อย่าเพิ่งเด้งตัวลุก! หมอเปิดสูตร 20 นาทีหลังตื่นนอน ลดเสี่ยงความดันพุ่ง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หมอเจดแนะสูตร 20 นาทีหลังตื่นนอน โดยเฉพาะคนความดันสูงหรือเคย Stroke ค่อย ๆ ลุก นั่งพัก วัดความดันให้ถูก หายใจช้า และขยับเบา ๆ ก่อนเริ่มวัน

นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เปิดเผยผ่านเพจ “หมอเจด” แนะนำว่า หลังตื่นนอนในตอนเช้า ไม่ควรรีบเด้งตัวลุกจากเตียงทันที โดยเฉพาะผู้ที่มีความดันโลหิตสูงหรือเคยมีประวัติ Stroke เนื่องจากช่วงเช้าเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังเปลี่ยนจาก “โหมดพัก” ไปสู่ “โหมดตื่น” ระบบประสาท sympathetic เริ่มทำงานมากขึ้น ขณะที่ฮอร์โมนอย่าง cortisol และ catecholamines เพิ่มขึ้น ส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น หลอดเลือดปรับความตึงตัว และความดันโลหิตมีแนวโน้มสูงขึ้นตามธรรมชาติ

 

หมอเจดแนะสูตร 20 นาทีหลังตื่นนอน หมอเจด
หมอเจดแนะสูตร 20 นาทีหลังตื่นนอน

ปรากฏการณ์ดังกล่าวเรียกว่า morning blood pressure surge ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะในผู้ที่มีความดันโลหิตสูงอยู่เดิม

หมอเจด ระบุว่า การค่อย ๆ เปลี่ยนท่าหลังตื่นนอนไม่ได้หมายความว่า “ห้ามลุกจากเตียง” และไม่ได้เป็นวิธีที่สามารถป้องกัน Stroke ได้โดยตรง แต่เป็นการลดสิ่งกระตุ้นที่ไม่จำเป็นในช่วงแรกของวัน พร้อมใช้ช่วงเวลาดังกล่าวในการตรวจวัดความดันโลหิตให้ถูกต้อง

สูตร 20 นาทีหลังตื่นนอน ทำอย่างไร?

0–3 นาทีแรก ค่อย ๆ ตื่นและเปลี่ยนท่า

หลังลืมตา ไม่จำเป็นต้องรีบลุกขึ้นทันที ควรใช้เวลาสั้น ๆ ตั้งสติ ขยับแขนขา พลิกตัว แล้วค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งบริเวณขอบเตียงสักครู่ก่อนยืน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ที่รับประทานยาความดันหลายชนิด หรือผู้ที่เคยมีอาการหน้ามืดเวลาเปลี่ยนท่า

หลังจากนอนมาหลายชั่วโมง ระบบไหลเวียนโลหิตต้องปรับตัวเมื่อเปลี่ยนจากท่านอนเป็นท่านั่งและยืน หากเปลี่ยนท่าเร็วเกินไป บางคนอาจเกิด orthostatic hypotension หรือภาวะความดันโลหิตตกขณะเปลี่ยนท่า ทำให้หน้ามืด เซ หรือหกล้มได้

ขณะเดียวกัน ช่วงตื่นนอนเป็นช่วงที่ระบบประสาท sympathetic กำลังทำงานมากขึ้นอยู่แล้ว การเริ่มต้นวันด้วยการรีบลุก วิ่งหาของ รีบตอบโทรศัพท์ หรือเผชิญความเครียดทันที จึงไม่ใช่สิ่งที่ช่วยลดความตื่นตัวของร่างกาย เพียงใช้เวลา 2–3 นาที ให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัวก่อนเริ่มวัน

นาทีที่ 3–8 เข้าห้องน้ำ แล้วพักก่อนวัดความดัน

สำหรับผู้ที่ติดตามความดันโลหิตที่บ้าน ช่วงเช้าเป็นเวลาที่มีประโยชน์ในการเก็บข้อมูล แต่ควรวัดให้ถูกวิธี เพราะหากวัดในช่วงที่ร่างกายยังเร่งรีบ ค่าที่ได้อาจสะท้อน “ความรีบ” มากกว่าความดันขณะพัก หลังตื่นนอนควรเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อน เนื่องจากกระเพาะปัสสาวะที่เต็มอาจรบกวนค่าความดันได้ จากนั้นกลับมานั่งในที่สงบ หลังพิงพนัก เท้าวางราบกับพื้น และวางแขนให้อยู่ในระดับหัวใจ

