นิสัย "ผู้ชายเจ้าชู้" วิทยาศาสตร์อธิบายได้ ผลสำรวจเผย 71.7% แอบมีกิ๊ก-คบเผื่อเลือก


โดย PPTV Online

เผยแพร่




วาเลนไทน์นี้ สาว ๆ ต้องระวัง! เพราะคำว่า "ผู้ชายเจ้าชู้ทุกคน" อาจจะไม่ใช่คำพูดเล่น ๆ อีกต่อไป เมื่อวิทยาศาสตร์สามารถหาคำอธิบายได้ว่าเพราะอะไร ผู้ชายถึงเจ้าชู้ตั้งแต่เกิด! 

"ผู้ชายชู้" มักถูกด่าทอด้วยคำว่าไม่รู้จักพอ ความไม่พอของคนเจ้าชู้สร้างปัญหาได้มากมายล้านแปด และเกินกว่าที่จะจินตนาการได้ ในทางสังคมศาสตร์เชื่อว่าการที่มนุษย์คนนึงจะมีพฤติกรรมหรือความสัมพันธ์ทางเพศต่ออีกฝ่ายทีมากกว่าหนึ่งคนในระยะเวลาเดียวกัน อาจเกิดจากปัจจัยด้านครอบครัว สังคม การเลี้ยงดู และประสบการณ์ แต่ในมุมมองของวิทยาศาสตร์เห็นต่างออกไปจากนั้น จะเป็นอย่างไรถ้า ผู้ชายเจ้าชู้ถูกอธิบายทางวิทยาศาสตร์ว่า ความเจ้าชู้ที่เกิดขึ้น อาจติดตัวมาตั้งแต่เกิดแบบเลือกไม่ได้!

เช็ก 10 สัญญาณความสัมพันธ์ ความรักที่ดีหรือเป็นพิษ

เคล็บไม่ลับ "ถนอมความรัก" ยืนยาวมั่นคง กราฟชีวิตเป็นจังหวะเดียวกัน

ในทางวิทยาศาสตร์ Hasse Walum นักวิจัยชาว Swedish เคยทำการวิจัยในปี 2008 เพื่อหารูปแบบการนอกใจว่ามีผลกับยีน (Gene) ของ มนุษย์หรือไม่ โดยใช้ตัวอย่าง DNA จากผู้ชาย 552 คน การวิจัยค้นพบว่าการมีอยู่และจำนวนของยีนชื่อ “allele 334” ยีนตัวนี้เกี่ยวข้องกับการทำงานของ Vasopressin receptor มีผลกับการนอกใจอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยผู้ชายที่ไม่มียีน allele 334 ล้วนเป็นผู้ชายที่มีความสัมพันธ์แข็งแรงยาวนาน ส่วนผู้ชายที่มี allele 334 ตั้งแต่ 1 ตัวขึ้นไป จะยิ่งมีความเจ้าชู้มากกว่า และมีแนวโน้มความสัมพันธ์ที่แย่มากขึ้นเท่านั้น

ซึ่งต่างกับผู้หญิง จากการวิจัยของ ดร.Tim Spector จากมหาวิทยาลัย King's College แล้ว พบว่าผู้หญิงที่มีคู่นอนหลายคนนั้นไม่มีความเกี่ยวข้องกับยีน vasopressin receptor แต่อย่างใด 

นอกจากนี้ยังมีผลสำรวจวันยุติความรุนแรงฯ โดยมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า 71.7% ของผู้ชายแอบมีกิ๊ก คบกับผู้หญิงหลายคน เผื่อเลือก (สะท้อนจากผลสำรวจต่อปัญหาความรุนแรงในครอบครัวในกลุ่มผู้ชายจำนวน 1,617 ตัวอย่าง อายุ 20–35 ปีในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด) เป็นข้อมูลที่สนับสนุนพฤติกรรมของผู้ชายเจ้าชู้ได้อย่างชัดเจนขึ้น

แม้ว่าความเจ้าชู้จะเป็นสิ่งที่ใครหลายคนเลี่ยงที่จะพบเจอ แต่ผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารบุคลิกภาพและจิตวิทยาสังคมระบุว่า “ผู้หญิงที่อยู่ในช่วงสัปดาห์ตกไข่จะมีสารเคมีในสมองที่ทำให้ตกหลุมรัก (โดปามีน, อดรีนาลีน และเซโรโทนิน) และฮอร์โมนเอสโตรเจนมากขึ้น พร้อมกับหลั่ง “สารเอ็นโดรฟิน” ที่ทำให้เราตกหลุมรัก แต่ในช่วงเวลาไข่ตกนั้น ผู้หญิงมักถูกฮอร์โมนตัวเองลวงว่า ผู้ชายที่มีความเจ้าชู้อยู่หน่อย ๆ น่าจะดีกว่า ผู้ชายที่มีลักษณะจะเป็นพ่อที่ดีและทุ่มเท

