เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา ในวันที่ 28 ก.ค.2567 รัฐบาลได้ดำเนินการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ
รัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยและกรุงเทพมหานคร รับผิดชอบการจัดพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวาย ซึ่งเป็นราชประเพณีที่มีมาแต่โบราณ ที่จะต้องมีพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์จากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศ 77 จงหวัด รวม 108 แห่ง
แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 108 แห่งอยู่ที่ไหน และมีประวัติความเป็นมาอย่างไร รวบไว้แล้วที่นี่
กรุงเทพมหานคร 1 แห่ง
หอศาสตราคม ตั้งอยู่ริมกำแพงด้านตะวันออกของพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เดิมสถานที่นี้เป็นที่ตั้งของพระที่นั่งโถงซึ่งสร้างในรัชกาลที่ 1 ต่อมาในรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รื้อลง แล้วสร้างหอศาสตราคมขึ้น สำหรับพระสงฆ์ฝ่ายรามัญนิกายทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์สัตปริตรคาถาเสกทำน้ำเจริญพระพุทธมนต์ ชาววังเรียกกันว่า “พระน้ำมนต์” สำหรับสรง สรงพระพักตร์ และทำการประพรมรอบพระมหามณเฑียร
กระบี่ 1 แห่ง
วังเทวดา แหล่งต้นน้ำศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดกระบี่ จากเทือกเขาพนมเบญจา ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของน้ำตกห้วยโต้ หมู่ที่ 4 ตำบลทับปริก อำเภอเมืองกระบี่ ที่มีความสูง 11 ชั้น แต่ละชั้นมีแอ่งน้ำ เรียกว่าวัง ทั้งหมดมี 5 วัง วังเทวดาเป็น 1 ใน 5 วัง ที่ถือว่าเป็นแอ่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากมีประวัติความเป็นมาในความเชื่อของชาวบ้านว่า หากผู้ใดต้องการจะเห็นเทวดา ซึ่งตามความเชื่อของชาวบ้านคืองูใหญ่ให้ขึ้นไปที่นี่ โดยให้เตรียมหมาก พลู ธูป เทียน และตอกไม้ ไปสักการะบูชาที่ต้นไม้ใหญ่ แล้วอธิษฐาน เทวดาก็จะปรากฏขึ้นมาให้เห็น และสามารถจับต้องได้ โดยไม่ถูกทำร้าย
กาญจนบุรี 1 แห่ง
แม่น้ำสามประสบ ต้นน้ำแม่น้ำสามประสบ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี หรือวัดวังก์วิเวการามเก่า ในบริเวณนี้เรียกว่า สามประสบ ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำสามสายคือ แม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ และแม่น้ำรันตี ไหลมาบรรจบกัน
กาฬสินธุ์ 1 แห่ง
กุดน้ำกิน เป็นชื่อเรียกตามท้องถิ่นอีสาน "กุด" ที่หมายถึง บึงหรือบริเวณแหล่งน้ำเล็ก ๆ ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะกุดน้ำกิน เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ มีพื้นที่ทั้งหมด 26 ไร่ เป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจ จัดงานประเพณี กิจกรรมชุมชนต่างๆ และนำไปจัดทำในพิธีเสกทำน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์เนื่องในโอกาสพระราชพิธีสำคัญ
กำแพงเพชร 1 แห่ง
บ่อสามแสน ตั้งอยู่ใกล้กับสำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร โบราณสถานบ่อสามแสนเป็นแหล่งน้ำของวัดอาวาสใหญ่ โดยต้นกำเนิดสันนิษฐานว่าเกิดจากการขุดตัดศิลาแลงลงไปใต้ดิน มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคของพระสงฆ์และฆราวาสของวัดอาวาสใหญ่
ขอนแก่น 1 แห่ง
บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ (บาราย) วัดกู่ประภาชัย ต.บัวใหญ่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าปรางกู่ประภาชัย เป็นสถานที่จัดทำน้ำอภิเษก ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สร้างขึ้นสมัย พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรเขมร ศิลปแบบบายน ปีพุทธศักราชที่ 18 (1720๐ - 1761) มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ หรือ บาราย อยู่ด้านหน้าปรางกู่ โดยน้ำจากบ่อนี้ เป็นน้ำผุดจากธรรมชาติ นำไปจัดทำน้ำอภิเษก สำหรับใช้ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
จันทบุรี 3 แห่ง
สระแก้ว เป็นแหล่งน้ำสำคัญ 1 ใน 3 ของจังหวัดจันทบุรี ตั้งที่ตำบลพลอยแหวน อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ในอดีตน้ำจากสระแก้วถูกนำไปใช้ในการประกอบพิธีกรรมสำคัญในสำนักพระราชวังมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ตั้งแต่ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่าในสมัยรัชกาลที่ 6 มีการเพิ่มแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มาจากมณฑลต่างๆ อีก 10 มณฑล ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ มณฑลจันทบุรี
ธารนารายณ์ เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติใส สะอาด ที่ไหลออกมาจากถ้ำพระนารายณ์ มีกำเนิดจากต้นน้ำ คือน้ำตกคลองนารายณ์ ยอดเขาสระบาป จากหลักฐานประวัติศาสตร์แสดงถึงความสำคัญของน้ำตกแห่งนี้ คือ ในปี พ.ศ. 2403 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เสด็จประพาสเมืองจันทบุรี ได้ทรงเยี่ยมชม พร้อมทรงสร้างพระเจดีย์ขึ้นองค์หนึ่งด้วยศิลาแลง กลางลำธาร สูง 3 วา จนในปี พ.ศ. 2517 เกิดน้ำป่าไหลหลากพัดเจดีย์พังทลายไป
บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์วัดพลับ นับตั้งแต่โบราณกาลผู้คนในชุมชนบางกะจะและใกล้เคียงผู้ใดต้องการน้ำไปทำน้ำพระพุทธมนต์ในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บหรือประกอบพิธีกรรมต่างๆ ก็จะนำน้ำในบ่อน้ำนี้ไปใช้ในพิธีนั้น เมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช นำทัพจัดเตรียมกองทัพอยู่ที่วัดพลับ พระองค์ก็ทรงใช้น้ำในบ่อน้ำทำน้ำพระพุทธมนต์ประพรมกองทัพก่อนออกศึก ต่อมาราชวงศ์จักรีขึ้นครองราชย์ ก็ทรงใช้น้ำในบ่อนี้ทำน้ำพระพุทธมนต์ราชาภิเษกในการเสด็จขึ้นครองราชย์เช่นกัน
ฉะเชิงเทรา 1 แห่ง
ปากน้ำโจ้โล้ หรือคลองท่าลาด อยู่บริเวณปากน้ำโจ้โล้ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นจุดบรรจบของคลองท่าลาดและแม่น้ำบางปะกง เป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์แหล่งเดียวของจังหวัดฉะเชิงเทรา