ควรนั่งพักอย่างน้อยประมาณ 5 นาที ก่อนวัดความดัน โดยระหว่างนั้นควรหลีกเลี่ยงการพูดคุย การดูข่าวที่ทำให้เครียด การตอบแชตงาน รวมถึงยังไม่ควรดื่มกาแฟ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงคาเฟอีน การสูบบุหรี่ และการออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที ก่อนวัดความดัน เพราะสิ่งเหล่านี้อาจทำให้หัวใจและความดันเปลี่ยนแปลงชั่วคราว

ดังนั้น หากตื่นมาวัดความดันทันทีแล้วพบค่า 150 ก็ไม่ควรตกใจ เพราะเครื่องอาจไม่ได้ผิด แต่จังหวะการวัดอาจยังไม่เหมาะสม

นาทีที่ 8–12 วัดความดันให้ถูกต้อง และดูแนวโน้ม

หลังจากนั่งพักแล้วจึงค่อยวัดความดัน โดยขณะวัดควร

  • ไม่พูดคุย
  • ไม่ไขว่ห้าง
  • หลังพิงพนัก
  • เท้าวางราบกับพื้น
  • แขนอยู่ในระดับหัวใจ
  • ใช้ผ้าพันแขนที่มีขนาดเหมาะสมกับต้นแขน

หากวัดครั้งแรกแล้วพบว่าความดันสูง ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกหรือวัดซ้ำติดกันหลายครั้ง ควรพักแล้ววัดซ้ำตามแนวทางการติดตามที่แพทย์แนะนำ เพราะสิ่งที่มีความหมายมากกว่าค่าครั้งเดียว คือค่าเฉลี่ยและรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำหลายวัน

หากพบว่าความดันช่วงเช้าสูงกว่าช่วงเย็นอย่างชัดเจนต่อเนื่องหลายวัน ทั้งที่วัดอย่างถูกวิธี ควรนำบันทึกดังกล่าวไปปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินปัจจัยต่าง ๆ เช่น ช่วงเวลาการออกฤทธิ์ของยา คุณภาพการนอน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ปริมาณเกลือที่รับประทาน รวมถึงรูปแบบความดันตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะผู้ที่เคย Stroke ไม่ควรดูเพียงว่า “วันนี้ตัวเลขดีหรือไม่” แต่ควรติดตามเป็น แพตเทิร์น หรือแนวโน้มของความดันในแต่ละวัน

นาทีที่ 12–16 หายใจช้าลง ลดความตื่นตัวของระบบประสาท

หากความดันช่วงเช้ามักสูงขึ้นในช่วงที่กำลังรีบหรือมีความเครียด อาจลองใช้เวลา 3–5 นาที หายใจให้ช้าลง โดยหายใจเข้าทางจมูกช้า ๆ และผ่อนลมหายใจออกให้ยาวขึ้น โดยไม่ต้องกลั้นหายใจหรือฝืนจนรู้สึกเวียนหัว การหายใจช้าสามารถช่วยเพิ่มการทำงานของ parasympathetic nervous system และลด sympathetic drive ได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นระบบที่เกี่ยวข้องกับอัตราการเต้นของหัวใจและความตึงตัวของหลอดเลือด

พูดง่าย ๆ คือ เมื่อเกิดความเครียด ร่างกายจะเหมือนกำลัง “เหยียบคันเร่ง” ขณะที่การหายใจช้าลงเป็นการช่วยให้ร่างกายค่อย ๆ ลดความตื่นตัวลง ไม่จำเป็นต้องนั่งสมาธิเป็นเวลานาน เพียงทำ 3–5 นาทีอย่างสม่ำเสมอในแต่ละเช้า ก็เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายและต่อเนื่องมากกว่า

นาทีที่ 16–20 ขยับร่างกายเบา ๆ แล้วค่อยเริ่มวัน

หลังตรวจวัดความดันเรียบร้อยแล้ว จึงค่อยเริ่มขยับร่างกายเบา ๆ เช่น เดินภายในบ้าน ยืดน่อง ยืดสะโพก หมุนไหล่ หรือเดินเก็บของสักไม่กี่นาที ช่วงนี้ยังไม่จำเป็นต้องรีบทำ HIIT หรือออกแรงหนัก เพราะหากต้องการติดตามค่าความดันช่วงเช้า ควรวัดให้เสร็จก่อนออกกำลังกาย เนื่องจากการออกแรงสามารถทำให้ความดันและชีพจรเปลี่ยนแปลงชั่วคราวได้

ในระยะยาว การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอยังคงเป็นหนึ่งในวิธีสำคัญในการช่วยควบคุมความดันโลหิตและส่งเสริมสุขภาพหลอดเลือด เพียงแต่ควรแยกช่วง “วัดความดันขณะพัก” ออกจากช่วงออกกำลังกาย

