“ยะไข่” คือ หนึ่งในรัฐ ของประเทศพม่า แดนดินนี้อยู่สุดขอบตะวันตกของพม่า และถือเป็นพื้นที่ด้านตะวันตกสุดของอาเซียนเช่นกัน
ความหมายของชื่อค่ะ คำว่า “ยะไข่” ที่เราเรียกกันจนคุ้นปากนั้น แท้จริงแล้ว มาจากคำว่า “ระไคน์” ซึ่งส่วนรากศัพท์ของคำนี้ ก็มาจากคำว่า “ระไข่ปุระ” ซึ่งแปลได้ว่า เมืองของยักษ์ และตรงกับภาษาสันสกฤตที่เรียกว่า รขสะ (ระ-ขะ-สะ) หรืออีกคำหนึ่งก็คือ รากษส (ราก-สด) ที่แปลว่ายักษ์เช่นกัน ที่นี่อาณาจักรยะไข่ จึงหมายความว่า ดินแดนแห่งยักษ์นั่นเอง
รัฐยะไข่ มีเมืองสำคัญอย่าง “ชิตตุ่ย” หรือ บางคน ออกเสียงว่า “ชิตเตว่” ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงเมืองท่าสำคัญของพม่ามาตั้งแต่อดีต เพราะทำเลที่ตั้งอยู่ในจุดบรรจบของแม่น้ำกาลาดาน แม่น้ำสายสำคัญของรัฐ อีกทั้งยังเป็นเมืองหน้าด่านของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในทิศตะวันตก จึงทำให้ที่นี่คือจุดศูนย์กลางในหลายด้าน มีการติดต่อซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า และกระจายพืชผลทางการเกษตร และทรัพยากรต่างๆไปทั่วประเทศพม่า
นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีผู้คนที่หลากหลาย ทั้งชาวยะไข่ที่มีเอกลักษณ์ วิถี วัฒนธรรม เด่นชัดเป็นของตัวเองต่างจากชาวพม่าทั่วไปที่เรารู้จัก นอกจากจะมีคนยะไข่แล้วยังมี คนมุสลิมที่อยู่มานานตั้งแต่ยังไม่เป็นประเทศ มีคนพม่า(คนชาติพันธุ์พม่า) มาทำมาค้าขาย ในอาณาจักรอันยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับอาณาจักรอยุธยา
หากจะพูดถึง “แม่น้ำกาลาดาน” แม่น้ำสายสำคัญที่สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แผ่นดินนี้ มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า แม่น้ำกฤษณปานาดี มีความยาว และความกว้างสุดลูกหูลูกตา เป็นแม่น้ำที่ไหลทอดมาจากจุดกำเนิดทางตะวันออกของประเทศอินเดีย และปลายทางไหลลงสู่อ่าวเบงกอล
เพราะว่ามี กาลาดานหล่อเลี้ยงแผ่นดินนี้จึงทำให้ยะไข่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ตลอดปี เป็นพื้นที่เพาะปลูกสำคัญ โดยเฉพาะผลผลิตอย่างข้าวหลากหลายสายพันธุ์ที่ และนอกจากกาลาดานจะทำหน้าที่ในการหล่อเลี้ยงชีวิตให้กับผู้คนทั้งสองฟากฝั่งแล้ว กาลาดานยังถือเป็นเส้นหลักในการเดินทางเข้าสู่เมืองมรัคอู อดีตราชธานีที่สำคัญของรัฐยะไข่อีดด้วย
“มรัคอู” เป็นที่ราบ ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวัออกของแม่น้ำกาลาดาล รอบๆเมืองโอบล้อมไปด้วยเนินเขา มีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ ซึ่งนี่เป็นเหตุผลสำคัญให้มรัคอูในยุคที่เป็นเมืองเอกของอาณาจักรยะไข่ เป็นแดนดินที่สร้างความมั่งคั่งและมั่นคงให้กับอาณาจักรนี้
นอกจากปัจจัยด้านภูมิศาสตร์ของมรัคอูที่สร้างความสมบูรณ์ หล่อเลี้ยงปากท้องของผู้คนได้อย่างมั่นคงแล้ว ศาสนายังถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สร้างความรุ่งเรืองให้กับอาณาจักรนี้ อย่างที่เราจะเห็นได้จากสถูป เจดีย์ วัดวาอาราม และพระพุทธรูปสำคัญ กระจายอยู่ทั่วเมือง
พระพุทธรูปคู่เมืองที่เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวยะไข่ อย่างพระมหามัยมุนี ก็ประดิษฐานอยู่ที่เมืองมรัคอู พระมหามัยมุณีที่ชาวยะไข่นับถือสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.649 ในสมัยอาณาจักรธันยาวดี อาณาจักรแรกเริ่มของชาวยะไข่ โดยทั้งหมด 2 องค์คือองค์เล็กและองค์ใหญ่ เมื่อครั้ง ชาวยะไข่เสียเมืองให้กับพม่า พระเจ้าประดุง กษัตริย์พม่า มาอัญเชิญพระมหามัยมุณีองค์ใหญ่ไปยังเมืองอมรปุระ และย้ายต่อไปยังเมืองมัณฑะเลย์อที่หลายๆคนอาจเคยรู้และเคยไปสักการะมาแล้ว โดยองค์เล็กยังอยู่คู่กับชาวยะไข่ มาจนถึงปัจจุบันค่ะพร้อมๆกับมีการจำลององค์ใหญ่ ขึ้นมาใหม่ในตอนหลังด้วย ใหญ่ที่สร้างจำลองขึ้นมาใหม่
แม้ทุกวันนี้ อาณาจักรของชาวยะไข่ จะเปลี่ยนสภานะเป็นรัฐหนึ่งของเมียนมาร์ แต่จากที่มหัศจรรย์อาเซียนได้ไปสัมผัส พบว่าประวัติศาสตร์และความเป็นมาของชาวยะไข่ ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มคนที่มีรากเหง้าและอารยธรรมยาวนาน พร้อมกับศรัทธาในพระพุทธศาสนาที่แรงกล้า เช่นเดียวกับชาวพม่าที่เราเห็นในพื้นที่อื่นๆ
ติดตามได้ใน มหัศจรรย์อาเซียน คืนนี้ เวลา 21.00 น. ทาง PPTVHD 36