ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องของภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นเรื่องที่น่าสลด และ ไม่สามารถยับยั้งสิ่งที่เกิดได้ แต่เมื่อเกิดไปแล้ว สิ่งต่อมาก็คือ เราจะทำอย่างไรเพื่อดูแลรักษา “บ้าน” ของราให้กลับมาเหมือนเดิม ในบทความนี้ ได้รวบรวมสัดส่วนที่ควรเช็กลิสต์ไว้ให้แล้ว ตั้งแต่โครงสร้าง งานภายใน และ ระบบไฟฟ้า พร้อมคู่มือฉบับเต็มจาก กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย
เช็คลิสต์ทั่วไป ก่อนเข้าตัวบ้าน
ข้อปฏิบัติความปลอดภัยในการสำรวจบ้านเรือนหลังน้ำท่วม
- รอให้น้ำลดลงก่อนจึงเข้าไปตรวจสอบภายในบ้าน อย่าเข้าบ้านในขณะที่ระดับน้ำยังสูงอยู่
- เตรียมดินสอ ปากกา กระดาษ กล้องถ่ายรูป อุปกรณ์ช่างต่างๆ เพื่อจดหรือบันทึกความเสียหายต่าง
- เข้าสำรวจบ้านในเวลากลางวันที่มีแสงสว่างเพียงพอเท่านั้น
- สวมรองเท้าบู๊ต หรือรองเท้าเซฟตี้ และสวมหมวกเซฟตี้
- ก่อนเดินเข้าบ้าน ให้เดินสำรวจรอบบ้านโดยรอบ
- นำไฟฉายติดตัวไปด้วยเมื่อต้องกรแสงสว่างและเพื่อให้เห็นสภาพภายในบ้าน
- สังเกตว่ามีกลิ่นแก๊สรั่วออกมาจากบ้านหรือไม่ และห้ามทำให้เกิดเปลวไฟ หรือ สูบบุหรี่เด็ดขาด
- สังเกตสายไฟที่อาจจะห้อยร่วงลงมาในน้ำ
- หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีน้ำขังอยู่ เนื่องจากน้ำเป็นสื่อไฟอาจำทำให้ไฟดูดได้
- เมื่อเข้ามาภายบ้าน ห้ามยกสะพานไฟขึ้นหรือเปิดแก๊สเด็ดขาด เนื่องจากไม่แน่ใจว่ามีสายไฟที่ห้อยลงมาแช่อยู่ในน้ำหรือไม่
- เบรกเกอร์เปิดอยู่ต้องปิดโดยเร็ว โดยให้ยืนอยู่ในจุดที่แห้งแล้วใช้ไม้แห้งหรือท่อพีวีซีเป็นอุปกรณ์ในการโยกคันเบรคเกอร์ลง หากไม่แน่ใจ ควรเรียกช่างไฟฟ้ามาดำเนินการ
- ระวังกรณีที่น้ำท่วมสูงถึงฝ้าเพดาน ฝ้าเพดานที่อุ้มน้ำจะมีน้ำหนักมากและมีโอกาสร่วงลงมาทับได้ ในกรณีเช่นนั้นให้ใช้ไม้แหลมๆ เจาะฝ้าเป็นระยะๆเพื่อให้น้ำไหลออกมาจะได้ลดน้ำหนักของฝ้าเพดาน
- เมื่อเข้าไปภายในบ้านแล้วให้เปิดประตูและหน้าต่างออกให้หมดเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้อย่างสะดวก
- ระวังสัตว์เลื้อยคลานต่างๆ เช่น งู ตะขาบ หรือแม้กระทั่งจระเข้ ซึ่งอาจหนีน้ำเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้าน
