กรุงเทพมหานคร ออกข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 ซึ่งมีผลใช้วันที่ 10 มกราคม 2569 เจ้าของสุนัข แมว มีหน้าที่นำใบรับรองไปจดทะเบียน ณ สถานที่ที่กรุงเทพมหานคร กำหนดภายใน 120 วันนับแต่วันที่สัตว์เกิด หรือภายใน 30 วันนับแต่วันที่นำสัตว์มาเลี้ยง ในเขตกรุงเทพมหานครด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นกระทำการแทน หรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กรุงเทพมหานครประกาศกำหนด
แต่ก่อนพาสัตว์เลี้ยงไปจดทะเบียน เราต้องรู้อะไร เตรียมตัวยังไง? นี่คือเช็กลิสต์สำคัญที่เจ้าของทุกคนควรรู้!
สิ่งที่จำเป็นต้องเตรียมไปจดทะเบียน
- บัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของสัตว์
- ทะเบียนบ้านที่สัตว์อยู่
แนบ
- ใบรับรอง (คลส.1) จากสถานที่ฝังไมโครชิป
- หนังสือยินยอมจากผู้ให้เช่า ในกรณีเป็นผู้เช่า
- หนังสือรับรองการฉีดวัคซีน (ถ้ามี)
- หนังสือรับรองการผ่าตัดทำหมันจากสัตวแพทย์ (ถ้ามี)
- หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
ขั้นตอนการจดทะเบียน
พาสัตว์ไปฝังไมโครชิป
- คลินิกสัตวแพทย์กรุงเทพมหานคร ทั้ง 8 แห่ง (ไม่เสียค่าใช้จ่าย)
- คลินิก/โรงพยาบาลสัตว์เอกชน (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)
จดทะเบียน
- ยื่นคำขอจดทะเบียนสัตว์ต่อคลินิกสัตวแพทย์ กทม.
- สำนักงานเขต หรือยื่นทางอิเล็กทรอนิกส์
คลินิกสัตวแพทย์ กทม. ทั้ง 8 จุด
- คลินิกสัตวแพทย์ กทม.1 สี่พระยา เขจบางรัก โทร 0-2236-4055 ต่อ 213
- คลินิกสัตวแพทย์ กทม.2 มีนบุรี เขตมีนบุรี โทร 0-2914-5822
- คลินิกสัตวแพทย์ กทม.3 วัตธาตุทอง เขตวัฒนา โทร 0-2392-9278 ต่อ 118
- คลินิกสัตวแพทย์ กทม.4 บางเขน เขตจตุจักร โทร 0-2579-1342 ต่อ 15 หรือ 096-850-1600
- คลินิกสัตวแพทย์ กทม.5 วัดหงส์รัตนาราม เขตบางกอกใหญ่ โทร 0-2472-5895 ต่อ 109
- คลินิกสัตวแพทย์ กทม.6 ช่วงนุชเนตร เขตจอมทอง โทร 0-2476-6493 ต่อ 1104
- คลินิกสัตวแพทย์ กทม.7 บางกอกน้อย เขตบางกอกน้อย โทร 0-2411-2432
- กลุ่มควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ถ.มิตรไมตรี เขตดินแดง โทร 0-2245-3311
หากไม่สะดวกนำสัตว์ไปจดทะเบียนที่คลินิกสัตวแพทย์กทม. สามารถรับบริการที่หน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ของสำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุขได้
การจำกัดจำนวนสุนัข และแมว ตามขนาดพื้นที่
- พื้นที่อาคารชุดหรือห้องเช่า ตั้งแต่ 20 ตารางเมตร แต่ไม่เกิน 80 ตารางเมตร เลี้ยงได้ไม่เกิน 1 ตัว
- พื้นที่อาคารชุดหรือห้องเช่า ตั้งแต่ 80 ตารางเมตรขึ้นไป เลี้ยงจำนวนรวมกันได้ไม่เกิน 2 ตัว
- เนื้อที่ดินไม่เกิน 20 ตารางวา เลี้ยงจำนวนรวมกันได้ไม่เกิน 2 ตัว
- เนื้อที่ดินตั้งแต่ 20 ตารางวา แต่ไม่เกิน 50 ตารางวา เลี้ยงจำนวนรวมกันได้ไม่เกิน 3 ตัว
- เนื้อที่ดินตั้งแต่ 50 ตารางวา แต่ไม่เกิน 100 ตารางวา เลี้ยงจำนวนรวมกันได้ไม่เกิน 4 ตัว
- เนื้อที่ดินตั้งแต่ 100 ตารางวา เลี้ยงจำนวนรวมกันได้ไม่เกิน 6 ตัว
การจำกัดจำนวนสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ตามขนาดพื้นที่
- สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ เช่น โค กระบือ ม้า กวาง หรือ สัตว์ที่มีขนาดเดียวกันได้ไม่เกิน 1 ตัว ต่อสถานที่เลี้ยงสัตว์พื้นที่ 50 ตารางวา
- สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก เช่น แพะ แกะ สุกร ม้าแคระ หรือ สัตว์ที่มีขนาดเดียวกันได้ไม่เกิน 3 ตัว ต่อสถานที่เลี้ยงสัตว์พื้นที่ 50 ตารางวา
- ไก่ เป็ด ห่านได้ไม่เกิน 1 ตัว ต่อสถานที่เลี้ยงสัตว์พื้นที่ 4 ตารางเมตร
- นกขนาดใหญ่ เช่น นกกระจอกเทศ หรือนกที่มีขนาดเดียวกัน ได้ไม่เกิน 1 ตัว ต่อสถานที่เลี้ยงสัตว์พื้นที่ 50 ตารางเมตร
- นกขนาดเล็กได้ไม่เกิน 5 ตัว ต่อสถานที่เลี้ยงสัตว์พื้นที่ 1 ตารางเมตร
เมื่อพาสัตว์เลี้ยงออกนอกบ้านต้องทำอย่างไร?
- แสดงบัตรประจำตัวสุนัขหรือแมว เมื่อเจ้าพนักงานเรียกตรวจ
- ใช้สายจูงที่แข็งแรงและจับสายจูงตลอดเวลา หรือมีมาตรการเพียงพอในการป้องกันไม่ให้เป็นอันตรายต่อผู้อื่น กรณีเป็นสุนัขควบคุมพิเศษต้องใช้อุปกรณ์ครอบปาก ใช้สายจูงที่มั่นคงแข็งแรงและจับสายจูง ห่างจากคอสุนัขไม่เกิน 50 เซนติเมตร
สุนัขควบคุมพิเศษ ที่สัตวแพทย์ต้องระบุในใบรับรอง
- เป็นสายพันธุ์ดุร้าย เช่น พิทบูลเทอร์เรีย บลูเทอร์เรีย สเตฟฟอร์ดเชอร์บูลเทอร์เรีย รอทไวเลอร์ ฟิล่า บราซิลเลียโร หรือตามประกาศของกรุงเทพมหานคร
- มีประวัติทำร้าย หรือพยายามทำร้ายคน
ข้อมูลจาก : สำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข และ ราชกิจจานุเบกษา