เปิดตำรา ธาตุเจ้าเรือน ปรับสมดุลร่างกายด้วยอาหารไทย สู้โรคหน้าฝน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หน้าฝนทำร่างกายอ่อนแอ! เปิดตำราแพทย์แผนไทย เช็กธาตุเจ้าเรือนเกิด ดิน น้ำ ลม ไฟ พร้อมแจกเมนูอาหารไทยปรับสมดุล ป้องกันหวัด เสริมภูมิคุ้มกันได้ผลจริง

ความท้าทายทางสุขภาพในฤดูฝน เมื่อสภาพอากาศปะทะกับร่างกายมนุษย์

เมื่อสายฝนโปรยปรายลงมา สิ่งที่ตามมาไม่ได้มีเพียงแค่ความชุ่มฉ่ำและบรรยากาศที่เย็นสบายเท่านั้น แต่มันยังพกพาเอา "ความชื้นสัมพัทธ์" ที่สูงขึ้นอย่างฉับพลัน อุณหภูมิที่เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวในแต่ละวัน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน นำไปสู่ความเจ็บป่วยที่พบบ่อย เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ โรคภูมิแพ้อากาศกำเริบ โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ และอาการปวดเมื่อยตามข้อ

ตามหลักการแพทย์แผนไทย ฤดูฝน หรือที่เรียกว่า "วสันตฤดู" เป็นช่วงเวลาที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายมนุษย์อย่างรุนแรง โดยเฉพาะทำให้ "ธาตุลม" (วาตะ) เกิดความแปรปรวน และส่งผลต่อเนื่องให้ "ธาตุน้ำ" (เสมหะ) ในร่างกายเสียสมดุล เมื่อธาตุทั้งสองนี้ทำงานผิดปกติ เราจึงมักมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ คัดจมูก มีน้ำมูก และรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวได้ง่ายกว่าฤดูอื่นๆ

เพื่อให้ร่างกายสามารถต้านทานกับสภาพอากาศที่แปรปรวนนี้ได้ ภูมิปัญญาไทยโบราณจึงได้คิดค้นศาสตร์ที่เรียกว่า "โภชนบำบัดตามธาตุเจ้าเรือน" หรือการกินอาหารให้เป็นยานั่นเอง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดทางวิทยาศาสตร์สุขภาพสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นการป้องกันโรคมากกว่าการรักษา

ถอดรหัส "ธาตุเจ้าเรือน" รหัสลับสุขภาพที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด

ก่อนที่เราจะไปจัดเมนูอาหาร เราต้องมาทำความรู้จักกับคำว่า "ธาตุเจ้าเรือน" เสียก่อน ในทางทฤษฎีการแพทย์แผนไทย มนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมกับองค์ประกอบทางธรรมชาติ 4 ประการ ได้แก่ ดิน น้ำ ลม และ ไฟ รวมตัวกันขึ้นเป็นร่างกายและจิตใจ แต่ละคนจะมีธาตุใดธาตุหนึ่งที่โดดเด่นและเป็นหลักในการควบคุมระบบต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งเราเรียกว่า "ธาตุเจ้าเรือน" (Constitutional Elements) โดยสามารถคำนวณเบื้องต้นได้จาก "เดือนเกิด"

จากข้อมูลของ กองบรรณาธิการข่าว PPTV Online ในบทความ "ห่างจากโรคภัย! เปิดเคล็ดลับเลือกทานอาหารตาม “ธาตุเจ้าเรือน” ปรับสมดุลร่างกายให้สุขภาพดี" ได้สรุปการแบ่งกลุ่มธาตุเจ้าเรือนตามเดือนเกิดไว้เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลสุขภาพ ดังนี้