- หลีกเลี่ยงอย่าเข้าใกล้โครงสร้างที่แตกร้าวเสียหาย ควรปรึกษาวิศวกรโดยด่วนหากพบรอยแตกร้าวในโครงสร้างอย่างรุนแรง
- หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อแนะนำในการเข้าตรวจสอบอาคาร ควรติดต่อโครงการสวิศกรอาสาของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
การดูที่โครงสร้างบ้าน
ถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในความปลอดภัย จึงเป้นสิ่งแรกที่ควรตรวจเช็กและหาแนวทางในการแก้ไข โครงสร้างคือส่วนแกนของรูปทรง ทำหน้าที่พยุงรูปทรงให้คงรูป ก็เช็กโครงสร้างบ้านอาจจะต้องดูที่ รั้วบ้าน หากรั้วบ้านเอียง ศูนย์ถ่วงที่ปกติจะอยู่ใต้ดิโพล่ขึ้นม่ให้เห็น จะต้องรีบซ่อมแซม เพราะอาจะส่งผลต่อ เสาเข็มได้
-
เช็กเสาเข็ม
เสาเข็มทำหน้าที่ผ่องถ่ายน้ำหนักอาคารสู่ดิน หากรั้วบ้านเอียง เสาเข็มหักรั้วบ้านอาจจะพังลงมา และทำให้รั้วทรุกตัวไม่เทากัน ทางแก้คือการเรียกช่างผู้ชำนาญมาทำการเสริมฐานรากเพื่อยกกลับขึ้นให้อยูในระดับเดิม
-
เสาแตก หัก หรือร้าว
ถ้าเช็กแล้ว เสา มีการหัก หรือร้าว ไม่สามารถรับน้ำหนักได้อันเกิดมาจากการที่น้ำเซาะกร่อน ให้เรียกช่าง หรือผู้ชำนาญมาช่วยประเมิน แต่ถ้าเป็นเสาคอนกรีต มีรอยร้าว เป็นแนวเฉียง หรือมีรอบร้าวบริเวณรอยต่อเสาคาน หรือผิวปูนแตกจนเห็นเหล็กเสริมด้านใน ให้เรียกวิศวกรตีวจสอบแก้ไขทันที เนื่องจากเสาดังกล่าวอาจสูญเสียการรับน้ำหนักและผังทลายลงมาได้
-
คานแตก ร้าว หัก
หากเป็นคานไม้ สังเกตได้ไม่ยาก คานหัก หรือ แตก สามารถให้ช่างมาดามไม้หรือเหล็กเพื่อเสริมความแข็งแรง หรือ เปลี่ยนไม้ใหม่ได้ แต่ถ้าเป็นคอนกรีตหักลงมา หรือมีรอยแตกร้าว โดยวัดรอยร้าวกว้างมากกว่า 0.5 มิลิเมตร (สามารถเช็ไก้จากการสอดไส้ดินสอกด 0.5 มิลิเมตร เข้าไปในรอยแยกได้) ควรให้วิศวกรมาตรวจสอบแก้ไข
แต่หากรอยแยกน้อยกว่า 05 มิลลิเมตร อาจต้องตรวจดูในรอยร้าวว่าเป็นการร้าวที่เนื้อคอนกรีตจริงๆ ไม่ใช่แค่ปูนร่อน หากไม่แน่ใจสามารถปรึกษากับผู้เชียวชาญได้ แต่หากเป็นการแตกร้าวตรงที่ปูนฉาบ สามารถปิดให้เรียบร้อยตามเดิมได้
-
ผนังแตกร้าว
หากเป็นการแตกร้าวธรรมดายังไม่เป้นอันตรายมาก แต่ถ้าพนังแตกร้าวโดยมีรอยแตกกว้างและยาวอย่างเห็นได้ชัดเจน และทะลุจนเห็นอีกด้านหนึ่งของผนัง แสดงว่าอาจะเกิดการอ่นตัวหรือการทรุดตัวที่ไม่เท่ากันของโครงสร้างอาคาร ควรรีบปรึกษาวิศวกรเพื่อช่วยในการตรวจสอบแก้ไข
