ย้อนตำนานความอร่อย “ไข่เจียว-น้ำปลาพริก” เมนูโปรด "ลิซ่า BLACKPINK"

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เปิดประวัติ “ไข่เจียว-น้ำปลาพริก” ย้อนที่มาความอร่อยก่อนกลายเป็นเมนูโปรดขวัญใจคนไทย รวมถึงศิลปินมากความสามารถ “ลิซ่า BLACKPINK”

สูตรไข่เจียว อร่อยได้แถมสุขภาพดี ไม่ซ้ำจำเจ เติมข้าวได้ไม่อั้น!

ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” หรือ ลิซ่า BLACKPINK หยิบจับอะไรก็เป็นกระแสไปซะหมด ไม่ว่าจะเป็น “ลูกชิ้นยืนกิน, หมูกะทะ” ที่เจ้าตัวแวะเวียนไปกินจนยอดขายถล่มทลาย

ล่าสุดกลับมาอีกครั้งกลับเมนูอาหารคาวหวาน ไข่เจียว น้ำปลาพริก” และ ไอศกรีมกะทิ” หลัง ลิซ่า ได้โชว์ฝีมือทำอาหารจานโปรด ฉลองรางวัลขึ้นแท่นศิลปินเค-ป็อปหญิงคนแรกที่มียอดสตรีมมิ่งบน Spotify ทะลุมากกกว่า 1 พันล้าน จากเพลง “Money”

ทำเอาคนดูเห็นแล้วหิวกันไปตามๆ กัน แถมเมนูอาหารไทยนี้ยังกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง วันนี้ทีมข่าวนิวมีเดีย พีพีทีวี จึงอยากพาทุกคนไปย้อนตำนานความอร่อยกับเมนู ไข่เจียว” และ น้ำปลาพริก” ก่อนที่จะกลายมาเป็นเมนูขวัญใจ ลิซ่า รวมถึงคนไทยอีกหลายคนด้วย

ที่มาความอร่อย “ไข่เจียว”

เมื่อต้องทำกับข้าวสักอย่างหนึ่ง เชื่อว่าคนไทยหลายคนจะนึกถึงเมนูไข่ โดยเฉพาะ “ไข่เจียว” เพราะทำได้ง่ายแถมรสชาติอร่อย เพียงตีไข่ให้เข้ากัน แล้วจะเติมเครื่องอย่างเนื้อสัตว์หรือผักอะไรก็ได้ตามใจชอบ

ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์ “ไข่เจียว” ปรากฏในจดหมายเหตุความทรงจำกรมหลวงนรินทรเทวีตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 1 ระบุว่า ไข่เจียวเป็นอาหารในสำรับของพระราชพิธีสมโภชน์พระแก้วมรกตและฉลองวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

แต่ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าประเทศไทยเรารับวัฒนธรรมอาหารชนิดนี้มาจากที่ใด สันนิษฐานว่า อาจได้รับอิทธิพลมาจากไข่เจียวของชาติตะวันตกที่เรียกว่า “ออมเล็ต” เพราะวิธีการทำคล้ายคลึงกัน คือ ตีไข่และใส่นมเล็กน้อย แล้วเจียวในกระทะที่มีเนยสดร้อน ๆ รออยู่ เมื่อใกล้สุกจะใส่ชีส แฮม และมะเขือเทศลงไปตรงกลาง แล้วพับไข่ออมเล็ตจึงค่อยตักเสิร์ฟ ด้านในออมเล็ตจะมีลักษณะนุ่ม ๆ เนื้อไข่เยิ้ม ๆ ไม่แห้งทั่วแผ่นอย่างไข่เจียวของเรา