  • ธาตุดิน ผู้ที่เกิดช่วงเดือน ตุลาคม - ธันวาคม

  • ธาตุน้ำ ผู้ที่เกิดในช่วงเดือน กรกฎาคม – กันยายน

  • ธาตุลม ผู้ที่เกิดในช่วงเดือน เมษายน – มิถุนายน

  • ธาตุไฟ ผู้ที่เกิดในช่วงเดือน มกราคม – มีนาคม

เมื่อเรารู้จักธาตุประจำตัวแล้ว การเลือกรับประทานอาหารที่มี "รสชาติ" สอดคล้องและช่วยเสริมหรือลดทอนความบกพร่องของธาตุนั้นๆ จะช่วยให้กลไกการทำงานของอวัยวะภายใน กลับมาสู่จุดสมดุล โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนที่เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยได้ง่าย


เจาะลึกการจัดเมนูอาหารปรับสมดุล 4 ธาตุ สู้โรคหน้าฝนแบบลงลึก

การปรับสมดุลร่างกายไม่ได้หมายถึงการงดอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งอย่างเด็ดขาด แต่คือการ "เพิ่ม" และ "ลด" รสชาติบางอย่างให้พอดีกับความต้องการของธาตุเจ้าเรือน มาดูกันว่าแต่ละธาตุควรมีกลยุทธ์ในการรับประทานอาหารอย่างไรในช่วงฤดูฝนนี้

1. ผู้ที่มีธาตุเจ้าเรือนเป็น "ธาตุดิน" (เกิด ต.ค. - ธ.ค.)

  • ลักษณะทางกายวิภาค ผู้ที่มีธาตุดินเป็นหลัก มักมีโครงสร้างร่างกายที่แข็งแรง กระดูกใหญ่ กล้ามเนื้อแน่น น้ำหนักตัวขึ้นง่าย ผิวพรรณค่อนข้างแห้ง มักมีนิสัยหนักแน่น มั่นคง

  • จุดอ่อนในช่วงหน้าฝน เนื่องจากธาตุดินมีความหนักและหน่วง เมื่อเจอกับสภาพอากาศที่ชื้นและเย็นในหน้าฝน ระบบเผาผลาญมักจะทำงานช้าลง ทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย เซื่องซึม ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ และมักมีปัญหาเรื่องระบบขับถ่ายอุดตัน (ท้องผูก)

  • รสชาติอาหารที่ควรเน้น รสฝาด รสหวาน รสมัน และรสเค็ม แต่ในช่วงหน้าฝนควรเสริม "รสเผ็ดร้อน" เข้าไปเล็กน้อยเพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและลดความหนืดของร่างกาย

  • เมนูอาหารไทยแนะนำ

    • มัสมั่นไก่ อุดมไปด้วยเครื่องเทศที่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย

    • แกงเลียงหัวปลี รสฝาดจากหัวปลีช่วยสมานธาตุ และมีความเผ็ดร้อนจากพริกไทยช่วยขับเหงื่อ

    • ผัดกะหล่ำปลีทอดน้ำปลา ได้ความเค็มมันที่พอดี ช่วยหล่อลื่นลำไส้

พืชสมุนไพรไทยที่มีรสเผ็ดร้อนอย่าง ขิง ข่า ตะไคร้ และกระเทียม เปรียบเสมือนขุมทรัพย์ทางยา ที่อุดมไปด้วยน้ำมันหอมระเหยและสารพฤกษเคมี ช่วยขับลม แก้ท้องอืด และกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้พร้อมรับมือกับความชื้นในฤดูฝน

2. ผู้ที่มีธาตุเจ้าเรือนเป็น "ธาตุน้ำ" (เกิด ก.ค. - ก.ย.)

