คุณค่าของลมหายใจ กับ โควิด-19

โดย ดนัย จันทร์เจ้าฉาย

เผยแพร่

โควิด 19 เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ ซึ่งปอดเป็นอวัยวะในระบบทางเดินหายใจที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการติดเชื้อ และส่งผลให้ประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนแก๊สออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง ระดับความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดจึงมีค่าต่ำกว่าปกติ ร่างกายจึงมีภาวะพร่องออกซิเจน (Hypoxia) โดยปกติระดับออกซิเจนในเลือดจะอยู่ระหว่าง 95–100%

เมื่อใดก็ตามที่ร่างกายของคนเราระดับของออกซิเจนมีค่าลดลง ผู้ป่วยจะเริ่มแสดงอาการผิดปกติทางระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ ไอ หายใจถี่ หายใจลำบากและหอบเหนื่อยง่าย ดังที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคปอดอักเสบหรือปอดบวม ซึ่งอาการเหล่านี้ เป็นสัญญาณเบื้องต้นที่แสดงถึงความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ เช่นเดียวกับการเกิดในผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด 19 บางราย ตอนแรกกลับไม่มีความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจใดๆ เป็นสัญญาณเตือน

 

 

ทั้งนี้ ในคนปกติทั่วไปจะระดับออกซิเจนในเลือดอยู่ที่ 80 – 100 มิลลิเมตรปรอท แต่ผู้ที่มีภาวะพร่องออกซิเจนจะมีระดับออกซิเจนที่ต่ำกว่าคนทั่วไป โดยแบ่งความรุนแรงของภาวะพร่องออกซิเจน ได้ 3 ระดับ คือ

  • Mild Hypoxemia ระดับออกซิเจนในเลือด อยู่ระหว่าง 60 – 80 มิลลิเมตรปรอท
  • Moderate Hypoxemia ระดับออกซิเจนในเลือด อยู่ระหว่าง 40 – 60 มิลลิเมตรปรอท
  • Severe Hypoxemia ระดับออกซิเจนในเลือด น้อยกว่า 40 มิลลิเมตรปรอท

วิธีการป้องกันภาวะพร่องออกซิเจน สามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้

  • นอนหนุนหมอนสูง หรือปรับฟังก์ชันเตียงให้อยู่ในท่าศีรษะสูง  เพื่อให้กระบังลมเคลื่อนต่ำลง

ปอดขยายตัวได้เต็มที่

  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ หรือการรับควันบุหรี่
  • ดื่มน้ำเปล่าสะอาดมากๆ ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายต่อวัน
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น โยคะ การเดิน
  • หมั่นตรวจระดับออกซิเจนในเลือด ด้วยเครื่องวัดออกซิเจนในเลือด

หากเป็นเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย หรือผู้ที่เคยมีภาวะพร่องออกซิเจน ให้พยายามหลีกเลี่ยงการอยู่บนที่สูงมาก ๆ หรือหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่อากาศเบาบาง

สำหรับผม โควิด-19 ได้มาสอนบทเรียนสำคัญให้เราได้ตระหนักรู้ นั่นคือ คุณค่าของลมหายใจ โดยการระลึกรู้ลมหายใจ หรือ อานาปานสติ พระพุทธเจ้าทรงยกย่องว่าเป็นมงกุฎแห่งการภาวนาในการบริกรรมทั้งหมด 40 กว่าฐาน และทรงสรรเสริญบุคคลผู้ทำอานาปานสติ

ในแง่ของวิทยาศาสตร์ เมื่อใดที่เรารู้สบายๆ กับลมหายใจ หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกสบายๆ เป็นธรรมชาติ ไม่บังคับ ไม่เพ่ง ร่างกายของเราจะสงบ คลื่นสมองจะทำงานน้อยลง จากคลื่นระดับแกมม่า ลงมาที่อัลฟ่า ลมที่ลึกและยาวจะสร้างออกซิเจนจำนวนมหาศาลเข้าไปฟอกเลือด และไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆอย่างทั่วถึง ฉะนั้นภูมิคุ้มกันต่างๆในร่างกายจะแข็งแรง

ลมที่ลึกและยาวอย่างผ่อนคลายเป็นธรรมชาติจะขึ้นไปเลี้ยงสมอง ปรับนิวรอนในสมอง และกระตุ้นให้สมองหลั่งสารแห่งความสุข 4 ชนิดออกมา เราจึงอารมณ์ดี ผ่อนคลาย คิดดี คิดบวกและมีความสุข

นอกจากนี้ สมองของเรามีกระแสไฟฟ้าและคลื่นแม่เหล็ก ที่จะดึงธาตุต่างๆที่ตรงกับในสมองเข้ามา เพิ่มขึ้นๆ ตามกฏแห่งแรงดึงดูด ฉะนั้น ถ้าในสมองมีแต่สิ่งที่ดี มันก็จะดึงสิ่งที่ดีเข้ามา

ในแง่ของพุทธศาสนาสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงเน้น คือ การระลึกรู้ลมหายใจ ยิ่งทำมาก ทำเป็นประจำ เป็นนิสัยตั้งแต่เช้ายันนอน จะเกิดความถี่ แสงสว่างจากจิต และกายของเรา ที่เปล่งออกมาจากการทำอานาปานสติ เหมือนสัญญาณโทรศัพท์ ที่มีความคมชัด ทั้งภาพและเสียง จะคิดและทำสิ่งใดย่อมประสบความสำเร็จโดยง่าย ไม่ว่าเราจะทำอะไร ยืน เดิน นั่ง นอน สิ่งที่เป็นพื้นฐานสำคัญของการมีชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง คือ ลมหายใจ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดนี้ คำเตือนสำคัญ คือ อย่าทิ้งลมหายใจเป็นอันขาด!

เราได้เห็นตัวอย่างมากมายของการป่วยและเสียชีวิต ว่าจะมีเงินมีทองมากมายแค่ไหน ก็ซื้อลมหายใจไม่ได้ ขอฝากคาถาสั้นๆ ไว้ … หายใจเข้าลึกๆ เมื่อนึกได้

ขอให้ลมหายใจของเราช่วยสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีทั้งกายและใจให้กับตัวเอง และขอให้ทุกท่าน ‘มีความสุขทุกลมหายใจ’ ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป

ความรุนแรงเมื่อโควิด-19 ลงปอด กับการดูแลปอดให้ปลอดภัย

 

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