ทำไมไปห้องฉุกเฉินแล้วไม่ได้ตรวจสักที? โรงพยาบาลถลาง จ.ภูเก็ต ได้ให้ข้อมูลว่า เพราะโรงพยาบาลไม่ได้ตรวจตามคิว แต่ตรวจตามลำดับความรุนแรงและความเสี่ยงต่อชีวิตเพื่อให้ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะวิกฤตได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและทันเวลา ระบบนี้เรียกว่า การคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉิน (Triage) โดยบุคลากรทางการแพทย์จะประเมินอาการและสัญญาณชีพ เพื่อจัดระดับความเร่งด่วนในการรักษา ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ระดับ ดังนี้
5 ระดับการคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉิน (Triage)
ระดับ 1 : สีแดง — วิกฤต (ตรวจทันที)
เป็นผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะคุกคามต่อชีวิตและจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือทันที โดยผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องได้รับการช่วยชีวิตก่อนเป็นลำดับแรก
- หัวใจหยุดเต้น
- หยุดหายใจ
- ไม่รู้สึกตัว
- ชักเกร็งต่อเนื่อง
ระดับ 2 : สีชมพู — ฉุกเฉินรุนแรง (ภายในประมาณ 10 นาที)
เป็นผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง อาจเกิดอันตรายรุนแรงได้หากได้รับการรักษาล่าช้า เช่น
- เจ็บหรือแน่นหน้าอก
- หอบเหนื่อยรุนแรง
- แขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน
- เลือดออกมากและไม่หยุด
- สัญญาณชีพผิดปกติอย่างมาก
ระดับ 3 : สีเหลือง — เร่งด่วน (ภายในประมาณ 30 นาที)
เป็นผู้ป่วยที่มีอาการเร่งด่วน ต้องได้รับการประเมินและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เช่น
- ปวดท้องรุนแรง
- ไข้สูงมาก
- อาเจียนต่อเนื่อง
- สัญญาณชีพเริ่มมีความผิดปกติ
ระดับ 4 : สีเขียว — ไม่เร่งด่วน (สามารถส่งตรวจแผนกผู้ป่วยนอก หรือ OPD)
เป็นผู้ป่วยที่อาการไม่เข้าข่ายภาวะฉุกเฉินและมีสัญญาณชีพปกติ เช่น
- ปวดประจำเดือน
- ไข้หวัด
- ปวดศีรษะทั่วไป
ผู้ป่วยกลุ่มนี้สามารถเข้ารับการตรวจรักษาที่แผนกผู้ป่วยนอก (OPD) ได้อย่างปลอดภัย
ระดับ 5 : สีขาว — ทั่วไป (ตรวจที่ OPD)
เป็นกรณีที่ไม่มีภาวะเสี่ยงและสามารถรอตรวจตามระบบปกติได้ เช่น
- รับยาเดิมต่อเนื่อง
- ทำแผลเล็กน้อย
- ขอใบรับรองแพทย์
ดังนั้น การส่งตรวจที่ OPD ไม่ใช่การปฏิเสธการรักษา แต่คือการจัดลำดับเพื่อให้ผู้ป่วยวิกฤตได้รับการช่วยชีวิตทันเวลา และช่วยให้ทุกคนได้รับการดูแลที่เหมาะสมที่สุด