ชลบุรี 1 แห่ง
สระเจ้าคุณเฒ่า ตั้งอยู่ที่วัดเขาบางทราย พระอารามหลวง ตำบลบางทราย อำเภอเมืองชลบุรี ที่ฐานสระใต้ล่างเป็นหินภูเขาทั้งหมดเสมือนเป็นรากเขา รูปทรงของสระคล้ายหวด รองรับน้ำฝนที่ไหลมาจากยอดเขาที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทและไหลผ่านปูชนียสถานต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ภายในวัดลงสู่ลำห้วยแล้วไหลมารวมที่สระแห่งนี้
ชัยนาท 1 แห่ง
แม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหน้าวัดธรรมามูลวรวิหาร สร้างอยู่บนไหล่เขา ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เขตอำเภอเมืองชัยนาท เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น เป็นวัดที่กษัตริย์แห่งวงศ์สุโขทัย (พระร่วง) หรือพระมหาธรรมราชาเป็นผู้สร้าง เดิมวัดนี้ตั้งอยู่บนที่ราบตรงกลางแม่น้ำเจ้าพระยาในปัจจุบัน เมื่อแม่น้ำได้เซาะตลิ่งพังเข้ามาจึงย้ายเสนาสนะมาจัดสร้างขึ้นบนไหล่เขาอันเป็นที่ตั้งอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณหน้าวัดธรรมามูลถือว่าเป็นน้ำศักดิ์นำไปใช้ในพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา
ชัยภูมิ 2 แห่ง
วัดไพรีพินาศ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าวัดกลางเมืองเก่า ตั้งอยู่ชุมชนบ้านเมืองเก่า ต.ในเมือง อ.เมืองชัยภูมิ จ.ชัยภูมิ ตามหลักฐานทางราชการระบุว่า ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2315 ในสมัยกรุงธนบุรี บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์วัดไพรีพินาศ มีลักษณะเป็นตาน้ำลึกใต้ใบเสมาโบราณ สภาพน้ำมีความใสปกติเหมือนน้ำธรรมชาติ สามารถดื่มกินได้ ไม่เคยแห้ง
ชีผุด ต้นกำเนิดของแม่น้ำชี ที่เรียกว่า ชีผุด ชีดั้น บนเทือกเขาพญาฝ่อ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ท้องที่บ้านโหล่น ต.นางแดด อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ มีลักษณะเป็นตาน้ำที่ไหลออกมาจากซอกหินเขาหินปูน บริเวณใต้หน้าผาเทวดา ก่อนจะไหลลงไปรวมกับชีใหญ่ที่บ้านโหล่น ไหลผ่านพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดอื่น ๆ ในภาคอีสาน รวม 9 จังหวัด ไปรวมกับแม่น้ำมูลที่บ้านวังยาง รอยต่อจังหวัดศรีษะเกษ-อุบลราชธานี มีความยาวทั้งสิ้น 765 กิโลเมตร เป็นแม่น้ำสายยาวที่สุดในประเทศไทย
ชุมพร 1 แห่ง
บ่อน้ำทิพย์ อยู่ภายในถ้ำเขาพลู วัดถ้ำเขาพลู หมู่ที่ 3 ตำบลชุมโค อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ในถ้ำมีหินงอกหินย้อย มีหยดน้ำใสสะอาดและเย็นมาก ในสมัยก่อนมีแอ่งน้ำเล็ก ๆ ตามธรรมชาติรับหยดน้ำที่หยดลงมาจากหินปูน เมื่อน้ำเต็มจะล้นและไหลอยู่ภายในถ้ำตลอดเวลา และทางวัดจึงได้นำหินมาโบกด้วยปูน ทำเป็นแอ่งน้ำรองรับน้ำที่หยดลงมา เพื่อให้เพียงพอต่อคนศรัทธา
เชียงราย 1 แห่ง
บ่อน้ำทิพย์ ตั้งอยู่ที่วัดพระธาดุดอยตุง (วัดน้อยดอยตุง) ตำบลห้วยไคร้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป็นบ่อน้ำธรรมชาติ มีลักษณะพิเศษคือ ใสบริสุทธิ์และมีน้ำตลอดทั้งปี พุทธศาสนิกชน ใช้สรงพระบรมธาตุดอยตุง ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 หรือ เดือน 6 (เหนือ) เป็นประจำทุกปี
เชียงใหม่ 3 แห่ง
บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ วัดบุพพาราม ถนนท่าแพ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ น้ำในบ่อนี้เป็นน้ำสรงพระบรมสารีริกราตุ และสรงพระบรมธาตุ
อ่างกาหลวง ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเซียงใหม่ ลักษณะเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่บนยอดสูงสุดของดอยอินทนนท์ นับเป็นแหล่งน้ำที่อยู่สูงสุดในประเทศไทยใช้น้ำในอ่างกาหลวงใช้สรงพระธาตุจอมทองเป็นประเพณี
ขุนน้ำแม่ปิง ตั้งอยู่ห่างจากตะเข็บชายแดนไทยและเมียนมาประมาณ 500 เมตรในท้องที่บ้านเมืองนะ ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ น้ำ ณ ขุนน้ำแม่ปิง แห่งนี้ใช้ประกอบในพระราชพิธีสำคัญ ๆ
ตรัง 1 แห่ง
แม่น้ำตรัง บริเวณหน้าท่าน้ำวัดประสิทธิชัย หรือวัดท่าจีน ต.บางรัก อ.เมือง จ.ตรัง เป็นแม่น้ำที่มีความสำคัญของประชาชนชาวจังหวัดตรัง ความยาวสายน้ำ 123 กิโลเมตร ต้นน้ำซึ่งเรียกว่าแม่น้ำหลวงอยู่จังหวัดนครศรีธรรมราช ไหลเข้าสู่เขตจังหวัดตรังเป็นแม่น้ำตรัง และไหลผ่านพื้นที่แต่ละหมู่บ้าน ชุมชน จนไปสุดที่อำเภอกันตัง ลงสู่ทะเลตรังฝั่งอันดามัน
ตราด 1 แห่ง
น้ำตกธารมะยม เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงอีกแห่งของอำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด เดิมชื่อน้ำตกคลองมะยม เพราะอยู่ใกล้กับคลองมะยม อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง เป็นน้ำตกขนาดกลาง 4 ชั้น บริเวณรอบ ๆ เป็นป่าดิบชื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ และมีหน้าผาสูงชันจนเกือบจะตั้งฉากมีน้ำไหลตลอดปี
ตาก 1 แห่ง
เขื่อนภูมิพล ถือกําเนิดขึ้นจากพระราชกระแสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กับทางรัฐบาลในสมัยนั้นว่า ควรมีเขื่อนเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้และเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานชื่อเพื่อนว่า "เขื่อนภูมิพล" นอกจากจะผลิตกระแสไฟฟ้าและกักเก็บ น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคแล้ว ยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืด และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สําคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดตาก
นครนายก 3 แห่ง
