จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้เกิดจากตำนานโบราณ แต่เกิดจาก "ใจ" ที่อยากแบ่งปัน
หากคุณคิดว่าวันอบขนมโลกมีประวัติยาวนานนับพันปีเหมือนสูตรขนมปังซาวโดวจ์ (Sourdough) ของชาวอียิปต์โบราณล่ะก็... ผมต้องขอบอกว่าคุณเข้าใจผิดนิดหน่อยครับ! จริง ๆ แล้ววันอบขนมโลกเริ่มต้นขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง โดยกลุ่มคนที่รักในการทำขนม (ผ่านเว็บไซต์ worldbakingday.com) ร่วมกับแบรนด์เนยเทียมชื่อดังอย่าง Stork ในช่วงประมาณปี 2012
จากขนมปังก้อนแรกของโลก สู่เค้กมินิมอลในปัจจุบัน
ถ้าเราจะย้อนไปดูประวัติการอบขนมจริง ๆ มันเหมือนกับการเดินทางของมนุษยชาติเลยล่ะครับ เริ่มตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณที่บังเอิญค้นพบว่าแป้งผสมน้ำที่วางทิ้งไว้จนเกิดฟอง (ยีสต์ธรรมชาติ) พอนำไปอังไฟแล้วมันนุ่มอร่อยกว่าแป้งแข็ง ๆ แบบเดิมเยอะเลย!
ผ่านกาลเวลามาจนถึงยุคโรมัน การทำขนมกลายเป็นอาชีพที่ทรงเกียรติ มีการตั้งสมาคมช่างทำขนมขึ้นมา จนถึงยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมที่เรามี "เตาอบ" ที่ควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำ ทำให้การอบเค้กฟู ๆ ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป การอบขนมจึงเปลี่ยนจาก "การทำเพื่อประทังชีวิต" มาเป็น "การทำเพื่อสุนทรียภาพ" เปรียบเหมือนกับการเปลี่ยนจากเสื้อผ้าที่ใส่กันหนาว มาเป็นชุดแฟชั่นที่แสดงตัวตนนั่นแหละครับ
เสน่ห์ของวันอบขนมโลกไม่ใช่การทำขนมที่สวยเพอร์เฟกต์เหมือนหลุดออกมาจากนิตยสาร แต่มันคือวัฒนธรรมการ **"Bake It Forward"** หรือการส่งต่อความปรารถนาดีครับ ในวันนี้ทั่วโลกมักจะมีการแชร์สูตรขนมลับของครอบครัว หรือการจัดกิจกรรมระดมทุนด้วยการขายขนม (Bake Sale) เพื่อการกุศล
ในเชิงจิตวิทยา การอบขนมยังถูกเรียกว่าเป็น Therapeutic Baking หรือการบำบัดด้วยการทำขนม เพราะในขณะที่คุณกำลังชั่งน้ำหนักแป้งอย่างใจเย็น หรือรอคอยให้ขนมในเตาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง มันคือช่วงเวลาที่จิตใจเราจดจ่ออยู่กับปัจจุบัน เหมือนกับการได้ทำสมาธิไปพร้อมกับกลิ่นหอม ๆ ที่เป็นรางวัล
ความเชื่อและวิถีชีวิตที่ปนอยู่ในถ้วยตวง
ในบางวัฒนธรรม การอบขนมมี "ความเชื่อ" สนุก ๆ ซ่อนอยู่ด้วยนะครับ เช่น ช่างทำขนมสมัยก่อนเชื่อว่าห้ามตะโกนใส่ขนมปังเพราะจะทำให้มันไม่ยอมโต (ไม่ฟู) หรือความเชื่อเรื่องการใส่ "เหรียญ" ลงไปในเค้กในวันสำคัญ ใครเจอคนนั้นจะโชคดี สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า ขนมอบไม่ใช่แค่ของหวาน แต่มันคือตัวกลางที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันในทุกเทศกาล ตั้งแต่วันเกิด งานแต่งงาน ไปจนถึงวันอาทิตย์ธรรมดา ๆ ที่เราอยากกินพายฝีมือแม่
สำหรับวันอบขนมโลกปีนี้ ไม่ว่าคุณจะเป็นเชฟมือหนึ่งหรือเป็นคนที่ทำคุกกี้ไหม้คาเตามานับไม่ถ้วน ผมอยากชวนให้ลองหยิบแป้งมาสักถุง ไข่สักฟอง แล้วเริ่มลงมือทำดูครับ
ไม่ต้องกังวลว่ามันจะหน้าตาไม่เหมือนใน YouTube เพราะหัวใจสำคัญของวันนี้คือ “ความใส่ใจ” ที่คุณลงแรงนวดเนื้อด้วยมือคุณเอง เปรียบเทียบง่าย ๆ ว่า ขนมที่ซื้อจากร้านอาจจะรสชาติ 10 เต็ม 10 แต่ขนมที่คุณอบเองและส่งให้เพื่อนพร้อมรอยยิ้ม รสชาติของมันจะถูกบวกเพิ่มด้วย "ความรู้สึก" จนกลายเป็นเมนูที่ประเมินค่าไม่ได้เลยล่ะครับ
สุขสันต์วันขนมอบโลกนะครับทุกคน! ขอให้เตาอบที่บ้านคุณเต็มไปด้วยกลิ่นหอมและเสียงหัวเราะครับ
เขียนโดย จอมโหดกระทะเหล็ก
ขอบคุณภาพประกอบจากร้าน Dulce Casa De Pan