กล้องวงจรปิดบันทึกภาพชายสองคน อายุประมาณ 20-25 ปี ขี่รถจักรยานรยนต์มาจอดที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเปิดเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ในอำเภอเมืองเชียงราย จากนั้นชายคนหนึ่งจะเดินไปเคาะประตู แล้วเปิดเข้าไปคุยกับคนที่อยู่ด้านใน
ระหว่างนั้นก็มีชายอีก 4 คน ขี่รถตามมา ติดตามทวงเงิน แต่ไม่ได้ กลุ่มชายดังกล่าวจึงจะยึดเอารถยนต์ที่จอดหน้าร้านไป ตนเกรงเรื่องความปลอดภัยเพราะไม่รู้ว่าเขาจะมีอาวุธกันหรือเปล่า จึงจำใจยกรถเก๋งโตโยต้า อะแวนซ่า ที่จอดหน้าร้าน ให้กับชายกลุ่มดังกล่าวไป
ผู้เสียหายคือ นายเจน และนางพร เป็นเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ได้นำหลักฐาน พร้อมกล้องวงจรปิด เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ช่วยติดตามกลุ่มคนดังกล่าวและนำรถมาคืน
นางพร เล่าว่า เธอกับสามีเปิดบริษัทรับเหมามาประมาณ 2 ปี ช่วงแรกๆ ก็ไม่ได้มีปัญหาการเงิน จนประมาณกลางปีที่แล้ว ช่างรับเหมาที่ไปจ้างสร้างบ้าน รับเงินแล้วทิ้งงาน บางรายก็สร้างไม่ได้มาตรฐาน ต้องรื้อสร้างใหม่ ทำให้สูญเงินไปล้านกว่าบาท
ประกอบกับค่าวัสดุก่อสร้างก็ปรับราคาขึ้น ทำให้เงินหมุนไม่ทัน จึงตัดสินใจกู้เงินนอกระบบ ดอกเบี้ยร้อยละ 20 บาทต่อวัน โดยกู้มาประมาณ 4 ราย รายละประมาณ 1 แสนถึง 5 แสนบาท
โดยบัญชีกู้เงินแบ่งเป็น 2 บัญชี คือ บัญชีแรกยอดกู้ 150,000 บาท จ่ายรายวัน วันละ 4,500 บาท จ่ายไปแล้ว 117,000 บาท แยกเป็นดอกเบี้ย 75,000 บาท ยังคงค้างอีก 108,000 บาท
บัญชีที่สอง ยอดกู้ 150,000 บาท จ่ายวันละ 7,500 บาท จ่ายไปแล้ว 52,500 บาท ดอกเบี้ย 30,000 บาท ยังค้าง 127,500 บาท
กระทั่งเมื่อวานนี้ (24 ก.ค.) เจ้าหนี้รายหนึ่ง โทรศัพท์มาทวงเงิน จนประมาณ 2 ทุ่มก็มีชายฉกรรจ์รวม 6 คน ขี่จักรยานยนต์มาข่มขู่เอาเงิน แต่พอไม่มีเงินจ่ายกลุ่มชายดังกล่าวก็ยึดรถไป ด้วยความกลัวว่าไม่รู้ว่ามีอาวุธหรือไม่ ก็ยอมให้เอารถไป
ระหว่างนั้น ทางผู้เสียหายพยายามโทรศัพท์ติดต่อทางเจ้าหนี้ เพื่อขอให้เข้ามาเจรจาไกล่เกลี่ย เพราะ นางสาวพร บอกว่าไม่ได้ต้องการจะเบี้ยวหนี้ แต่เธอประสบปัญหาจริงๆ อยากให้ช่วยผ่อนผันให้ แต่ทางเจ้าหนี้ปฏิเสธไม่ยอมมาพบ แถมยังมีน้ำเสียงไม่พอใจเมื่อรู้ว่าต้องการให้มาไกล่เกลี้ยกับตำรวจ
น.ส.พร บอกว่าตอนนี้รู้สึกหวาดกลัวเรื่องความปลอดภัย เพราะไม่รู้ว่าเจ้าหนี้จะกลับมาเอาเรื่องอีกหรือไม่ เพราะเธอก็ยอมรับว่าช่วงนี้งานรับเหมาก็ไม่ค่อยมีงาน ทำให้หมุนเงินไม่ทัน แต่ก็ไม่ได้เคยคิดว่าจะหนีหนี้ ตั้งใจจะชดใช้ให้ แต่อยากขอให้เจ้าหนี้เห็นใจ ไม่ใช่พอหาเงินไม่ทันก็มายึดทรัพย์สินแบบนี้
เบื้องต้นทางตำรวจระบุว่า การกระทำของกลุ่มชายดังกล่าว เข้าข่ายผิดกฏหมายตาม พรบ.ทวงหนี้ ดอกเบี้ยเกินอัตรา ลักทรัพย์ ข่มขู่กรรโชกทรัพย์ และข่มขืนใจผู้อื่น เพราะมีการทวงถามหนี้หลังระยะเวลา 06.00 - 18.00 น. และเป็นการบุกรุกยามวิกาล
ส่วนกรณีการยึดรถและทรัพย์สินไปนั้น จะต้องดูจากพฤติการณ์ของผู้ก่อเหตุว่ามีเจตนาเป็นอย่างไร ถ้าเอาไปโดยเจ้าของทรัพย์ไม่ยินยอม ก็อาจเข้าข่ายลักทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์ได้.