ทดสอบโดยกลุ่มตัวอย่าง โดยการให้เหล่าสาว ๆ เลือกหนุ่ม ๆ ในช่วงที่ตกไข่และช่วงเวลาปกติ ช่วงเวลาที่ผู้หญิงตกไข่จะมีแนวโน้มคิดว่าผู้ชายที่มีความเจ้าชู้อยู่หน่อย ๆ จะสามารถเป็นคุณพ่อที่พึ่งพาได้ แต่อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาปกติพวกเธอกลับคิดว่า ผู้ชายที่มีความเจ้าชู้อยู่หน่อย ๆ เซ็กซี่กว่าจริง แต่ก็เหมาะจะเป็นคู่หูมากกว่าเป็นพ่อที่ดี

ถึงแม้ว่าหนุ่มแบดบอยอาจจะหวือหวาและน่าดึงดูดใจสาว ๆ มากกว่า หากคุณกำลังมองหาความสัมพันธ์ระยะยาวหรือคุณพ่อที่ดีของครอบครัว เราก็คงต้องบอกว่าให้มองหลาย ๆ องค์ประกอบ มองให้ลึก ศึกษาให้นาน และเลือกคนที่ถูกใจ เพื่อจะได้รับพลังงานบวกจากความรัก มาพัฒนาชีวิตคู่ของคุณ

อย่างไรก็ตามยังมีผลการวิจัยสนับสนุนที่ค้นพบว่าผู้ชายชาวชู้เกิดจากฮอร์โมนเทสโทสเตอร์โรน (Testosterone) ที่สูงมากเกินไป ซึ่งจากการศึกษาที่เผยแพร่ในวารสาร Journal of Sex Research พบว่ามีแนวโน้มที่ผู้ชายจะนอนกับผู้หญิงมากกว่า 1 คน ในขณะที่ฝ่ายหญิงจะให้ความสนใจกับผู้ชายเพียงคนเดียว 

ฮอร์โมนเทสโทสเตอร์โรน (Testosterone) คืออะไร มีความสัมพันธ์ในเรื่องเพศสัมพันธ์มากแค่ไหน?

ฮอร์โมน Testosterone เป็นฮอร์โมนเพศชายที่สำคัญ โดยผลิตจากอัณฑะของผู้ชาย ทำหน้าที่ควบคุม เกื้อหนุนลักษณะการแสดงออกทางเพศชาย สนับสนุนการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ช่วยสร้างกล้ามเนื้อและมวลกระดูก เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ดังนั้น หากฮอร์โมนเพศชายผิดปกติจึงไม่ใช่แค่ส่งผลต่อเรื่องเซ็กส์ แต่อาจกระทบการใช้ชีวิตในด้านอื่น ๆ ด้วย

การที่ฮอร์โมนเทสโทสเตอร์โรน (Testosterone) สูงเกินไป สามารถสังเกตอาการได้ดังนี้

 

  • อาจเกิดความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจ และเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจวาย
  • ต่อมลูกหมากโตและปัสสาวะลำบาก
  • โรคตับ
  • เป็นสิว
  • อาการบวมน้ำบริเวณขาและเท้า
  • น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากความอยากอาหารเพิ่มขึ้น
  • ความดันโลหิตสูง และคอเลสเตอรอลสูง
  • นอนไม่หลับ
  • ปวดหัว
  • มวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น
  • เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดลิ่มเลือด
  • ในวัยรุ่นมีการเติบโตของร่างกายเพิ่มขึ้น
  • พฤติกรรมก้าวร้าวผิดปกติ
  • อารมณ์แปรปรวน

แม้ว่าจะมีวิจัยหรือการศึกษาสนับสนุนในเรื่องพฤติกรรมหรือความสัมพันธ์ทางเพศของผู้ชายได้ แต่ก็ไม่สามารถนำทั้งหมดมาอ้างได้ว่า การเช้าชู้เกิดจากเซลล์และฮอร์โมน เนื่องจากมนุษย์เรามีสิ่งที่ต่างจากสัตว์คือความรู้จักผิดชอบความดี ฉะนั้นภายใต้สภาวะที่ร่างกายมีความต้องทางเพศสูง แต่ก็ยังถูกความคุมด้วยความรู้คิดผิดชอบชั่วดี เป็นสิ่งที่พึงมีในมนุษย์ทุกคน และหากมีอาการผิดปกติที่สามารถสังเกตอาการได้แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อการรักษาที่ถูกต้องนะคะ

ที่มา : โรงพยาบาลนครธนunlockmenสำนักข่าว Hfocus เจาะลึกระบบสุขภาพ และโรงพยาบาลพญาไท

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ไลฟ์สไตล์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