จากรณีพนักงานสอบสวนสน.มีนบุรี ส่งสำนวนสั่งฟ้อง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ทนายความชื่อดัง ซึ่่งกำลังเป็นทนายความของ ลุงพล หรือนายไชยพล คำภา ในคดีน้องชมพู่เสียชีวิต ซึ่งตำรวจสน.มีนบุรี สั่งฟ้อง ทนายตั้มและพวก ในข้อหาร่วมกันใช้หรืออ้างเอกสารปลอมในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ร่วมกันนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญา จากกรณีปลอมเอกสารตำรวจชุดสืบสวนสน.ศาลาแดง ในการเป็นทนายความทำคดี น.ส.อาเมเรีย จาคอป หรือเอมี่ อดีตนักแสดง ที่ถูกจับกุมคดียาเสพติด
ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2564 นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสั่งคดี ที่ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดี ว่า หลังจากตำรวจ สน.มีนบุรี สรุปสำนวนส่งให้พนักงานอัยการคดีอาญามีนบุรี 1 พนักงานอัยการ ได้ตรวจสำนวนแล้ว เห็นว่า มีการเบิกความเท็จในชั้นศาล โดยทางตำรวจ ได้แจ้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 180 ผู้ใดนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดี ถ้าเป็นพยานหลักฐานในข้อสำคัญในคดีนั้น ได้กระทำในการพิจารณาคดีอาญา ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท
แต่อัยการเห็นว่า พฤติการณ์ที่มีการนำสืบพยานเป็นเท็จในคดีที่มีโทษประหารชีวิต เข้าประมวลกฎหมายอาญามาตรา 181 ว่าผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา 180 ที่มีระวางโทษถึงประหารชีวิต หรือ จำคุกตลอดชีวิต ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 – 300,000 บาท
"พนักงานอัยการ จึงสั่งให้พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ได้สอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหากับ ทนายษิทรา เพิ่มเติม ตามมาตรา 181 ซึ่งเป็นข้อหาที่มีอัตราโทษที่สูงขึ้น พร้อมกันนี้ พนักงานอัยการคดีอาญามีนบุรี 1 ยังได้นัดให้ นายษิทรา หรือทนายตั้ม มาฟังคำสั่งทางคดี ในวันที่ 1 ก.ค. 64 นี้ ด้วย" นายประยุทธ กล่าว
สำหรับคดีนี้ ทนายตั้ม ถูกตำรวจจับกุม เมื่อ เดือนกุมภาพันธ์ 2563 ได้รับการประกันตัวออกมาสู้คดี และพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี สั่งฟ้อง ส่งสำนวนให้อัยการตั้งแต่ เดือนพฤษภาคม 2563