  • ลักษณะทางกายวิภาค รูปร่างสมส่วน ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล ทนความหิวและทนความร้อนได้ดี แต่ทนความเย็นไม่ค่อยได้ มีน้ำลายหรือเสมหะในลำคอเยอะ

  • จุดอ่อนในช่วงหน้าฝน นี่คือกลุ่มที่น่าเป็นห่วงที่สุดในฤดูฝน! เพราะความชื้นและฝนจะไปกระตุ้นธาตุน้ำในร่างกายให้กำเริบ ส่งผลให้เกิดภาวะ "น้ำท้น" มีอาการหวัด คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอมีเสมหะ และปอดชื้นได้ง่ายกว่าธาตุอื่นๆ

  • รสชาติอาหารที่ควรเน้น ต้องแก้ด้วย "รสเปรี้ยว" และ "รสขม" รสเปรี้ยวจะช่วยกัดเสมหะ ฟอกโลหิตให้สะอาด ส่วนรสขมจะช่วยบำรุงน้ำดี ช่วยย่อยอาหาร และลดไข้

  • เมนูอาหารไทยแนะนำ

    • แกงส้มดอกแค ดอกแคมีรสขมเล็กน้อยช่วยแก้ไข้หัวลม ส่วนน้ำแกงส้มที่ทำจากมะขามเปียกช่วยขับเสมหะได้อย่างดีเยี่ยม

    • ต้มยำน้ำใส อุดมไปด้วยสมุนไพรที่ให้ความเปรี้ยวจากมะนาว และความเผ็ดร้อนจากพริกขี้หนู ช่วยให้จมูกโล่ง คล่องคอ

    • ยำมะม่วง หรือ ยำส้มโอ ได้วิตามินซีสูงลิ่ว ช่วยเสริมสร้างการทำงานของเม็ดเลือดขาวในการต่อสู้กับเชื้อไวรัสไข้หวัด

3. ผู้ที่มีธาตุเจ้าเรือนเป็น "ธาตุลม" (เกิด เม.ย. - มิ.ย.)

  • ลักษณะทางกายวิภาค รูปร่างโปร่งบาง เคลื่อนไหวรวดเร็ว คล่องแคล่วว่องไว ผิวแห้งและแพ้ง่าย มักเป็นคนคิดเร็วทำเร็ว อารมณ์แปรปรวนง่าย นอนหลับไม่ค่อยสนิท

  • จุดอ่อนในช่วงหน้าฝน เมื่ออากาศภายนอกมีความกดอากาศต่ำและชื้นแฉะ จะส่งผลให้ระบบไหลเวียนโลหิตและลมในร่างกายเดินไม่สะดวก เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย จุกเสียดแน่นท้อง และมักมีอาการปวดศีรษะแบบวิงเวียน

  • รสชาติอาหารที่ควรเน้น ต้องใช้ "รสเผ็ดร้อน" เพื่อเป็นตัวขับเคลื่อนลมในร่างกายให้เดินได้ตามปกติ กระตุ้นไฟย่อยอาหารให้ทำงานได้ดีขึ้น

  • เมนูอาหารไทยแนะนำ

    • ต้มข่าไก่ ข่าเป็นสมุนไพรรสเผ็ดปร่า ช่วยขับลมในลำไส้ได้อย่างชะงัด และกะทิยังช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย

    • ผัดกะเพราเครื่องในไก่ ใบกะเพราคือราชาแห่งสมุนไพรขับลม ช่วยแก้จุกเสียดแน่นท้องได้อย่างรวดเร็ว

    • น้ำขิงร้อนๆ การดื่มน้ำขิงต้มสดในช่วงเช้าหรือก่อนนอน จะช่วยปรับสมดุลระบบทางเดินอาหารและทำให้นอนหลับสบายยิ่งขึ้น

4. ผู้ที่มีธาตุเจ้าเรือนเป็น "ธาตุไฟ" (เกิด ม.ค. - มี.ค.)