เขื่อนขุนด่านปราการชล บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก เดิมเรียกว่า เขื่อนคลองท่าด่าน สร้างขึ้นตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อกักเก็บน้ำในช่วงหน้าฝนไว้ใช้หน้าแล้ง และควบคุมไม่ให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร ไร่นาและพื้นที่การเกษตรในหน้าฝน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์ เขื่อนคลองท่าด่าน และเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2549 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อเขื่อนคลองท่าด่านว่า “เขื่อนขุนด่านปราการชล” พร้อมทั้งมี พระราชกระแสให้ติดป้ายโลหะจารึกประวัติของขุนหาญพิทักษ์ไพรวัน ณ บริเวณเขื่อนเพื่อเชิดชูเกียรติ
บ่อน้ำทิพย์ เมืองโบราณดงละคร ตั้งอยู่ในตำบลดงละคร อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 9 กิโลเมตร เป็นสถานที่สำคัญส่วนหนึ่งของเมืองโบราณดงละคร บ่อน้ำแห่งนี้เกิดขึ้นในสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด แต่จุดที่เป็นบ่อน้ำทิพย์ เคยเป็นแนวแม่น้ำนครนายกสายเดิม
บึงพระอาจารย์ ตำบลพระอาจารย์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก เดิมตำบลพระอาจารย์มีบึงน้ำขนาดใหญ่จำนวนมาก และมีพระอาจารย์ ผู้มีวิชาความรู้ทางด้านไสยศาสตร์สามารถแปลงกายเป็นจระเข้ได้ วันหนึ่งพระอาจารย์และลูกศิษย์ได้เดินธุดงค์ไปพำนักที่สำนักสงฆ์ พระอาจารย์จึงทำพิธีแปลงกายเป็นจระเข้ เพื่อให้ลูกศิษย์เหยียบหลังจระเข้ข้ามไปยังบึงชวดงูเห่า พระอาจารย์ได้ทำน้ำมนต์ให้กับลูกศิษย์ไว้คอยราดหัวจระเข้ เพื่อให้กลับคืนร่างเป็นคนได้ แต่เณรคนสุดท้ายข้ามมาแล้วตกใจกลัว ทำน้ำมนต์หก ทำให้พระอาจารย์คืนกลับสู่ร่างเดิมไม่ได้ จึงแสดงปาฏิหาริย์ให้มีน้ำวนเกิดขึ้นในบึงนั้น ชาวบ้านจึงเรียกบึงน้ำนี้ว่า “บึงพระอาจารย์” และได้กลายมาเป็น “ตำบลพระอาจารย์” จนทุกวันนี้
นครปฐม 1 แห่ง
สระน้ำจันทร์ เดิมชาวบ้านเรียกกันว่า “หนองน้ำจันทร์” บริเวณดังกล่าว ราษฎรปลูกพืชล้มลุก เป็นทุ่งหญ้ารก และดงไม้ไผ่ป่า เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จนครปฐมก็มักจะเสด็จทอดพระเนตรที่ดินบริเวณนี้บ่อยๆ เรียก “หมู่บ้านเนินปราสาท” เป็นพระราชวังเดิม มีกษัตริย์ปกครอง มีโบสถ์พราหมณ์ และมีสระน้ำอยู่ข้างหน้า สันนิษฐานว่าเป็นสระน้ำใช้ในพิธีทางศาสนา และใช้ประกอบในพระราชพิธีสำคัญ ๆ
นครพนม 1 แห่ง
สระน้ำมูรธาภิเษก หรือ บ่อน้ำพระอินทร์ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร บริเวณกําแพงชั้นนอกใกล้กับพระธาตุพนม มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์อายุประมาณ 2,000 ปี น้ำในบ่อใสสะอาดไม่เคยเหือดแห้งแม้ในหน้าแล้ง ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นบ่อน้ำสิริมงคลที่พระอินทร์สร้างถวายพระพุทธเจ้าเมื่อครั้งเสด็จผ่านเมืองนครพนม บ้างก็ว่าพระยาทั้งห้าที่ร่วมกันก่อสร้างพระธาตุพนมเป็นผู้ขุดบ่อน้ำนี้ขึ้นเพื่อถวายพระอรหันต์ และเพื่อใช้ในงานก่อสร้างพระธาตุพนม
นครราชสีมา 1 แห่ง
แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์คลองอีเฒ่า บริเวณป่าต้นน้ำลำตะคอง อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งอยู่ในป่าลึกห่างจากชุมชนระยะทาง 4 กิโลเมตร เป็นแหล่งน้ำที่ใสสะอาดเกิดจากธรรมชาติ จากต้นน้ำลำตะคองไหลไปยังน้ำตกเหวสุวัตแล้วไหลมาตามลำตะคอง ผ่านอำเภอปากช่อง ลงสู่เขื่อนลำตะคอง ก่อนจะไหลผ่านอำเภอสีคิ้ว อำเภอสูงเนิน อำเภอเมือง แล้วจึงไหลลงสู่แม่น้ำมูล จึงเชื่อว่าแหล่งน้ำแห่งนี้เป็นแหล่งน้ำที่มีความสมบูรณ์
นครสวรรค์ 1 แห่ง
บึงบอระเพ็ด เป็นทะเลสาบน้ำจืด ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของลำน้ำน่าน มีความสำคัญทางด้านประมง เป็นพื้นที่ที่ปลามาวางไข่ บริบาลลูกปลา และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ จะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา เป็นทำเลที่ปลาอาศัยเลี้ยงตัว วางไข่ และแพร่พันธุ์ เพื่อรักษาระดับน้ำไว้ตลอดปี จึงได้สร้างฝ่ายกั้นน้ำและประตูระบายน้ำ และที่สำคัญอย่างยิ่งเป็นแก้มลิงขนาดใหญ่และชะลอการไหลของน้ำในฤดูน้ำหลาก
นครศรีธรรมราช 6 แห่ง
บ่อน้ำวัดหน้าพระลาน ถือกันว่าเป็นบ่อศักดิ์สิทธิ์มาแต่โบราณกาล น้ำในบ่อใสสะอาด มีน้ำหนักผิดปกติกว่าน้ำในบ่ออื่นๆ เชื่อกันว่าผู้ที่ดื่มกินจะเกิดสติปัญญาและมีบุญวาสนา ได้เป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ในปี พ.ศ. 2431
บ่อน้ำวัดเสมาเมือง เป็นสถานที่พบศิลาจารึกหินทรายเป็นรูปใบเสมา เป็นหลักฐานให้ทราบว่าพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช กษัตริย์เมืองนครศรีธรรมราช ทรงสร้างวัดเสมาเมือง เมื่อ พ.ศ. 1318 เพื่อให้เป็นที่จำพรรษาของพระภิกษุสงฆ์เป็นแห่งแรก ถือเป็นต้นกำเนิดของวัดทั้งหลายในเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งก่อนก่อตั้งอาณาจักรสุโขทัยถึง 400 กว่าปี
บ่อน้ำวัดเสมาไชย ปัจจุบันวัดเสมาชัยเป็นวัดร้าง อยู่ภายในโรงเรียนเมืองนครศรีธรรมราช ในสมัยโบราณถือกันว่าเป็นวัดหลักบ้านหลักเมือง เป็นวัดชัยมงคล มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ทำพิธีต่างๆ
บ่อวัดประตูขาว ปัจจุบันวัดประตูขาวเป็นวัดร้าง อยู่ในบริเวณโรงเรียนอนุบาลนครศรีธรรมราช น้ำในบ่อวัดประตูขาวนี้มีประวัติว่าเจ้าอาวาสสำคัญองค์หนึ่ง ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์ในทางไสยศาสตร์ ได้ปลุกเสกน้ำในบ่อนี้เพื่อไปใช้ในพิธีมงคลต่างๆ ร่วมกับน้ำจากบ่อวัดหน้าพระลาน บ่อวัดเสมาไชย และบ่อวัดเสมาเมือง
ห้วยเขามหาชัย เป็นลำห้วยที่ไหลมาจากเขามหาชัย ถือตามนามมงคลมาแต่โบราณ และมีตำนานเล่าว่า การที่มีชื่อว่า "มหาชัย" เพราะที่เชิงเขาลูกนี้เคยเป็นที่ปะทะระหว่างทหารเมืองนครศรีธรรมราชกับสลัดชวา เมื่อราว พ.ศ. 2090 ผู้นำทหารเมืองนครฯ วางแผนซุ่มโจมตีสลัดชวาทุกวันที่เชิงเขาแห่งนี้ เป็นผลให้สลัดชวาแตกพ่ายกลับไป ปัจจุบันคือท้องที่ตำบลไชยมนตรี คือ มนตรีผู้มีชัยชนะ และตั้งชื่อภูเขาที่ชนะศึกนั้นว่า "ภูเขามหาชัย" ถือเป็นแหล่งน้ำที่มีโชคชัย
