีเพราะน้ำผึ้งมีความเสี่ยงเรื่อง infant botulism