หรือหากพิจารณาจากคำว่า “เจียว” คำนี้ถือเป็นคำยืมจากภาษาจีนแต้จิ๋ว คนไทยใช้มานานจนเสมือนเป็นคำไทยคำหนึ่ง คำว่า “เจียว” ในภาษาจีนแต้จิ๋วนี้ หมายถึงวิธีการปรุงอาหารด้วยการทอดให้สุกในน้ำมันร้อน ๆ นั่นเอง ดังนั้นไข่เจียวอาจมีที่มาจากเพื่อนบ้านอย่างจีนก็ย่อมได้

ปัจจุบันไข่เจียวได้แพร่หลายเข้ามาในกลุ่มประชาชนทั่วไป ทุกวันนี้เราจึงได้เห็นเมนูไข่เจียวมากมายหลายร้อยตำรับ บ้างก็เอาไว้กินกับข้าวสวยร้อน ๆ หรือบางทีก็เอาไว้กินคู่กับอาหารอื่นๆ อย่างผัดกะเพรา หรือต้มยำ

“น้ำปลาพริก” เครื่องปรุงรสเก่าแก่ในประวัติศาสตร์ไทย

น้ำปลาพริก เป็นเครื่องปรุงรสที่มีกันแทบทุกบ้าน มีทั้งรสเผ็ด รสเค็ม และหากบางบ้านใส่มะนาวลงไปด้วย ก็จะมีรสเปรี้ยวเข้ามาอีก เรียกว่าแทบจะครบรสกันเลยทีเดียว และด้วยเหตุผลนี้ที่แหละที่ทำให้เครื่องปรุงรสนี้เวลาได้ใส่ลงไปในอาหาร โดยเฉพาะกับไข่เจียว ช่วยตัดเลี่ยน ตัดความมันๆ นัวๆ ได้ดี แถมยังทำให้ไข่เจียวเรามีรสชาติกลมกล่อมอร่อยมากขึ้น

คำว่าน้ำปลาพริกอาจไม่ได้ปรากฏให้เห็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชัดเจน แต่ “น้ำปลานั้น” ปรากฏชัดเจนในสมัยอยุธยาตอนปลายใน กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง ที่สันนิษฐานว่าเป็นพระนิพนธ์ในเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร พระราชโอรสในพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ตอนหนึ่งที่ว่า

หมากม่วงดิบห่ามฝาน ใส่ในจานพานตบะรอง

นั่งล้อมห้อมเนืองนอง จิ้มน้ำปลางาปิกิน ฯ

หมากม่วงดิบห่ามให้ ปอกฝาน

งาปิน้ำปลาจาน จุ่มจิ้ม

นั่งล้อมห้อมกินกราน กินอยู่

เข็ดฟันผันหน้ายิ้ม อิ่มเอื้อนราถอย ฯ

นอกจากนี้ในเอกสาร "คำให้การขุนหลวงวัดประดู่ทรงธรรม เอกสารจากหอหลวง" ยังบันทึกไว้ว่า ชาวบ้านเมืองเพชรบุรีจะบรรทุกอาหารทะเลต่างๆ รวมถึงน้ำปลา มาจอดเรือขายที่วัดพนัญเชิง กรุงศรีอยุธยา

อนึ่ง เรือปากใต้ปากกว้าง 6 ศอก 7 ศอก ชาวบ้านยี่สารบ้านแหลมเมืองเพชรบุรี แลบ้านบางตะบูนแลบ้านบางทะลุบันทุกกะปิน้ำปลาปูเคมปลากุเราปลากะพงปลาหูปลากะเบนย่างมาจอดเรือฃายแถววัดเจ้าพระนางเชิง 1

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า น้ำปลา มีกินกันตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้ว และแหล่งผลิตน้ำปลาก็น่าจะมาจากเมืองย่านติดทะเล