บ่อปากนาคราช ห้วยปากนาคราชมีความคดเคี้ยวเหมือนพญานาคราช เป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งเดียวของเมืองนครศรีธรรมราช ที่ไม่ได้อยู่ในอำเภอเมือง แต่อยู่ที่เขาไม้แก้ว อำเภอลานสกา เป็นน้ำเย็นใสสะอาด เหมือนเทพประทาน
นนทบุรี 1 แห่ง
กลางแม่น้ำเจ้าพระยา เบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร ซึ่งวัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระอัยกา พระอัยยิกา และสมเด็จพระราชชนนี ถือเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดนนทบุรี
นราธิวาส 2 แห่ง
น้ำแบ่ง อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส มีความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นคลองน้ำไหลมาบรรจบกัน 4 สาย 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสุไหงปาดี อำเภอตากใบ อำเภอระแงะ และอำเภอเมืองนราธิวาส ชาวบ้านใช้อาศัยดื่มกินและดำรงชีวิต
น้ำตกสิรินธร ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส เป็นพื้นที่ป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย ทำให้น้ำตกแห่งนี้มีน้ำที่ใสและไม่เคยแห้งขอด จะมีน้ำไหลลักษณะแบบนี้ตลอดทุกฤดู ทั้งนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จเยี่ยมและพระราชทานนามน้ำตกแห่งนี้เป็น “น้ำตกสิรินธร” เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2515
น่าน 1 แห่ง
บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์วัดสวนตาล ตั้งอยู่หน้าวิหารวัดสวนตาล ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเมืองน่านใช้ในพิธีสำคัญมาเป็นเวลายาวนาน และได้ใช้น้ำในบ่อน้ำทิพย์แห่งนี้การประกอบพระราชพิธีสำคัญ ๆ
บุรีรัมย์ 1 แห่ง
แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ วัดกลาง หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า สระสิงโต มีความเชื่อกันว่าเป็นสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ ลักษณะพิเศษของน้ำในสระนี้ คือ สีของน้ำจะมีสีเขียวอ่อนอยู่ตลอด ไม่ว่าจะมีปริมาณน้ำมากหรือน้อยเพียงใด
บีงกาฬ 2 แห่ง
พื้นที่ชุ่มน้ำบึงโขงหลง มีลักษณะเป็นทะเลสาบน้ำจืดธรรมชาติขนาดใหญ่ เป็นส่วนหนึ่งของที่ราบแม่น้ำสงครามเกิดจากคลองและลำธารหลายสายไหลมารวมกัน ชาวบ้านมีความเชื่อว่าบึงโขงหลงมีพญานาคและเกิดปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคอีกด้วย น้ำจากพื้นที่ชุ่มน้ำบึงโขงหลงได้นำมาใช้ประกอบพระราชพิธีสำคัญ ๆ
บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ถ้ำพระ ในสมัยก่อนพื้นที่ของน้ำตกถ้ำพระเป็นวัดป่า มีพระพุทธรูปประดิษฐาน โดยใต้ฐานพระจะมีน้ำหยดมาตลอด เป็นความมหัศจรรย์จากธรรมชาติ นักท่องเที่ยวเดินทางมาไหว้พระต่างเชื่อว่า น้ำที่หยดลงมาจากใต้ฐานพระมีความศักดิ์สิทธิ์ จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ “น้ำตกถ้ำพระ ” เป็นแหล่งน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดบึงกาฬ
ปทุมธานี 1 แห่ง
แม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหน้าวัดศาลเจ้า อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทางทิศตะวันออก บริเวณปากคลองเชียงรากด้านเหนือ (แม่น้ำเจ้าพระยาสายเก่า) หมู่ที่ 3 ต.บ้านกลาง เดิมเป็นศาลเจ้ามาแต่ครั้งโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี มีเจ้าน้อยมหาพรมเชี้อสายเจ้าเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้มีคุณวิเศษทางไสยศาสตร์ พาไพร่พลล่องแพมาถึงปากคลองเชียงราก ได้พบพระภิกษุมอญที่มีความสามารถทางวิชาเช่นกัน จึงลองวิชาคม จนเกิดความเลื่อมใส และได้นำไม้แพมาสร้างเป็นศาลเจ้า เพื่อบูชาคุณพระภิกษุมอญและเป็นที่สิงสถิตของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทำให้มีการกราบไหว้เพื่อขอให้การเดินทางทางเรือเป็นไปด้วยความปลอดภัย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ปราจีนบุรี 2 แห่ง
บ่อน้ำหน้าโบราณสถานรอยพระบาทคู่ อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี ประกอบด้วยรอยพระพุทธบาทคู่ ซึ่งสลักลงไปในพื้นศิลาแลงธรรมชาติลักษณะเหมือนจริง เป็นรอยพระพุทธบาทเก่าแก่ที่สุดในเมืองไทย ภายในโบราณสถานแห่งน้ำ มีบ่อน้ำ เรียกว่า สระมรกต สันนิษฐานว่าขุดขึ้นมาเพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำ และได้นำศิลาแลงไปใช้ก่อสร้างเป็นสถาปัตยกรรม
โบราณสถานสระแก้ว ตั้งอยู่ใน ต.โคกปีบ อ.ศรีมโหสถ อยู่นอกคูเมืองทางทิศใต้ ห่างออกมาประมาณ 100 เมตร ที่ขุดลงไปในชั้นศิลาแลงธรรมชาติ ขนาด 18x18 เมตร ทางลงสระอยู่ทางด้านทิศตะวันตก ที่ขอบสระของสระแก้วทางด้านทิศเหนือมีการตัดศิลาแลงเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยื่นเข้ามาในสระ มีบันไดทางลงด้านข้างทั้งสองข้าง ภาพสัตว์ที่ปรากฏไม่ว่าจะเป็นช้าง สิงห์ มกร คชลักษมี หรือปูรณกุมภะ และสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏ ล้วนเป็นสิ่งมงคลในสังคมเกษตรกรรมทั้งสิ้น กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนโบราณสถานสระแก้วไว้เมื่อ 8 มีนาคม 2478
ปัตตานี 4 แห่ง
สระน้ำวังพลายบัว ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว หมู่ที่ 5 ตำบลทรายขาว อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ลักษณะเป็นแอ่งรับน้ำจากเทือกเขาสันกาลาคีรี ตามตำนานกล่าวว่ามีผู้พบเห็นช้างพลายที่นี่ และช้างได้แสดงอภินิหารด้วยการล่องหน จากนั้นมีดอกบัวผุดขึ้นในแอ่งน้ำ ก่อนจมหายไป ชาวบ้านและทางราชการจึงนับถือแอ่งน้ำนี้นับแต่นั้นเป็นต้นมา
บ่อทองหรือบ่อช่างขุด ตั้งอยู่บนเขาช่องคุด ตำบลคอกกระบือ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ลักษณะเป็นบ่อน้ำในแผ่นหินขนาดใหญ่ ปากบ่อเป็นรูปตราอาร์ม ส่วนฐานหันไปทางทิศตะวันออก มีน้ำขังอยู่ตลอดปี ไม่ปรากฎหลักฐานการสร้าง
บ่อไชย ตั้งอยู่บนยอดภูเขาไชยใน ตำบลคอกกระบือ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ลักษณะเป็นบ่อน้ำในแผ่นหินขนาดใหญ่เช่นเดียวกับบ่อทอง ขอบบ่อก่อด้วยอิฐมอญ สัณฐานกลม ไม่ปรากฎหลักฐานการสร้าง