สรุปสูตร 20 นาทีหลังตื่นนอน

  • 0–3 นาที ค่อย ๆ ตื่นและเปลี่ยนท่า
  • 3–8 นาที เข้าห้องน้ำ แล้วนั่งพักอย่างสงบ
  • 8–12 นาที วัดความดันให้ถูกต้องและบันทึกค่า
  • 12–16 นาที หายใจช้า ๆ เพื่อลดความตื่นตัวของระบบประสาท
  • 16–20 นาที ขยับร่างกายเบา ๆ แล้วค่อยเริ่มกิจวัตรประจำวัน
  • กาแฟและการออกกำลังกายหากกำลังติดตามความดันช่วงเช้า ควรทำหลังวัดความดัน

แล้วกาแฟตอนเช้า ดื่มได้เมื่อไร?

หากกำลังติดตามความดันโลหิตในช่วงเช้า ควร วัดความดันก่อนดื่มกาแฟ เนื่องจากคาเฟอีนอาจทำให้ความดันเพิ่มขึ้นชั่วคราวในบางคน จึงแนะนำให้เว้นคาเฟอีนประมาณ 30 นาที ก่อนวัดความดัน หลังวัดเสร็จแล้ว ผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำสามารถดื่มได้ตามความเหมาะสม แต่หากสังเกตว่าหลังดื่มกาแฟมีอาการใจสั่น หรือความดันเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน อาจลองลดปริมาณ ลดความเข้ม หรือสังเกตความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มกาแฟกับค่าความดันของตัวเอง

บางครั้งความดันช่วงเช้าที่สูงขึ้นอาจไม่ได้เกิดจากโรคเพียงอย่างเดียว แต่อาจมีหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น นอนน้อย รีบเร่ง เครียด ดื่มกาแฟเข้มข้น หรือออกแรงรีบในช่วงเช้า ซึ่งล้วนสามารถกระตุ้นให้ความดันเปลี่ยนแปลงได้

กินยาความดันตอนเช้า อย่าเปลี่ยนเวลาเอง

สำหรับผู้ที่รับประทานยาความดันในตอนเช้า ไม่ควรเปลี่ยนเวลา หยุดยา เลื่อนยา หรือเพิ่มยาเอง เพียงเพราะเห็นคำแนะนำเรื่องการวัดความดันตอนเช้า ยาความดันแต่ละชนิดมีระยะเวลาออกฤทธิ์แตกต่างกัน และแพทย์อาจกำหนดเวลาให้เหมาะกับรูปแบบความดัน โรคร่วม และยาชนิดอื่นที่ผู้ป่วยรับประทานอยู่

ดังนั้น สูตร 20 นาทีนี้ไม่ได้ใช้แทนยา และไม่ควรนำไปใช้เป็นเหตุผลในการปรับเปลี่ยนยา หากบันทึกแล้วพบว่าความดันช่วงเช้าสูงต่อเนื่อง แม้รับประทานยาสม่ำเสมอ ควรนำค่าที่บันทึกไว้ไปให้แพทย์ประเมิน เพราะบางกรณีอาจจำเป็นต้องปรับแผนการรักษา

ความดันสูงแค่ไหน ต้องรีบพบแพทย์?

หากวัดความดันได้ มากกว่า 180/120 mmHg ควรวัดซ้ำ และหากยังสูงร่วมกับมีอาการ เช่น เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรงหรือชา มองเห็นผิดปกติ หรือพูดลำบาก ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน ควรขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที ท้ายที่สุด เป้าหมายของการใช้เวลา 20 นาทีหลังตื่นนอนไม่ใช่การทำให้ความดัน “หายสูงภายใน 20 นาที” แต่คือการลดสิ่งกระตุ้นที่สามารถควบคุมได้ และทำให้ได้ค่าความดันช่วงเช้าที่สะท้อนสภาวะขณะพักมากขึ้น

โดยเฉพาะผู้ที่มีความดันโลหิตสูงหรือเคย Stroke การรู้แพตเทิร์น ของความดันตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ เพราะค่าความดันในช่วงเช้าอาจสะท้อนข้อมูลที่ไม่เห็นจากการวัดเพียงครั้งเดียวที่โรงพยาบาล

ดังนั้น หลังตื่นนอนพรุ่งนี้ ไม่จำเป็นต้องรีบเด้งตัวไปใช้ชีวิตเต็มสปีดทันที ลองให้เวลาตัวเอง 20 นาที ค่อย ๆ เปลี่ยนท่า นั่งพัก วัดความดันให้ถูกต้อง หายใจช้าลง แล้วจึงค่อยขยับและเริ่มต้นวันอย่างเป็นขั้นตอน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