Freepik/topntp26
วิธีการดูแลพื้นบ้านหลังน้ำท่วม
เช็กพื้นแตก ร้าว ทรุด
ถ้าเป็นพื้นไม้แตกร้าว หรือ หัก สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้ไม้พื้นที่มีขนาดเดียวกันถอดเปลี่ยนเข้าไปแทยได้ ถ้าเป็นคอนกรีตชนิดวางบนดิน แบบที่เปนการวางอย่างตัดขาดขากโครงสร้างอื่นๆ ต้องซ่อมแซมโดยการรื้อพื้นนั้นออกมา และลอกดินโคลน หรือ ดินอ่อนออกแล้วถมกลับด้วยทราบราดน้ำอัดแน่น แต่การขุดลอกและการถมนั้นต้องระวังไม่ให้ดินเคลื่อนตัวจากการเสียหายต่อโครงสร้างใกล้เคียงด้วย จากนั้นค่อยผูกเหล็กเทพื้นคอนกรีตใหม่
ถ้าเป็นพื้นคอนกรีตบนคาน หรือมีโครงสร้างอื่นรอบรับอยู่ แล้วเกิดรอยแตกชัดเจน ควรเรียกวิศวกร หรือผู้เชียวชาญมาตรวจสอบ เพราะอาจะเกิดอันตรายกับผู้อยู่อาศัยได้
-
พื้นไม้จริง
พื้นไม้นจริงชนิดที่เข้าวลิ้นวางบนตงไม้ หรือ ปูทับบนคอนกรีต อาจมีการบวมหรือยิดงอได้ ต้องรอให้พื้นไม้แห้งสนิท ก่อนตรวจสอบว่าสามารถขัด ซ่อมแซมและทำสีใหม่ได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ ให้รื้อไม้มาตากให้แห้งแล้วทำการขัดแต่งก่อนปู
-
พื้นปูกระเบื้อง
โดยปกติ พื้นประเภทนี้จะไม่เสียหาย เพียงขัดทําความสะอาดก็จะกลับมาใช้ได้เหมือนเดิม
-
พื้นหินขัด หินแกรนิต หินอ่อน
อาจต้องใช้เวลาและเครื่องมือเฉพาะ ถ้าจะให้สวยงามเหมือนเดิม ควรจ้างช่างที่มีความชํา นาญมาดํา เนินการ
-
พื้นปาร์เก้
ปาร์เก้ลอย หลุดล่อน ควรเปิดประตูหน้าต่างให้ อากาศถ่ายเทความชื้นออกไป เลาะเอาปาร์เก้ที่บิดงอ ออกแล้วใส่ปาร์เก้แผ่นใหม่เข้าไปโดยติดกับพื้นด้วยกาวลาเท็กซ์ ก่อนทากาว ต้องรอให้คอนกรีตแห้งสนิทก่อน มิเช่นนั้นปาร์เก้จะล่อนออกมาอีก จากนั้น ขัดปาร์เก้ ใหม่ให้สูงเสมอกับปาร์เก้เดิม รอจนพื้นปาร์เก้แห้งสนิท แล้วทายูริเทน หรือสีย้อมไม้ หากจะเปลี่ยนพื้นโดยใช้วัสดุใหม่แทน เช่น การ ปูกระเบื้องหรือหินอ่อนหรือหินแกรนิต ขอให้คํา นึงถึงน้ำหนักที่อาจเพิ่มขึ้นด้วย
Freepik/Usman bloch
วิธีเช็กเพดานบ้านหลังน้ำท่วม
โครงฝ้าเพดาน
โครงฝ้าเพดานมีหลายชนิด ทั้งที่เป็นไม้ เป็นโลหะ ที่เป็นสนิม (เหล็ก) และไม่เป็นสนิม (อะลูมิเนียม)โครงฝ้าเพดานที่เป็นไม้ หากเกิดการแอ่นหรือ ทรุดตัว ต้องแก้ไขให้ได้ระดับก่อนการติดตั้งแผ่นฝ้าใหม่ หากเป็นโครงโลหะ ให้ทําความสะอาด ขัดสนิม และ ทาสีรองพื้นกันสนิมต่อไป