บ่อฤาษี ตั้งอยู่ที่โบราณสถานเขาฤาษี หมู่ที่ 2 ตำบลมายอ อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ลักษณะเป็นบ่อน้ำซึ่งขุดลงไปในหิน ไม่ปรากฎหลักฐานการสร้าง
ประจวบคีรีขันธ์ 1 แห่ง
บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ หรือบ่อน้ำทิพย์ บริเวณเขาถ้ำม้าร้อง มีประวัติเป็นที่พักสงฆ์ตั้งแต่สมัยที่พระพุทธศาสนาเริ่มเข้าสู่ประเทศไทย มีพระภิกษุชาวศรีลังกาและอินเดียเดินทางมาเผยแผ่ศาสนาในประเทศไทยและเมียนมา จึงใช้เป็นที่พักพิงในขณะเดินทาง
ต่อมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ออกปราบโจรตามหัวเมืองต่าง ๆ ในระหว่างปี เจ้าพระยาบดินทรเดชา ได้นำทัพมาพักที่บ้านหนองหัดไทย ปรากฏว่า ม้าของท่านหายไป จึงสั่งให้ทหารออกตามหาแต่ก็ไม่พบ ได้ยินแต่เสียง แม้จะส่งทหารเข้าไปค้นหาอย่างไรก็ไม่พบ
ภูเขาลูกนี้จึงได้ถูกขนานนามว่า เขาถ้ำม้าร้อง ภายในถ้ำม้าร้องมีหลายคูหา มีพระพุทธรูปปางสมาธิเรียงรายตลอดแนวอยู่ชิดผนังถ้ำ และมีหินย้อยรูปร่างลักษณะคล้ายหัวม้าอยู่ภายใน และมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่มีวันแห้ง
พระนครศรีอยุธยา 1 แห่ง
วัดตูม มีแหล่งน้ำสำคัญและสถานที่ประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำ ใช้น้ำภายในพระเศียรหลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์วัดตูม โดยหลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ทรงเครื่องแบบจักรพรรดิราชปางมารวิชัย พระเศียรตอนเหนือพระนลาฏและพระเกตุมาลาเปิดออกได้ ภายในกลวงเป็นบ่อ กว้างลึกลงไปเกือบถึงพระศอ มีน้ำไหลซึมออกมาตลอดเวลา น้ำเย็นใสและมีรสจืดสนิท ชาวบ้านใช้ประสมยารักษาโรคและประพรมศีรษะเพื่อความเป็นสิริมงคล
พะเยา 2 แห่ง
ขุนน้ำแม่ปืม เป็นต้นน้ำตามธรรมชาติ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ปืม และป่าแม่พุง อำเภอแม่ใจ เกิดจากน้ำที่ซึมซับใต้ดิน และชั้นหินบริเวณดอยด้วน ตาน้ำบริเวณนี้จะผุดออกจากหินตลอดปี แล้วไหลลงมารวมกันบริเวณ หาดสองแคว ขุนน้ำแม่ปืม เมื่อปี พ.ศ. 2525 มีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่ปืมตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อใช้กักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ด้านการเกษตร
น้ำตกน้ำคะ หรือ น้ำคะ อยู่ในเขตบ้านปางค่าเหนือ หรือบ้านน้ำคะ ตำบลผ่าช้างน้อย อำเภอปง เกิดจากจากภูเขา 2 ภู คือ ภูลังกา และภูเทวดา ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาสันปันน้ำไทย-ลาว เป็นต้นกำเนิดแม่น้ำยม มีลำห้วยน้อยใหญ่หลายสายไหลมารวมกัน เกิดเป็นต้นกำเนิดน้ำคะ มีบ่อน้ำใสสะอาดบริสุทธิ์
เพชรบุรี 1 แห่ง
ท่าน้ำวัดท่าไชยศิริ เป็นสถานที่ที่พระมหากษัตริย์ไทยในอดีตใช้เป็นน้ำเสวยและน้ำสรง
เพชรบูรณ์ 2 แห่ง
สระแก้ว - สระขวัญ เมืองโบราณศรีเทพ อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นสระน้ำโบราณขนาดใหญ่ของเมืองโบราณศรีเทพ และมีความสัมพันธ์กับกลุ่มโบราณสถานที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งสระน้ำโบราณเหล่านี้มีความสำคัญ เพราะนอกจากจะเป็นส่วนหนึ่งของระบบการจัดการของน้ำของเมืองแล้ว ยังอาจใช้เพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอีกด้วย
พัทลุง 3 แห่ง
สระน้ำศักดิ์สิทธิ์วัดดอนศาลา ตั้งอยู่เลขที่ 14 หมู่ที่ 8 ตำบลมะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ไม่มีการบันทึกประวัติที่แน่ชัด แต่เมื่อ 135 ปีก่อน พบว่ามีสระน้ำแห่งนี้อยู่ก่อนแล้ว เมื่อครั้งสมัยพระครูสังฆวิจารณ์ ฉัตทันต์บรรพต แห่งสำนักวัดเขาอ้อ มาเป็นเจ้าอาวาส มีการนำน้ำมาใช้ในการทำน้ำพระพุทธมนต์ ชาวบ้านจึงมีความเชื่อว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์
ถ้ำน้ำศักดิ์สิทธิ์บนหุบเขาชัยบุรี ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตวนอุทยานเมืองเก่าชัยบุรี หมู่ที่ 1 ตำบลชัยบุรี อำเภอเมือง น้ำศักดิ์สิทธิ์นี้จะอยู่ภายในถ้ำ ทางเข้ามีช่องขนาดเล็ก ด้านในเป็นโถง 3 ชั้น มืดสนิท ถ้ำน้ำอยู่ในโถงที่ 2 ต้องใช้บันใดปีนขึ้นไปถึงปากถ้ำ ชาวบ้านเชื่อว่า ภูเขาแห่งนี้เป็นที่อยู่ของ คนธรรพ์ หรือเทวดาจำพวกหนึ่งมาแต่โบราณ และเป็นชัยภูมิสำคัญของเมืองพัทลุง ต่อต้านการรุกรานของพวกโจรสลัดได้
บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์พระบรมธาตุเจดีย์เขียนบางแก้ว เป็นบ่อน้ำโบราณ ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพระบรมธาตุเจดีย์เขียนบางแก้ว มีลักษณะเป็นบ่อน้ำก่อด้วยอิฐและฉาบผิวด้วยปูนในแผนผังรูปวงกลม เมื่อครั้งเมืองพัทลุงตั้งอยู่ที่โคกเมืองบางแก้ว ราวพุทธศตวรรษที่ 19 - 20 ได้มีการนำน้ำไปใช้ในพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาของเมืองพัทลุงด้วย
พิจิตร 1 แห่ง
แม่น้ำน่าน บริเวณหน้าพระอุโบสถวัดท่าหลวง พระอารามหลวง จังหวัดพิจิตร มีต้นน้ำมาจากดอยภูแว ทิวเขาหลวงพระบาง ทางทิศตะวันตกในเขตบ่อเกลือเหนือ อ.ปัว จ.น่าน ไหลผ่าน 3 อำเภอ คือ อ.เมืองพิจิตร อ.ตะพานหิน และ อ.บางมูลนาก มีพื้นที่ในลุ่มน้ำน่านมากมายในเขตอำเภอเมืองพิจิตร
พังงา 1 แห่ง
บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ถ้ำน้ำผุด ศาลเจ้าบุ๋นเถ้าก๋ง หมู่ 3 ตำบลถ้ำน้ำผุด อำเภอเมืองพังงา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งในจังหวัดพังงา มีน้ำผุดออกมาจากถ้ำเล็ก ๆ ด้านหลังศาลเจ้า โดยน้ำจะผุดออกมาไม่เป็นเวลา บางวันผุด 1 - 3 ครั้ง บางครั้งเป็นอาทิตย์ก็ไม่ผุด
พิษณุโลก 1 แห่ง
สระสองห้อง บริเวณพระราชวังจันทน์ สันนิษฐานว่าเป็นสระที่อยู่ในบริเวณพระราชวังจันทน์ ซึ่งเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ไทย และมีประวัติศาสตร์สำคัญสำหรับพระมหากษัตริย์หลายพระองค์
แพร่ 4 แห่ง
บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ลำน้ำแม่คำมี บ้านช้างทอง หมู่ที่ 10 ตำบลแม่คำมี อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ เดิมช้างเผือกมาอาศัยอยู่บริเวณนี้ ผู้คนเชื่อว่ามีเทวดาสิงสถิตอยู่ ติดกับแม่น้ำมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ลำน้ำแม่คำมี
