เบื้องหลังความนุ่มฟู... มีความรักซ่อนอยู่
เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมเค้กถึงได้นุ่มเบาเหมือนก้อนเมฆขนาดนี้ ย้อนกลับไปก่อนปี 1840 เค้กส่วนใหญ่ถ้าไม่หนักแน่นเหมือนขนมปัง ก็ต้องใช้แรงมหาศาลในการตีไข่ให้ฟู จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1843 ได้เกิดฮีโร่ขี่ม้าขาวที่ชื่อ อัลเฟรด เบิร์ด (Alfred Bird) นักเคมีชาวอังกฤษที่ไม่ได้ตั้งใจจะเปลี่ยนโลกขนมหวาน แต่เขาแค่อยากทำขนมให้ "ภรรยา" กินได้ครับ
จุดกำเนิด "เค้กวันเกิด" และปริศนาของการเป่าเทียน
สงสัยไหมครับว่า ทำไมวันเกิดต้องมีเค้ก และทำไมเราต้องเป่าเทียนให้ดับ เรื่องนี้มี 2 ตำนานที่น่าสนใจมาก ๆ
ตำนานกรีกโบราณ เล่าว่า ชาวกรีกทำเค้กน้ำผึ้งรูปทรงกลมเพื่อบูชา เทพีอาร์เทมิส (จันทราเทพี) พวกเขาปักเทียนไว้รอบ ๆ เพื่อให้เค้กสว่างไสวเลียนแบบแสงจันทร์นวลตา และความเชื่อที่โรแมนติกที่สุดคือ "ควันเทียน" ที่เราเป่าจะช่วยพัดพาคำอธิษฐานลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อให้เทพเจ้าได้รับรู้นั่นเอง
ตำนานเยอรมัน (Kinderfest) เล่าว่า ในช่วงศตวรรษที่ 18 ชาวเยอรมันเริ่มจัดงานวันเกิดให้เด็ก ๆ โดยปักเทียนตามอายุ และจะเพิ่มเทียน "แห่งชีวิต" พิเศษอีกหนึ่งเล่ม เทียนจะถูกจุดทิ้งไว้ทั้งวัน และเด็ก ๆ จะเป่าให้ดับพร้อมอธิษฐานก่อนจะเริ่มกินเค้ก ซึ่งเป็นภาพจำที่ใกล้เคียงกับปัจจุบันที่สุดครับ
และนี่แหละครับจุดกำเนิดของวันเกิดต้องมีเค้ก และต้องเป่าเทียนวันเกิดให้ดับ
อาจจะคิดว่า ที่มาของเค้กแต่งงานน่าจะโรแมนติก...แต่...ไม่เป็นแบบนั้นครับ ที่มาค่อนข้างดุดันกว่าที่คิด
ในยุคโรมันโบราณ เขาไม่ได้ตัดเค้กสวย ๆ ในงานแต่งงานแบบในปัจจุบันนะ แต่เจ้าบ่าวจะนำ "ขนมปังข้าวบาร์เลย์" มาหักเหนือศีรษะของเจ้าสาว เพื่อเป็นการอวยพรให้เธอมีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง (Fertility) เศษขนมปังที่ร่วงลงมา แขกเหรื่อก็จะรีบเก็บไปกินเพราะถือว่าเป็นโชคลาภ ต่อมาในอังกฤษ ยุคกลาง แขกจะเอาขนมปังชิ้นเล็ก ๆ มาวางกองสุมกันเป็นภูเขา แล้วให้เจ้าสาวกับเจ้าบ่าวพยายาม "จูบกันผ่านกองขนมปัง" โดยห้ามทำล้ม ถ้าทำสำเร็จเชื่อว่าจะชีวิตคู่จะรุ่งเรืองสุด ๆ และกองขนมปังนี่แหละครับที่เป็นต้นแบบของ "เค้กหลายชั้น" ในเวลาต่อมา
เกร็ดที่ 1 - ในสมัยวิกตอเรียน การที่เค้กแต่งงานมีสีขาวโพลน (Royal Icing) ไม่ได้สื่อถึงความบริสุทธิ์อย่างเดียวครับ แต่มันคือการ "โชว์รวย" เพราะน้ำตาลทรายที่ขัดสีจนขาวจั๊วะมีราคาสูงมาก ยิ่งขาวเท่าไหร่ แปลว่าบ้านนั้นฐานะดีสุด ๆ
เกร็ดที่ 2 - สมัยก่อนมีความเชื่อว่า ถ้าเพื่อนเจ้าสาวอยากเจอเนื้อคู่ ให้นำชิ้นเค้กแต่งงานห่อใส่ผ้าแล้ว "วางไว้ใต้หมอน" ในคืนวันแต่งงาน แล้วจะฝันเห็นหน้าว่าที่สามี (แต่ในความเป็นจริงมดน่าจะขึ้นจนไม่ได้นอนมากกว่า)
เกร็ดที่ 3 - ธรรมเนียมดั้งเดิมจะเก็บเค้กชั้นบนสุด (ซึ่งมักเป็นเค้กผลไม้ที่เสียยาก) แช่แข็งไว้กินในวันครบรอบแต่งงาน 1 ปี หรือในวันรับขวัญลูกคนแรก เพื่อความเป็นสิริมงคล
จากก้อนแป้งแข็ง ๆ สู่ศิลปะการแต่งหน้าเค้กด้วยครีมสด ผลไม้และดอกไม้ที่กินได้ ประวัติศาสตร์ของเค้ก คือ เรื่องราวของความพยายามที่มนุษย์จะสร้าง "รสชาติแห่งการเฉลิมฉลอง" ไม่ว่าจะเป็นเค้กวันเกิดที่มีเทียนสว่างไสว หรือเค้กแต่งงานที่ซ้อนกันหลายชั้น สิ่งที่เหมือนกัน คือ มันเป็น "สัญลักษณ์ของช่วงเวลาที่พิเศษที่สุด" ครั้งต่อไปที่เป่าเทียนเค้กวันเกิด อย่าลืมว่า ต้องเป่าให้ดับ แล้วอธิษฐาน เผื่อควันเทียนจะช่วยส่งคำขอของคุณไปถึงดวงดาวและเทพเจ้า จริง ๆ นะครับ!
เขียนโดย จอมโหดกระทะเหล็ก I ขอบคุณภาพประกอบจากร้าน Dulce Casa De Pan