-
ฝ้าโลหะ
ให้เช็ดทําความสะอาดให้แห้ง ถ้าเป็นสนิม ก็ใช้กระดาษทรายขัดออกให้เรียบร้อย แล้วจึงทาสีทับเข้า ไปใหม่ (อย่าลืมทาสีรองพื้นกันสนิมก่อน)
-
ฝ้าไม้จริง
อาจมีอาการบวมหรือบิดงอ จะต้องรอให้แห้งสนิท ก่อน และจึงทําการซ่อมแซมและทาสีต่อไป
Freepik/ASphotofamily
วิธีเช็กอุปกรณ์ไฟฟ้าจมน้ำ
การตรวจสอบแผงเมนสวิตช์ หลังน้ำลด
หากพบว่ามีร่องรอยถูกนน้ำท่วม แนะนํา ให้เปลี่ยน ใหม่ กรณีของเดิมเป็นแผงคัทเอาท์ให้เปลี่ยนเป็นแผง คอนซูมเมอร์ยูนิตติดตั้งเซอร์กิตเบรกเกอร์ชนิดตัดไฟ รั่วได้
กรณีของเดิมเป็นแผงคอนซูมเมอร์ยูนิตอยู่แล้ว แต่ไม่มีเครื่องตัดไฟรั่ว แนะนํา ให้เปลี่ยนเป็นเซอร์กิต เบรกเกอร์ชนิดตัดไฟรั่วได้ โดยเลือกชนิดที่เหมาะสม กับการใช้งาน ตําแหน่งติดตั้งแผงสวิตช์ควรติดตั้งสูงกว่าระดับที่ถูกน้ำท่วมถึงชั้น 2 แผงเมนสวิตช์ที่ไม่ถูกนํ้ท่วมให้ปลดวงจรออกก่อน
กรณีเป็นแผงคัทเอาท์ให้ดึงคันโยกสะพานไฟลง ปลดวงจร กรณีเป็นแผงคอนซูมเมอร์ยูนิตให้ดึงคัน โยกเซอร์กิตเบรกเกอร์ลงปลดวงจรทั้งหมด (เซอร์กิต เบรกเกอร์เมน และเซอร์กิตเบรกเกอร์ย่อย) หากพบ ว่าปลดวงจรอยู่แล้วให้ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นให้ เรียบร้อยก่อนจ่ายไฟฟ้า แผงคัทเอาท์ที่ไม่ถูกน้ำท่วมแนะนํา ให้เปลี่ยนเป็น แผงคอนซูมเมอร์ยูนิตและติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่ว
แผงคอนซูมเมอร์ยูนิตที่ไม่ถูกน้ำท่วมแนะนํา ให้เปลี่ยนเซอร์กิตเบรกเกอร์เมนเป็นชนิดตัดไฟรั่วได้ด้วยหรือติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่วเสริมหรือเพิ่มเติมเพื่อความ ปลอดภัย
อุปกรณ์ไฟฟ้าจมน้ำ ปลั๊ก หรือสวิตช์จมน้ำ
ปลั๊กหรือเต้ารับและสวิตช์ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วมแนะนํา ให้เปลี่ยนใหม่ หรือถอดออกมาทําความสะอาดและทํา ให้แห้งก่อนต่อกลับที่เดิมโดยช่างผู้ชํา นาญงานและมีความรู้ด้านไฟฟ้าปลั๊กหรือเต้ารับไฟฟ้าและสวิตช์ไฟฟ้าที่น้ำท่วมถึงควรย้ายตําแหน่งติดตั้งให้สูงขึ้นเหนือระดับที่ถูกน้ำท่วมเดิมที่สามารถใช้งานได้สะดวกและควรแยกวงจรปลั๊กไฟฟ้าที่มีโอกาสถูกน้ำท่วมบ่อยๆ เพื่อให้สามารถปลดวงจรเฉพาะส่วนที่ถูกน้ำท่วมได้
เรียบเรียงข้อมูลบางส่วนจาก กรมโยธาและผังเมือง