บ่อน้ำวัดบ้านนันทาราม หมู่ที่ 1 ตำบลแม่ยม อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ เป็นน้ำเย็นสะอาด ซึมจากใต้ผิวดินตลอดปี ชาวบ้านเล่าว่าบ่อน้ำนี้ถูกสร้างขึ้นประมาณเกือบ 80 ปี
บ่อน้ำพระฤาษี หมู่ที่ 6 ตำบลแม่เกิ่ง อำเภอวังชิ้น ตำนานเล่าว่า มีพระฤๅษีมาบำเพ็ญตน รู้สึกกระหายน้ำ จึงตั้งจิตอธิษฐานภาวนา ก็มีน้ำไหลออกมาจากซอกหินผาให้พระฤๅษีได้ดื่มกิน
บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์วัดพระหลวง หมู่ที่ 5 ตำบลพระหลวง อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ ปัจจุบันบ่อน้ำอยู่ทางด้านทิศตะวันตกขององค์พระธาตุวัดพระหลวง
ภูเก็ต 1 แห่ง
บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์วัดไชยธาราราม หรือวัดฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต สร้างขึ้นโดยพระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญาณมุนี หรือ หลวงพ่อแช่ม อดีตเจ้าอาวาสรูปที่สอง มีลักษณะเป็นบ่อหิน ปากบ่อทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีน้ำผุดขึ้นเองตามธรรมชาติและน้ำใสสะอาด
มหาสารคาม 1 แห่ง
บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ หรือหนองน้ำดูน ตั้งอยู่บริเวณเขตพื้นที่บ้านเมืองหงส์ หมู่ที่ 11 ตำบลดงยาง อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม เป็นบ่อน้ำที่ผุดดันขึ้นจากใต้พื้นดินอยู่ตลอดเวลา และในช่วงวันพระจะเห็นการไหลซึมของน้ำมากกว่าปกติ
แม่ฮ่องสอน 1 แห่ง
ถ้ำปลา ตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ ตำบลห้วยผา อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ลักษณะเป็นแอ่งน้ำ ภายในมีน้ำไหลออกจากถ้ำใต้ภูเขาตลอดเวลา มีปลาขนาดใหญ่อาศัยอยู่จำนวนมาก เช่น ปลาพลวงหินหรือปลามุงที่กินผลไม้ ผัก ธัญพืชต่าง ๆ เป็นอาหาร และเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินมา ณ ถ้ำแห่งนี้ด้วย
มุกดาหาร 1 แห่ง
น้ำตกแก้งช้างเนียม บ้านแก้งช้างเนียม หมู่ 10 ตำบลคำชะอี อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร มีการสำรวจพบเมื่อปี พ.ศ. 2530 ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน บริเวณโดยรอบเป็นป่าเต็งรังที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำสำคัญหลายสายของจังหวัดมุกดาหาร เช่น ห้วยบางทราย ห้วยบังอี่ ห้วยมุก และห้วยตาเปอะ
ยโสธร 1 แห่ง
ท่าคำทอง เป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ในแม่น้ำชี หลังวัดศรีธรรมาราม ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร เป็นสถานที่สำหรับตั้งกองสักเลข หรือเกณฑ์ทหาร โดยมีเมืองคำทองมาตั้งกองสักเลข จึงถูกตั้งชื่อว่าเมืองคำทอง ประชาชนเชื่อว่า ท่าน้ำแห่งนี้มีเทพยดาเจ้าพิทักษ์รักษา จึงเคารพเลื่อมใส
ยะลา 1 แห่ง
สระแก้ว อยู่ภายในถ้ำมืดของวัดคูหาภิมุข อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เกิดขึ้นตามธรรมชาติ น้ำใสสะอาดและเย็น เชื่อกันว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวมักจะนำน้ำจากสระแก้วมาประพรมศีรษะ
ร้อยเอ็ด 1 แห่ง
สระชัยมงคล ตั้งอยู่ภายในวัดบึงพระลานชัย มีลักษณะเป็นสระน้ำธรรมชาติรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส อยู่คู่กับวัดบึงพระลานชัย จากหลักฐานการขุดค้นทางโบราณคดี พบพระพุทธรูปในผอบดินเผาหลายองค์ บริเวณที่จะทำพิธีพลีกรรมตักน้ำ คือใจกลางสระชัยมงคล ซึ่งปัจจุบันทางวัดสร้างหอพระไตรมิ่งเมืองตรงจุดที่มีน้ำพุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน และก่ออิฐฉาบปูนให้เป็นบ่อแบบมาตรฐาน
ระนอง 1 แห่ง
บ่อน้ำพุร้อนรักษะวาริน เป็นน้ำพุร้อนที่เกิดตามธรรมชาติ มีอยู่ 3 บ่อ บ่อใหญ่สุดเป็นบ่อพ่อ ถัดมาเป็นบ่อแม่ และ บ่อลูก ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะรักษะวาริน อุณหภูมิน้ำประมาณ 65 องศา ได้รับการวิเคราะห์จากกรมวิทยาศาสตร์บริการว่า ประกอบด้วยแร่ธาตุที่สำคัญ และเป็นแหล่งเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีสารกำมะถันเจือปน
ระยอง 1 แห่ง
วังสามพญา แต่เดิมเป็นวังลึก มีปลาอาศัยชุกชุม น้ำใสเย็นตลอดเวลา เนื่องจากรอบ ๆ บริเวณมีต้นไม้ประเภทเถาวัลย์ปกคลุม จากคำบอกเล่า ในปลายกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เดินทัพผ่านมาทางทุ่งละหารใหญ่และแวะพักบริเวณนี้ ระหว่างพัก พลช้างได้นำช้างศึกลงอาบน้ำบริเวณบึงใหญ่ที่มีน้ำใต้ดินไหลซึมอยู่ตลอดเวลา ทำให้บริเวณบึงเดิมนั้นกว้างใหญ่ขึ้น ภายหลังชาวบ้านจึงเรียกบึงนี้ว่า วังสามพญา หมายถึง วังที่ช้างศึกของพระเจ้าตากสินมหาราชได้ลงเล่นน้ำ
ราชบุรี 1 แห่ง
สระโกสินารายณ์ เป็นสระน้ำโบราณสมัยพุทธศตวรรษที่ 18 ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง ตามถนนสายบ้านโป่ง – กาญจนบุรี ในเขตตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ร่มรื่นด้วยต้นไม้รอบสระน้ำ
ลำปาง 1 แห่ง
บ่อน้ำเลี้ยงพระนางจามเทวี เป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเพียงแห่งเดียวของจังหวัดลำปาง ตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชนบ้านจามเทวี ตำบลลำปางหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง ทุกวันที่ 13 เมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันปีใหม่ล้านนา ชาวบ้านในชุมชนจะช่วยกันตักน้ำในบ่อขึ้นไปถวายวัดพระธาตุลำปางหลวง เพื่อใช้เป็นน้ำสำหรับสรงองค์พระธาตุ และสรงองค์พระเจ้าแก้วมรกตดอนเต้า พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดลำปาง
ลำพูน 1 แห่ง
บ่อน้ำทิพย์ดอยขะม้อ ตั้งอยู่ในพื้นที่สูงในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ธิ แม่ตีบ แม่สาร มีลักษณะเป็นบ่อหินบนยอดเขา มีน้ำตลอดทั้งปี ถือเป็น 1 ใน 7 แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มีความสำคัญและเป็นสิริมงคลของประเทศ
