เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ 2,000 เม็ด ผลิตภัณฑ์สมุนไพร 84,000 แคปซูล และชุดตรวจโควิด-19 antigen test kid จำนวน 7,000 ชุด เป็นของกลางที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ ปคบ. และ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. แถลงข่าวจับกุมได้ ของกลางทั้งหมดนี้มูลค่า 3 ล้านบาท เป็น สินค้าที่ไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากองค์การอาหารและยา หรือ อย. เพราะ ลักลอบนำเข้ามาจากต่างประเทศ เอาปขายผ่านช่องทางออนไลน์
เภสัชกรหญิง สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการ อย. ย้ำว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ที่ขายในโลกออนไลน์ เป็นความผิดตามกฎหมาย เพราะ ยาฟาวิพิราเวียร์เป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ และสั่งจ่ายออกจากสถานพยาบาลเท่านั้น ยาฟาวิพิราเวียร์ ที่อยู่ในตลาดออนไลน์เวลานี้ถือว่าเป็นยาปลอม
"ยาฟาวิพิราเวียร์เป็นยาควบคุมพิเศษ เป็นยาที่จะต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์และปัจจุบันนี้เป็นยาที่มีจ่ายเฉพาะสถานพยาบาลเท่านั้น แพทย์ต้องสั่งจ่ายก่อนจึงจะมียาตัวนี้ไปถึงผู้ป่วย ไม่สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยา หรือ ออนไลน์ ยาตัวนี้เป็นยาที่มีผลข้างเคียงอยู่พอสมควร และต้องทานในระยะเวลา จำนวนที่แพทย์กำหนด และติตามอาการอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่ว่าผู้ป่วยโควิด-19ทุกคน หรือคนที่ต้องการจะป้องกันโควิด-19 จะหาซื้อตัวนี้มารับประทานได้" รองเลขาธิการ อย. กล่าว
พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บังคับการ ปคบ. ระบุว่า หลังจากนี้ ของกลางทั้งหมดจะถูกส่งไปทำลาย เพราะ ของทั้งหมด ไม่ได้ตรวจสอบตามกระบวนการ บางอย่างไม่ได้รับอนุญาต ไม่ได้จดทะเบียนกับ อย. ถือว่าไม่ได้มาตรฐาน
“ของที่ตรวจยึดได้จะมีหลายส่วนด้วยกันอย่างที่สื่อมวลชนถาม อย่างแรกก็คือ เป็นของที่บริษัทในประเทศไทยขออนุญาต อย.ถูกต้อง แต่ว่าไม่ได้นำเข้าผ่านบริษัทที่ได้รับอนุญาต ส่วนที่สองเป็นของซึ่งนำเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. ไม่ได้จดทะเบียนกับ อย. เลย ซึ่งส่วนนี้จะต้องดูว่ามีมาตรฐาน ไม่มีมาตรฐาน หรือเป็นของปลอมเอามาหลอก อันนี้มีทั้ง 3 ส่วน ครับ” พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ กล่าว
ส่วนการตรวจสอบเส้นทางการลักลอบนำเข้ายาฟาวิพิราเวียน และ ชุดตรวจโควิด ตำรวจ เริ่มสืบหาจากการตรวจสอบไปที่ พ่อค้าแม่ค้าในออนไลน์รายหนึ่ง ที่อยู่ในพื้นที่เขตสวนหลวง กทม. จากนั้น ทราบว่าผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ถูกส่งมาจาก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จึงได้รวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายค้น พบจุดพักสินค้า 3 แห่ง สามารถจับกุมคนไทยได้ 1 คน ให้การรับสารภาพว่าเป็นเจ้าของ นำตัวดำเนินคดีเพื่อขยายผล เบื้องต้นทราบว่ามีชายกัมพูชา เป็นคนนำเข้ามาในประเทศไทย