  • ลักษณะทางกายวิภาค รูปร่างกระดูกใหญ่แต่กล้ามเนื้อไม่หนามาก ระบบเผาผลาญดีเยี่ยม ทานเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน ขี้ร้อน เหงื่อออกง่าย หิวบ่อย มักมีอาการร้อนในเป็นประจำ

  • จุดอ่อนในช่วงหน้าฝน โดยปกติธาตุไฟมักจะป่วยในช่วงฤดูร้อน แต่ในฤดูฝนที่อุณหภูมิเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็น ร่างกายจะพยายามสร้างความร้อนขึ้นมาต้านความเย็นภายนอก หากสร้างมากเกินไปจะทำให้เกิดภาวะไข้ตัวร้อน หรืออาการอักเสบซ่อนเร้นภายในร่างกาย

  • รสชาติอาหารที่ควรเน้น ควรรับประทานอาหาร "รสขม" "รสจืด" และ "รสเย็น" เพื่อดับพิษร้อนและถอนพิษไข้ แต่ไม่ควรรับประทานอาหารที่เย็นจัดจนเกินไปเพราะจะทำให้กระเพาะอาหารช็อก

  • เมนูอาหารไทยแนะนำ

    • ต้มจืดมะระยัดไส้หมูสับ รสขมของมะระคือยาขนานเอกในการดับพิษร้อน ดับกระหาย และลดน้ำตาลในเลือด

    • ผัดผักบุ้งไฟแดง หรือ ผัดบวบ ผักที่มีฤทธิ์เย็น ช่วยเพิ่มกากใยอาหารและทำความสะอาดลำไส้

    • น้ำเก๊กฮวย หรือ น้ำใบบัวบก เครื่องดื่มสมุนไพรฤทธิ์เย็นที่ช่วยแก้ร้อนในและลดการอักเสบของเซลล์


วิทยาศาสตร์ในสมุนไพรไทย ทำไม "อาหารจึงเป็นยา" ได้จริง?

หลายคนอาจสงสัยว่า ภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยเหล่านี้มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับหรือไม่? คำตอบคือ "มีอย่างแน่นอน" การรับประทานพืชผักสมุนไพรไทยตามฤดูกาลนั้น สอดคล้องกับหลักการทางโภชนาการและเภสัชวิทยาสมัยใหม่

จากรายงานของ กองบรรณาธิการข่าว PPTV Online ในบทความ "อาหารเสริมภูมิต้านทานช่วงหน้าฝน กินวิตามินซีอย่างไรช่วยเรื่องหวัดได้!" ได้ยืนยันว่า การรับประทาน กระเทียม หอมแดง กระชาย ขิง ข่า ตะไคร้ และผักผลไม้หลากสี ล้วนอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินซีระดับสูง ซึ่งเราสามารถอธิบายกลไกทางวิทยาศาสตร์ได้ดังนี้

  1. กระเทียม และ หอมแดง มีสารสำคัญที่เรียกว่า "อัลลิซิน" (Allicin) ซึ่งเป็นสารประกอบซัลเฟอร์ที่มีฤทธิ์ในการต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส เปรียบเสมือนยาปฏิชีวนะตามธรรมชาติ ช่วยลดความรุนแรงและระยะเวลาในการเป็นไข้หวัดได้

  2. ขิง และ กระชาย มีสาร "จินเจอรอล" (Gingerol) และ "พินอสโตรบิน" (Pinostrobin) ซึ่งมีคุณสมบัติในการลดการอักเสบ ลดอาการระคายเคืองในลำคอ ขับลม และจากการศึกษายังพบว่ากระชายสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสบางชนิดในหลอดทดลองได้

  3. ตะไคร้ และ มะกรูด อุดมไปด้วยน้ำมันหอมระเหยชั้นดี เช่น Citral และ Limonene เมื่อนำมาทำเป็นน้ำซุปต้มยำหรือต้มโคล้ง ไอระเหยของมันจะทำหน้าที่เป็น Aromatherapy ช่วยขยายหลอดลม ทำให้ระบบทางเดินหายใจโล่งขึ้น กำจัดน้ำมูกและเสมหะที่เหนียวข้น

การปรับสมดุลธาตุด้วยอาหาร ไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนในครอบครัวสามารถทำร่วมกันได้ การปรุงอาหารรับประทานเองที่บ้านด้วยวัตถุดิบที่สดใหม่ คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดจากโรคระบาดในฤดูฝน

เคล็ดลับการใช้ชีวิตในฤดูฝนให้สมดุล องค์รวมแห่งสุขภาพ

นอกจากการเลือกรับประทานอาหารตามธาตุเจ้าเรือนแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยล็อกความสมดุลของร่างกายไว้ได้อย่างถาวร

  • กฎเหล็ก 5 สี ต้านสารพิษ พยายามจัดจานอาหารให้มีผักผลไม้ครบ 5 สีในแต่ละวัน (เขียว แดง เหลือง/ส้ม ม่วง ขาว) เพื่อให้ร่างกายได้รับไฟโตนิวเทรียนท์ที่หลากหลาย

  • ความอบอุ่นคือหัวใจ หากต้องลุยฝนกลับบ้าน เมื่อถึงบ้านแล้วสิ่งแรกที่ต้องทำคือ "อาบน้ำสระผมด้วยน้ำอุ่น" และเช็ดผมให้แห้งสนิททันที ห้ามปล่อยให้ความชื้นสะสมที่หนังศีรษะเด็ดขาด เพราะจะทำให้ความเย็นแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดและกระตุ้นให้เกิดไข้หวัด

  • ดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง ในช่วงฤดูฝน ควรงดหรือลดการดื่มน้ำแข็งและน้ำเย็นจัด หันมาดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง หรือจิบชาสมุนไพรอุ่นๆ ระหว่างวัน เช่น ชาคาโมมายล์ ชาใบหม่อน หรือชาขิง เพื่อรักษาระดับอุณหภูมิแกนกลางของร่างกายให้คงที่

  • การนอนหลับคือยาขนานเอก ไม่ว่าคุณจะมีธาตุเจ้าเรือนอะไร การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน คือช่วงเวลาที่ระบบภูมิคุ้มกันจะทำการซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอและผลิตแอนติบอดีออกมาสู้กับเชื้อโรค

สรุปคัมภีร์การเลือกรับประทานอาหารตามธาตุเจ้าเรือนทั้ง 4 ดิน-น้ำ-ลม-ไฟ เพื่อเป็นคู่มือฉบับพกพาให้คุณเลือกเมนูอาหารได้อย่างถูกต้อง เสริมสร้างภูมิต้านทานและปรับสมดุลร่างกายในช่วงฤดูฝนนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สรุป

การเปิดตำราแพทย์แผนไทยและนำหลักการ "ธาตุเจ้าเรือน" มาประยุกต์ใช้ร่วมกับวิถีโภชนาการแบบไทยๆ ไม่ใช่เรื่องที่ล้าสมัยเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน นี่คือเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ธรรมชาติที่ทรงพลังที่สุดในการช่วยให้เราเข้าใจสภาพร่างกายของตนเองอย่างลึกซึ้ง การเลือกเติมรสชาติ เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม เผ็ด ขม ให้ถูกจังหวะเวลาและถูกกับสภาพร่างกาย โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่สภาพอากาศพร้อมจะจู่โจมระบบภูมิคุ้มกันของเราตลอดเวลา คือศิลปะแห่งการใช้ชีวิตที่ส่งต่อมาจากบรรพบุรุษ

เย็นนี้ ลองกลับไปสำรวจตัวเองและคนในครอบครัวดูสิครับว่า ใครเกิดเดือนอะไร มีธาตุเจ้าเรือนเป็นธาตุไหน แล้วลองเข้าครัวทำเมนู "แกงส้ม" ให้คนธาตุน้ำ หรือทำ "ต้มยำ" แซ่บๆ ให้คนธาตุลมทานดู รับรองได้เลยว่า นอกจากจะอร่อยถูกปากแล้ว ทุกคนจะตื่นเช้ามาพร้อมกับความสดชื่น ปลอดโปร่ง และห่างไกลจากโรคหน้าฝนได้อย่างแน่นอนครับ!

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