เลย 1 แห่ง
ถ้ำเพียงดิน ตั้งอยู่ภายในวัดถ้ำผาปู่ บ้านนาอ้อ หมูที่ 9 ตำบลนาอ้อ อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย ภายในถ้ำประดิษฐานพระพุทธรูปหลายองค์ ประกอบด้วย พระพุทธรูปปางสมาธิ ปางมารวิชัย ปางไสยาสน์ ปางลีลา และเจ้าแม่กวนอิม และมีพระพุทธรูปสำคัญเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้าน เรียกว่า หลวงพ่อใหญ่
ศรีสะเกษ 1 แห่ง
ปราสาทหินสระกำแพงน้อย ตั้งอยู่ภายในวัดสระกำแพงน้อย ติดกับถนนสายอุทุมพรพิสัย-ศรีสะเกษ ในเขตตำบลขยุง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 18 ใช้เป็นเทวสถานสำหรับบูชาเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์ เป็นอโรคยาศาล หรืออโรคยศาลา หนึ่งในจำนวน 102 แห่ง ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอมโบราณ
สกลนคร 1 แห่ง
บ่อน้ำภูน้ำลอด เป็นบ่อน้ำโบราณ โดยภูน้ำลอดนี้ เป็นตาน้ำที่เกิดจากธารน้ำใต้ดินที่ผุดขึ้นมาตามธรรมชาติ ตามตำนานเชื่อว่า หากมีแหล่งน้ำที่มีมาคู่กับพระธาตุเชิงชุมนั้น แหล่งน้ำนั้นจะถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์
สตูล 1 แห่ง
บ่อน้ำพุร้อนทุ่งนุ้ย เป็นน้ำบริสุทธิ์ใสสะอาด สามารถดื่มได้ มีอุณหภูมิประมาณ 52 องศาเซลเซียส ตั้งอยู่ที่บ้านน้ำร้อน หมู่ที่ 4 ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล ปัจจุบันได้พัฒนาให้มีสภาพสวยงาม แบ่งบ่อน้ำพุร้อนออกเป็นบ่อแม่และบ่อลูก มีการกั้นบริเวณไว้ชัดเจน บ่อแม่จะใช้ในพิธีสำคัญ ส่วนบ่อลูกจะได้รับน้ำที่ส่งมาจากบ่อแม่ และนำไปใช้บริการนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่
สงขลา 1 แห่ง
บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ วัดแหลมบ่อท่อ ตั้งอยู่บริเวณวัดแหลมบ่อท่อ หมู่ที่ 4 ตำบลเกาะใหญ่ อำเกอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา อยู่ด้านทิศเหนือของวัดแหลมบ่อท่อ ห่างจากวัดประมาณ 100 เมตร ติดกับทะเลสาบสงขลา ชาวบ้านเรียกว่า บ่อทอง หรือ บ่อทรัพย์ สิ่งที่แปลกคือ น้ำบ่อนี้ไม่เคยเหือดแห้ง มีตาน้ำผุดไหลออกมาตลอดเวลา ชาวบ้านจึงนำตอไม้ไม้หมากที่เป็นโพรงไปครอบสวมไว้เป็นสัญลักษณ์ทำเป็นท่อ เพื่อป้องกันมีให้น้ำเอ่อล้นปากบ่อ จึงเป็นที่มาของคำว่า บ่อท่อ
สมุทรปราการ 1 แห่ง
แม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหน้าองค์พระสมุทรเจดีย์ เมืองสมุทรปราการ เป็นเมืองหน้าด่านทางทะเลสำคัญ สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าทรงธรรม สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี พ.ศ. 2174 พระสมุทรเจดีย์เป็นปูชนียสถานที่สำคัญ ปรากฏอยู่ในคำขวัญและตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัด ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาตรงข้ามกับศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ แต่เดิมพระสมุทรเจดีย์ตั้งอยู่บริเวณบริเวณเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ต่อมาพื้นดินรอบเกาะตื้นเขินกลายเป็นแผ่นดินผืนเดียวกับชายฝั่ง ทำให้พระสมุทรเจดีย์เป็นพระเจดีย์ตั้งอยู่ริมน้ำในปัจจุบัน
สมุทรสงคราม 1 แห่ง
ท่าน้ำวัดดาวดึงษ์ เป็นจุดที่แม่น้ำทั้งสามสายจากสามคลอง ได้แก่ คลองโคก คลองดาวดึงษ์ และคลองหนองอ้อ ไหลมาบรรจบกันก่อนลงสู่แม่น้ำแม่กลอง ถูกนำมาใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และยังมีบันทึกว่าเมื่อปี 2447 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสคลองอัมพวาและทรงพักเสวยเช้าที่วัดดาวดึงส์ รวมถึงใช้น้ำบริเวณแห่งนี้ทำเครื่องเสวยและสรงน้ำ ชาวบ้านจึงถือว่าเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์
สระแก้ว 1 แห่ง
สระแก้ว - สระขวัญ เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญ เคยมีการนำน้ำจากทั้งสองสระนี้ไปใช้ในพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ในสมัยพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อคราวพระองค์ยังคงดำรงยศเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ได้รับมอบหมายจากพระเจ้ากรุงธนบุรีให้เป็นแม่ทัพยกกองทัพไปตีกรุงกัมพูชา และได้มาพักทัพอยู่บริเวณ สระแก้ว - สระขวัญ โดยกองทัพอาศัยน้ำจากสระทั้งสองบริโภคและใช้สอย
สระบุรี 1 แห่ง
แม่น้ำป่าสัก บริเวณบ้านท่าราบ ตำบลต้นตาล อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ซึ่งบริเวณพื้นที่แห่งนี้ ได้นำน้ำมาใช้เพื่อประกอบในพิธีถือน้ำพิพัฒสัตยา ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
สิงห์บุรี 1 แห่ง
สระน้ำศักดิ์สิทธิ์วัดโพธิ์เก้าต้น ตั้งอยู่ในบริเวณวัดโพธิ์เก้าต้น หมู่ที่ 8 ตำบลบางระจัน อำเภอค่ายบางระจัน ตั้งอยู่หลังประตูทางออกตรงข้ามกับอุทยานวีรชนชาวบ้านบางระจัน สระน้ำแห่งนี้มีอยู่คู่กับวัดโพธิ์เก้าต้นมาแต่เดิม
สุโขทัย 3 แห่ง
บ่อแก้ว และ บ่อทอง ตั้งอยู่ใน อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย บ่อแก้ว เป็นบ่อน้ำโบราณ กรุด้วยศิลาแลง ปัจจุบันตั้งอยู่ในเขตวัดเขาอินทร์ เมืองศรีสัชนาลัย น้ำในบ่อใสสะอาดจึงเรียกว่า บ่อแก้ว ส่วนบ่อทองตั้งอยู่ห่างไปไม่ไกล ขุดลึกลงไปในชั้นหินแลง น้ำมีตะกอนแร่เหล็กปนอยู่จึงมีสีออกเหลือง เรียกกันว่า บ่อทอง น้ำทั้งสองบ่อเชื่อว่ามีเทวดาพิทักษ์รักษา
ตะพังทอง ตั้งอยู่วัดตะพังทอง ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย เป็นสระน้ำที่ขุดตามคติความเชื่อแบบพุทธศาสนาจากลังกา เรียกว่า นทีสีมาหรืออุทกสีมา มีอุโบสถ (โบสถ์) กลางสระน้ำ ที่ใช้ในความหมายของความบริสุทธิ์ของขอบเขตที่กันไว้เป็นเขตสำหรับให้พระสงฆ์ทำสังฆกรรม นอกจากนี้ในศิลาจารึกหลักที่ ๑ หรือจารึกพ่อขุนรามคำแหงได้กล่าวถึงตะพังทองว่า “กลางเมืองสุโขทัยนี้ มีน้ำตระพังโพยสีใสกินดี... ดั่งกินน้ำโขงเมื่อแล้ง” แสดงความเป็นแหล่งน้ำสำคัญของคนสมัยสุโขทัย
สุพรรณบุรี 4 แห่ง
