หมอหัวใจเตือนนักกีฬา HYROX ระวังหัวใจทำงานหนัก แนะอย่าฝืนเกินขีดจำกัด

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หมอแอร์เตือนคนแข่ง HYROX ระวังหัวใจวาย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง แนะซ้อมอย่างไรแข่งอย่างนั้น คุมความหนัก สังเกตอาการผิดปกติ และคัดกรองก่อนแข่ง

นพ.อกนิษฐ์ ศรีสุขวัฒนา (หมอแอร์) อายุรแพทย์โรคหัวใจ และผู้ชำนาญการด้าน Sports Cardiology โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ เผยแพร่ข้อความผ่านเพจ Akanis Srisukwattana เตือนผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขัน HYROX หลังมีข่าวนักกีฬาหัวใจวาย พร้อมแนะนำให้ผู้เข้าแข่งขันประเมินความเสี่ยงของตนเองและเตรียมร่างกายให้เหมาะสมก่อนลงสนาม

หมอแอร์ระบุว่า การเกิดหัวใจวายขณะแข่งขันกีฬามีสถิติอยู่ที่ประมาณ 1 ต่อ 100,000 คนสำหรับประชากรทั่วไป แต่ในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือมีโรคประจำตัว

 

หมอหัวใจเตือนนักกีฬา HYROX ระวังหัวใจทำงานหนัก Akanis Srisukwattana
หมอหัวใจเตือนนักกีฬา HYROX ระวังหัวใจทำงานหนัก

อัตราดังกล่าวอาจเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1 ต่อ 5,000 คน 

ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะระบุว่า HYROX มีโอกาสทำให้เสียชีวิตมากกว่ากีฬาวิ่งหรือกีฬาประเภท Endurance อื่น ๆ แต่เนื่องจาก HYROX เป็นกีฬาที่ผสมผสานทั้งการวิ่งและ Power Endurance จึงทำให้อัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นเป็นช่วง ๆ และมีความหนักมากกว่าการวิ่งหรือการเวทเทรนนิงทั่วไป โดยเฉพาะฐานที่ต้องใช้แรงต้านสูง เช่น Sled Push, Sled Pull และ Burpee Broad Jumps

แนะซ้อมอย่างไร แข่งอย่างนั้น ไม่ฝืนเกินขีดความสามารถ

หมอแอร์แนะนำว่า ผู้เข้าแข่งขันควรแข่งให้สอดคล้องกับสิ่งที่ซ้อมมา ไม่ควรฝืนทำเวลา หรือเพิ่มความหนักเกินกว่าขีดความสามารถของร่างกายในวันนั้น โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน สูบบุหรี่ หรือมีประวัติโรคหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้เพิ่มความเสี่ยงที่คราบไขมันในหลอดเลือดจะหลุดและนำไปสู่ภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้

ระหว่างการแข่งขัน ไม่จำเป็นต้องออกแรงเต็มที่ในทุกฐาน ควรมีจังหวะผ่อนและควบคุมการหายใจ โดยเฉพาะในฐานที่มีความหนักสูง เพื่อให้ภาระการทำงานของหัวใจลดลงก่อนกลับไปวิ่งต่อ

สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยง หมอแอร์แนะนำให้ควบคุมความเหนื่อยส่วนใหญ่ให้อยู่ที่ประมาณ RPE 7/10 หรือระดับที่รู้สึกเหนื่อยแต่ยังควบคุมได้ และยังสามารถพูดเป็นประโยคสั้น ๆ ได้ ส่วนช่วงที่มีความหนักระดับ 8–9/10 ซึ่งเป็นระดับที่เหนื่อยจนแทบจะพูดไม่ได้ อาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างการแข่งขัน แต่ไม่ควรอยู่ในระดับดังกล่าวเป็นเวลานาน

มีอาการผิดปกติให้หยุดทันที

หากระหว่างการแข่งขันมีอาการผิดปกติ ควรหยุดการแข่งขันทันทีและแจ้งทีมแพทย์ประจำงาน โดยอาการที่ต้องระวัง ได้แก่

  • แน่นหรือเจ็บหน้าอก
  • หอบผิดปกติเมื่อเทียบกับระดับความหนักของกิจกรรม
  • เวียนศีรษะ หน้ามืด หรือเป็นลม
  • ใจสั่นผิดปกติ
  • เหงื่อแตกเย็นหรือรู้สึกว่าจะเป็นลม

หมอแอร์ฝากถึงผู้เข้าแข่งขันว่า ขอให้ทุกคนสนุกกับการแข่งขัน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงควรแข่งให้สนุก ซ้อมอย่างไรก็แข่งตามที่ซ้อมมา ไม่จำเป็นต้องกังวลจนเกินไป แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ควรฝืนเกินขีดความสามารถของร่างกาย ทั้งนี้ การตรวจคัดกรองก่อนการแข่งขันถือเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อประเมินความเสี่ยงของแต่ละคน และช่วยวางแผนการออกกำลังกาย รวมถึงการลงแข่งขันให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของตนเอง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