ชาวบ้านเนินสง่า หมู่ 13 และชาวบ้านคลองน้ำใส หมู่ 2 ในตำบลโคกปี่ฆ้อง อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว ขึ้นโรงพักเมืองสระแก้ว เพื่อลงบันทึกประจำวัน โดยชาวบ้านระบุว่า ถูกหลอกให้กู้เงินหลักแสน ผ่านการสมัครทางแอพพลิเคชั่น เคพลัส ของธนาคารกสิกรไทย ใช้เพียงแค่บัตรประชาชใบเดียวก็สามารถกู้เงินแสนออกมาได้ แต่ผ่านไปเกือบ 2 เดือน ชาวบ้านไม่ได้เงิน แต่กลับมีใบแจ้งหนี้จากธนาคารกสิกรไทย ให้ไปชำระหนี้ ตกงวดละ 6,000 ถึง 7,000 บาท ขณะที่ชาวบ้านบางคน ได้ติดต่อธนาคารกสิกรไทย สาขาสระแก้ว
กลับพบว่า มียอดค้างชำระหนี้เงินต้นกับธนาคาร ตั้งแต่ 2 แสนบาทไปจนถึง 370,000 บาท อย่างเช่น 2 สามีภรรยาคู่นี้ นายสมปอง ติมุลา (เสื้อเขียว) และนางสาวรัตนาภรณ์ ครั่งฝา (เสื้อแดง) ชาวบ้านเนินสง่า ในตำบลโคกปี่ฆ้อง ที่มีอาชีพค้าขายทั่วไป
ยืนยันกับทีมข่าวของเราว่า คนที่มาติดต่อให้ใช้บัตรประชาขนใบเดียวเพื่อรับเงินแสนนั้น ก็คือ ภรรยารองนายก อบต.แห่งหนึ่ง ที่มีรั้วบ้านติดกัน ในช่วงเดือนสิงหาคม ภรรยารองนายกฯคนนี้ สอบถามว่า อยากได้เงินแสนมั้ย ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยหรือจ่ายค่าส่วนต่างอื่นๆ ไม่เกิน 7 วันได้รับเงินแน่นอน และจะมีใบแจ้งหนี้เรียกเก็บเงินแค่ 3 เดือน แต่ไม่ต้องไปสนใจ ก่อนมาเก็บบัตรประชาชนไป โดยอ้างว่า จะนำไปเช็คเครดิตบูโร เมื่อผ่านไปไม่กี่วัน ได้ติดต่อกลับมา เครดิตของนายสมปองและนางสาวรัตนาภรณ์ผ่านแล้ว ให้ไปสแกนใบหน้า โดยนัดหมายให้ 2 สามีภรรยาคู่นี้ ไปสแกนใบหน้าภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่งที่บ้านเขาแผงม้า จังหวัดนครราชสีมา
โดยขบวนการนี้ แอบอ้างกับชาวบ้านว่า เป็นเจ้าหน้าที่จากธนาคารมาดำเนินการให้ แต่ผ่านไปเกือบ 2 เดือน กลับมีใบแจ้งหนี้จากธนาคารกสิกรไทย แจ้งว่า นายสมปองเป็นหนี้ธนาคาร 260,000 บาท ส่วนภรรยา นางสาวรัตนภรณ์ เป็นหนี้อีก 240,000 บาท รวมแล้วครอบครัวนายสมปองฯเป็นหนี้ธนาคารถึง 500,000 บาท โดยไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว
เช่นเดียวกับชาวบ้านคลองน้ำใส หมู่ 2 คนนี้ (ไม่เปิดเผยชื่อ) บอกว่า ในช่วงสถานการณ์โควิด 19 ยุคข้าวยากหมากแพง เห็นว่า เป็นโอกาสที่จะได้รับจากโครงการกู้เงินธนาคารที่มีชื่อเสียง และขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียว จึงตัดสินใจชักชวนญาติพี่น้องกว่า 10 คน เข้าร่วมโครงการกู้เงิน หลังผ่านไปเกือบ 2 เดือนไม่ได้เงิน เลยตัดสินใจบอกว่า ไม่กู้แล้ว ปรากฏว่าหลังจากนั้น คนที่ชักชวนได้นำเงินสด 85,000 บาท มาให้ ตนเองเลยตัดสินใจ ขอตรวจสอบหนี้ของตัวเองกับเจ้าหน้าที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาสระแก้ว
จนพบว่า เป็นหนี้กับธนาคารกสิกรไทยแล้ว 330,000 บาท ทั้งๆที่ยังไม่มีหนังสือแจ้งชำระหนี้
เบื้องต้น ตำรวจจะทำหนังสือสอบถามไปทางเจ้าหน้าที่ธนาคาร ขอตรวจสอบการทำธุรกรรมทางการเงินของชาวบ้านในแต่ละบัญชี หลังมีการใช้เลขบัตรประชาชนของชาวบ้านไปสมัครกู้เงินจากธนาคารฯ จนเกิดปัญหาในจังหวัดสระแก้วแล้วเกือบ 100 คน
ขณะที่ผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย สาขาสระแก้ว พูดคุยกับทีมข่าว และยอมรับว่า เรื่องนี้ธนาคารได้แจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นไปยังสำนักงานใหญ่แล้ว ไม่สามารถให้รายละเอียดกับสื่อมวลชนในพื้นที่ได้ แต่ก็ยอมรับว่า ขบวนการนี้เป็นขบวนการใหญ่ และเป็นผู้มีอิทธิพล / มีรายงานว่า การสอบสวนในคดีนี้ อยู่ในเขตความรับผิดชอบโรงพักปางสีดา เป็นพื้นที่มีการระบุว่า มีการจ่ายเงินให้กับชาวบ้าน ก่อนที่ร้อยเวรฯโรงพักปางสีดา จะติดต่อภรรยารองนายก อบต.คนนี้ มาพูดคุยรายละเอียดทั้งหมด ล่าสุด ตำรวจสามารถติดต่อภรรยารองนายก อบต.คนนี้ได้แล้ว
"ซ้อปลา" ยอมชดใช้แชร์ออนไลน์ 60 ล้าน
ด่วน! เตือน "กทม. - นนท์ - ปทุม" ริมเจ้าพระยา เจอ 2 ปัจจัยบวก น้ำขึ้น 30-50 ซม. 7 ต.ค.รับมือ