ขณะที่นักวิชาการบางท่านสันนิษฐานว่า น้ำปลาอาจมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มคนจีนที่อพยพเข้ามาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะเมืองชายฝั่งทะเลส่วนใหญ่มักมีชุมชนคนจีนตั้งรกราก เพราะมีเอกสารวชิรญาณวิเศษ เล่มที่ 6 แผ่น 35 วันพฤหัสบดีที่ 2 เดือนกรกฎาคม ร.ศ.110 อธิบายถึงการ "กางเคย" (หมายถึงการดักเคย) เพื่อทำกะปิว่า เป็นอาชีพของคนที่ตั้งบ้านเรือนตามชายทะเลย่าน "ท่าจีน" โดยการทำกะปิก็จะมีผลพลอยได้เป็นน้ำปลาด้วย

น้ำปลาที่จะเกิดได้ด้วยกะปินี้ มีอย่างเดียวคือคำที่เรียกกันว่าน้ำเคยตกเท่านั้น ก็ไม่สู้จะมีผลประโยชน์มากนัก ด้วยเหตุว่าเวลาที่บันทุกมาขาย กะปิแขงเปนขมวน ก็ต้องใช้น้ำเคยตกนั้นรดให้ชุ่มอยู่เสมอ จะขายได้ก็แต่เล็กน้อย ราคาขายกันทนานละ 1 เฟื้อง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าน้ำปลาพริกมีจุดกำเนิดเริ่มต้นขึ้นเมื่อไร แต่อาจมีมาช้านานแล้วจนกลายเป็นเครื่องปรุงรสที่ต้องมีติดบ้าน

“น้ำปลาพริก” กับ “พริกน้ำปลา” เรียกว่าอย่างไร

ตามพจนานุกรมฉบับพระราชบัณฑิต ฉบับปีพุทธศักราช 2554 แม้ไม่มีคำว่า “พริกน้ำปลา” หรือ “น้ำปลาพริก” บัญญัติไว้ คำไหนก็ตามจึงสามารถเรียกได้

แต่มีความเห็นจาก ดร.อนันต์ เหล่าเลิศวรกุล กรรมการวิชาการของสำนักงานราชบัณฑิตยสภา ได้รับข้อมูลว่า “น้ำปลาพริก” คือคำที่ใช้มาแต่เดิม

“น้ำปลา” เป็นคำหลัก ให้ความหมายว่า เค็ม ส่วน “พริก” เป็นคำนามขยาย พริกช่วยเสริมรสเค็มให้เจือเผ็ด เวลาเติมรสอาหารด้วยน้ำปลาพริกอย่างเติมในข้าวผัดเพราะต้องการความเค็มนำ แต่ไม่ต้องการเค็มโดด ๆ จึงใช้น้ำปลาพริก

นอกจากนี้มี “น้ำปลาพริก” อีกแบบหนึ่งที่ใช้ “พริกป่น” แทน “พริกขี้หนู” ก็เรียกว่า “น้ำปลาพริกป่น” ไม่มีผู้เรียกว่า “พริกป่นน้ำปลา”

เล่ามาทั้งหมดนี้ หากได้ยินใครบอกว่าน้ำปลาพริกหรือไข่เจียวเป็นเมนูสิ้นคิด คงต้องหันไปบอกแล้วว่า “อยากลิ้มรสอาหารโบราณ” ต่างหากล่ะ เพราะถึงแม้เมนูเหล่านี้จะเป็นอาหารที่เราเลือกสั่ง เวลาที่เราไม่รู้ว่าจะกินอะไรดี แต่ที่จริงแล้วเราอาจจะขาดไม่ได้เลย

ขอบคุณข้อมูลจาก : เว็บไซต์ Thai Taste Therapy, ศิลปวัฒนธรรม และ เฟซบุ๊ก คำไทย

ขอบคุณภาพจาก : Instagram lalalalisa_m

ช็อก! “ดีเจโก” กรีนเวฟ พลัดตกโรงแรมในซอยสุขุมวิท 20 เสียชีวิต!

เชียร์ "แอนโทเนีย" รอบตัดสิน Miss Universe 2023 เช้า 19 พ.ย.นี้

เปิดรายชื่อ 11 ชาติเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลยูโร 2024

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