“หมอปลา” บุกลัทธิประหลาด อ้างกินขี้ไคลรักษาโรค ตะลึงเจอ 11 ศพปริศนาในสำนัก
เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2565 พ.ต.อ.วัฒนชัย จันทาทุม ผกก.สภ.คอนสาร เปิดเผยว่า ข้อมูลของทั้ง 11 ศพ ตำรวจยังไม่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ต้องรอแพทย์นิติเวชพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิต ก่อนรวบรวมข้อมูล พร้อมสอบถามญาติว่าติดใจสาเหตุการตายหรือไม่ ภายในกรอบระยะเวลา 30 วัน ส่วนตัวของนายทวี หรือพระบิดา เมื่อวาน (9 พ.ค.65) ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนแจ้ง 4 ข้อหา คือ
ข้อหาการบุกรุกที่สาธารณะประโยชน์, ข้อหาการรักษาโรค ผิด พ.ร.บ.เวชกรรม ที่ไม่เป็นไปตามหลักสาธารณสุข, ข้อหาการเคลื่อนย้ายศพจัดการศพ, ร่วมกันชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค ตาม พ.ร.ก.บริหารสถาณการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งฟ้อง 2 ข้อหาแรก โดยศาลจังหวัดภูเขียว ได้ให้ประกันตัว นายทวี ในวงเงิน 50,000 บาท โดยให้สาบานตนสำหรับอัตราโทษไม่เกิน 10 ปี กำหนดให้นายทวีมาตามนัดของศาลทุกนัด โดยนัดครั้งต่อไปคือวันที่ 27 มิ.ย. 65 โดยมีลูกศิษย์ประมาณ 10 คนรอรับตัว แต่ไม่รู้ว่าเดินทางไปที่ใด และไม่ได้เดินทางกลับมาที่สำนัก
จับลูกเลี้ยงสาวสอง ฆ่าปาดคอยาย-หลาน ดับคาบ้าน 2 ศพ อ้างแค้นไม่แบ่งมรดก
ไวรัสตับอักเสบบี ภัยเงียบ แพร่ง่าย ก่อโรคร้ายถึงชีวิต
ขณะที่บริเวณด้านหน้าทางเข้าสำนัก เจ้าหน้าที่ยังคงตั้งจุดสกัดกั้นเพื่อคัดกรองคนเข้าออก ถ้าหากเป็นประชาชนจากข้างนอกเข้าไปภายในสำนักต้องมีการตรวจบัตรประชาชนและลงทะเบียนก่อนทุกครั้ง ขณะที่ชาวบ้านที่ยังคงอยู่ในสำนักก็มีการเข้าออกตามชีวิตประจำวันปกติ ซึ่งมีบางส่วนเก็บของเตรียมตัวกลับวันนี้
อย่างไรก็ตามหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะมีการประชุมกันอีกครั้ง เพื่อสรุปหาแนวทางการปฏิบัติต่อไป รวมทั้งจะมีการจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังกลุ่มประชาชนที่เมื่อวานที่ผ่านมาได้มีการจัดม๊อบขับไล่ลัทธิประหลาดที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอคอนสาร
นอกจากนี้ ในกรณีในวันที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบสำนัก และควบคุมตัว พระบิดา ท่ามกลางเสียงร้องตะโกน ต่อต้าน ของลูกศิษย์ ปรากฏภาพผู้ใหญ่คนหนึ่งใส่เสื้อเหมือนเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุในพื้นที่ อ.คอนสาร ร่วมอยู่ด้วย ทำให้เข้าใจว่าเป็นลูกศิษย์ของเจ้าสำนักลัทธิประหลาด
ล่าสุดนายแพทย์วชิระ บถพิบูลย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ ได้ปฏิเสธโดยสิ้นเชิง ไม่มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าไปร่วมอยู่ในกลุ่มนี้ ความจริงคือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้ร่วมกับคณะของอำเภอคอนสาร เข้าไปในพื้นที่ โดยลักษณะของคนที่เป็นข่าว จะเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนการทำงานในพื้นที่ จะเริ่มจากการเข้าไปทักทายกันก่อนก็เห็นว่าเป็นผู้สูงอายุก็ยกมือไหว้ก็เท่านั้นเอง ไม่ได้ไปถวายของ ไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ได้เข้าไปนับถือแต่อย่างใด ทั้งนี้ในส่วนของบุคคลที่เป็นลูกศิษย์ ขอเชิญชวนให้มาตรวจสุขภาพกันทุกคนเพื่อตรวจหาเชื้อโรคต่าง ๆ ด้วย