เนื่องจากเรื่องเล่า ที่ใช้แสดงหนังเงา หลักๆ จะมี อยู่ สองเรื่อง คือ มหาภารตะ และ รามายณะ ส่วนลักษณะของตัวหนังรวมถึงชื่อเรียกก็จะแตกต่างกันออกไปตามภาษาถิ่นแต่ความหมายเดียวกัน
ในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยเรียกว่าหนังตะลุง หมายถึงการแสดงด้วยการใช้หนังสลักเป็นรูปภาพ บ้างก็ว่า เป็นคำเพี้ยนมาจาก หนัง พัทลุง ซึ่งตามหลักฐานถือเป็นที่แรกในไทยที่มีการแสดงประเภทนี้
ถัดไปทางอินโดนีเซีย หรือมาเลเซีย เรียกว่า วายังกูลิต คำว่า วายัง คือ หุ่น หรือรูป สำหรับกุลิต หมายถึง หนังสัตว์
ส่วนที่กัมพูชาจะเรียกว่า สเบกธม คำว่า สเบก แปลว่า หนัง ส่วนธม แปลว่าใหญ่ ทั้งหมดนี้จึงมีความหมายเดียวกัน สื่อถึงหนังเงานั่นเอง
จากข้อมูลทางวิชาการ หนังเงาเป็นการละเล่นของชวาที่มีมาก่อนศตวรรษที่ 11 แล้วแพร่หลายเข้ามายังมาลายูและภาคใต้ของไทย ตัวหนังที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่อดีตจะมีรูปร่างลักษณะที่ผิดแปลกแตกต่างไปจากมนุษย์ธรรมดา เพราะชาวชวาไม่นิยมสร้างรูปคนที่เป็นที่เคารพนับถือ (วิบูลย์ ลี้สุวรรณ ,2525)
จากที่มหัศจรรย์อาเซียน ได้ไปเห็นหนังเงา ทั้งในเมืองเสียบเรียบ กัมพูชา ยอร์กยากาตาร์ อินโดนีเซีย และที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ประเทศไทย เราได้สัมผัสกับคุณค่าหลายอย่างของหนังเงา ที่ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งสร้างความบันเทิงให้ผู้คน แต่สะท้อนให้เห็นพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ในการบอกเล่าเรื่องราว และการออกแบบตัวหนังที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงบทบาทของหนังเงาที่มีต่อสังคมอย่างหลากหลาย ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่ความแตกต่าง แต่กลับเป็นเอกลักษณ์ร่วมที่ทำให้อาเซียนมีสีสัน มีเสน่ห์ทางวัฒนธรรมมาจนถึงทุกวันนี้
มาติดตาม หนังเงา โรงละครมีชีวิต ได้ในรายการ มหัศจรรย์อาเซียน คืนนี้ 21.10 น. ทางช่อง PPTVHD 36