สระศักดิ์สิทธิ์โบราณ บ้านท่าเสด็จ ตำบลสระแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ได้แก่ สระแก้ว สระคา สระยมนา และสระเกษ นำไปใช้ในพิธีสรงมุรธาภิเษกมาตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งในสมัยรัตนโกสินทร์มีการใช้ในพระราชพิธีต่าง ๆ และใช้เป็นน้ำเสวย กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติตั้งแต่ปี พ.ศ. 2478 พร้อมกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานเมื่อปี พ.ศ. 2548
ตำนานเล่าว่า ครั้งหนึ่งมีเจ้าเมืองผู้ครองนคร มีธิดา 4 องค์ ชื่อ แก้ว คา ยมนา และเกต พระธิดาสามองค์แรกมีสวามีเป็นคนธรรมดา แต่ธิดาองค์สุดท้องมีสวามีเป็นลิงเผือก ต่อมาเมื่อเจ้าเมืองชราภาพลงมาก จึงคิดจะยกเมืองให้กับลูกเขยครองแทน โดยตั้งกติกาว่าให้ธิดาแข่งกันขุดสระใน 7 วัน ผู้ใดทำได้ใหญ่ที่สุดจะได้เป็นเจ้าเมือง ธิดาเกต น้องคนสุดท้องที่มีสวามีเป็นลิง ถูกกลั่นพี่กลั่นแกล้ง จึงอ้อนวอนให้ลิงเผือกช่วยเหลือ พญาลิงจึงพาพลพรรคลิงมาช่วยขุด จนได้สระใหญ่กว่าผู้พี่ และได้เป็นเจ้าเมือง
ธิดาองค์พี่ทั้งสามและสวามีไม่พอใจ จึงขโมยพระขรรค์ศักดิ์สิทธิ์หนีไป พญาลิงเผือกออกติดตามไปทันกันที่สระเกต พวกพี่จึงขว้างพระขรรค์ลงสระจนจมสูญหาย ตั้งแต่นั้นมาสระดังกล่าวจึงกลายเป็นสระศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากมีพระขรรค์อยู่ในสระแห่งนี้
สุราษฎร์ธานี 1 แห่ง
แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ พระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปัจจุบันทางวัดได้ขุดรอบฐานเป็นสระ เพื่อให้เห็นฐานเดิมและมีน้ำขังอยู่ตลอดปี บางปีในหน้าแล้งจะแห้งและมีตาน้ำพุดขึ้นมา โดยบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ อยู่ในบริเวณพุทธาวาสข้างพระวิหารเก่า ที่สร้างคู่มากับองค์พระบรมธาตุ
สุรินทร์ 1 แห่ง
สระโบราณ โรงพยาบาลสุรินทร์ อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ เป็นสระน้ำร่วมสมัย น้ำในสระมีสีเขียว ไม่เคยแห้งขอด เพราะบริเวณรอบสระเป็นที่ลาดสูง เป็นทางน้ำไหลมารวมกัน มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในฤดูฝน
หนองคาย 1 แห่ง
สระมุจลินทร์ ตั้งอยู่ภายในวัดพระธาตุบังพวน ตำบลพระธาตุบังพวน อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย อยู่ติดกับ พระมุจลินทเจดีย์ พุทธประวัติกล่าวว่า มีพญานาคนามพญามุจลินทนาคราชได้ขึ้นจากสระ เข้าไปวงขดแล้วแผ่พังพานปกพระพุทธเจ้า เพื่อป้องกันลมฝนในช่วงเวลานั่งเสวยวิมุติสุข
ทางวัดจึงสร้างรูปปั้นพญานาค 7 เศียรกลางสระน้ำ โดยนักท่องเที่ยวมีความเชื่อว่าใต้สระนี้เป็นประตูเชื่อมต่อระหว่างโลกมนุษย์และเมืองบาดาล จึงนิยมมากราบไหว้ขอพร และนำน้ำในสระกลับบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ ยังมีทางเดินให้ลงไปในสระ แต่ลงได้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น
อ่างทอง 1 แห่ง
แม่น้ำเจ้าพระยา หน้าพระอุโบสถวัดไชโยวรวิหาร (วัดหลวง) อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง ซึ่งวัดนี้เป็นที่ประดิษฐาน พระมหาพุทธพิมพ์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองอ่างทอง
อำนาจเจริญ 1 แห่ง
อ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน หรืออ่างเก็บน้ำห้วยปลาแดก ปรับปรุงขึ้นจากบ่อน้ำในเกาะจิตรกูฏ มีรูปถ่ายทางอากาศเป็นรูปหัวใจ จึงได้รับการขนานนามเป็น “เกาะจิตรกูฏ” ตั้งอยู่เบื้องหน้าพระพักตร์ของพระมงคลมิ่งเมือง ชาวบ้านถือเป็นน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์
อุดรธานี 1 แห่ง
บ่อน้ำพรหมประกายโลก หรือบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์คำชะโนด ภายในวังนาครินทร์คำชะโนด ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านม่วง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เป็นบ่อน้ำผุดมีน้ำซับตลอดปี มีตำนานเล่าขานว่า บ่อน้ำนี้เป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์จากเมืองสวรรค์ ที่พระอินทร์ประทานพรให้พญาศรีสุทโธนาคราช เป็นทางขึ้นลงระหว่างเมืองบาดาลและเมืองมนุษย์ มีประชาชนนำไปดื่มและอาบเพื่อความเป็นสิริมงคล และเชื่อว่าช่วยรักษาโรคได้
อุตรดิตถ์ 1 แห่ง
บ่อน้ำทิพย์ ตั้งอยู่ที่ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ มีลักษณะเป็นบ่อศิลาแลงธรรมชาติ โดยนำก้อนศิลาแลงมาก่อเป็นขอบบ่อ ภายในมีน้ำอยู่ มีชาวบ้านนำน้ำไปใช้ เนื่องจากเชื่อว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ มีลักษณะเป็นโพรงเข้าไปภายในชั้นศิลาแลง
อุทัยธานี 2 แห่ง
แม่น้ำสะแกกรัง บริเวณปากคลองวัดขุมทรัพย์และแควตากแดดไหลมาบรรจบกัน เป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เคยประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำ เพื่อใช้ในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ครบ 6 รอบ ในปี พ.ศ. 2542 และพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554
สระน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ภายในวัดมณีสถิตกปิฏฐาราม พระอารามหลวง อำเภอเมืองอุทัยธานี ได้พระอาจารย์แย้มเจ้าอาวาส และชาวบ้านสะแกกรัง ช่วยกันขุดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2431 แล้วทำศิลาลงยันต์คาถาอักษรขอม บรรจุไว้กลางสระ เพื่อให้น้ำในสระเป็นน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์
อุบลราชธานี 1 แห่ง
บ่อน้ำโจ้ก เป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองวารินชำราบ เป็นน้ำตามธรรมชาติที่ไหลตลอดปี ชาวบ้านเรียกตามเสียงไหลของน้ำว่า “บ่อน้ำโจ้ก” เกิดจากแหล่งน้ำใต้ดินบริเวณคำน้ำแซบ ห่างจากตัวจังหวัดอุบลราชธานีประมาณ 2 กิโลเมตร โดยน้ำมีความใส ไม่เคยแห้งแม้ในช่วงหน้าแล้ง จนเป็นที่เลื่องลือ
ที่มา : พระลาน
Microsoft ในจีน สั่งพนักงานห้ามใช้มือถือ Android เริ่ม ก.ย. นี้
"รหัสเรียกคืนข้อมูล LINE" คืออะไร? ตั้งค่า-ใช้งานอย่างไรบ้าง?