วิธีรักษาฝ้าอย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์ ช่วยให้จางลง ไม่ลุกลาม

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ฝ้าเกิดจากแสงแดด ฮอร์โมน และพันธุกรรม รักษาได้ด้วยครีมกันแดด ยาทาตามแพทย์สั่ง และเลเซอร์ พร้อมดูแลผิวสม่ำเสมอเพื่อลดการกลับมาเป็นซ้ำได้อีกในอนาคต

"ฝ้า" เป็นปัญหาผิวหนังที่สร้างความกังวลให้กับหลายคน โดยเฉพาะผู้หญิงวัยทำงานและผู้ที่ต้องเผชิญแสงแดดเป็นประจำ แม้ฝ้าจะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ส่งผลต่อความมั่นใจและคุณภาพชีวิตได้ไม่น้อย สิ่งสำคัญที่หลายคนอาจเข้าใจผิด คือ ฝ้าไม่ใช่ปัญหาที่รักษาให้หายขาดได้ภายในไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ แต่เป็นภาวะที่ต้องอาศัยการรักษาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการป้องกันปัจจัยกระตุ้นอย่างจริงจัง

ฝ้า (Melasma) เป็นภาวะที่เซลล์สร้างเม็ดสีใต้ผิวหนังผลิตเมลานินมากกว่าปกติ ทำให้เกิดรอยสีน้ำตาล เทา หรือน้ำตาลเข้มบนผิวหนัง โดยมักพบในบริเวณที่โดนแสงแดดบ่อย เช่น โหนกแก้ม หน้าผาก สันจมูก เหนือริมฝีปาก คาง ข้อมูลจากวงการแพทย์ผิวหนังระบุว่า ฝ้าพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และมักพบในผู้ที่มีสีผิวเข้มถึงปานกลาง

สาเหตุของการเกิดฝ้า

แม้สาเหตุของฝ้าจะมีหลายปัจจัยร่วมกัน แต่ปัจจัยสำคัญ ได้แก่

  • แสงแดดและรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ถือเป็นปัจจัยกระตุ้นหลัก เพราะรังสี UV สามารถกระตุ้นเซลล์เม็ดสีให้สร้างเมลานินเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ฝ้าเข้มขึ้นหรือเกิดฝ้าใหม่ได้
  • ฮอร์โมน พบได้บ่อยใน
    • หญิงตั้งครรภ์
    • ผู้ใช้ยาคุมกำเนิด
    • ผู้ที่ได้รับฮอร์โมนทดแทน

การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอาจกระตุ้นให้เกิดฝ้าได้ง่ายขึ้น

  • พันธุกรรมผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นฝ้ามีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป
  • การระคายเคืองผิวหนัง การใช้เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ที่มีสารอันตราย เช่น สเตียรอยด์ ปรอท หรือสารเร่งขาว อาจทำให้ผิวไวต่อแสงและเกิดฝ้าได้ง่ายขึ้น

ครีมดูแลฝ้า

วิธีรักษาฝ้าตามหลักการแพทย์

  • ทาครีมกันแดดเป็นประจำ ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังยกให้การป้องกันแสงแดดเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของการรักษาฝ้าคำแนะนำทั่วไป ได้แก่
    • เลือก SPF อย่างน้อย 30 ขึ้นไป
    • ป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB
    • ทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมงเมื่ออยู่กลางแจ้ง
    • ใช้ร่วมกับหมวก ร่ม และแว่นกันแดด

การทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอช่วยลดการกระตุ้นเม็ดสีและลดโอกาสที่ฝ้าจะเข้มขึ้น

ใช้ยาทารักษาฝ้าตามคำแนะนำแพทย์

ยาที่แพทย์มักพิจารณาใช้ ได้แก่

  • Hydroquinone
  • Tretinoin
  • Azelaic Acid
  • Kojic Acid
  • Tranexamic Acid
  • Niacinamide

การเลือกใช้ยาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนัง เนื่องจากยาบางชนิดอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือผลข้างเคียงได้

ขณะที่การลอกผิวด้วยสารเคมี (Chemical Peeling) เป็นวิธีที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นบน ทำให้เม็ดสีที่สะสมอยู่ค่อย ๆ จางลงสารที่นิยมใช้ เช่น Glycolic Acid/ Trichloroacetic Acid (TCA) โดยวิธีนี้ต้องทำโดยแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ เพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น รอยดำหลังการอักเสบ การติดเชื้อ หรือแผลเป็นได้

การรักษาด้วยเลเซอร์และแสงเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันสามารถช่วยลดเม็ดสีที่สะสมอยู่ใต้ผิวได้ เช่น Q-Switched Laser /Picosecond Laser /IPL ทั้งนี้แพทย์ผิวหนังหลายสถาบันระบุว่า เลเซอร์ไม่ใช่วิธีรักษาหลัก แต่เป็นการรักษาเสริม และต้องใช้ร่วมกับการป้องกันแสงแดดและยารักษาฝ้าอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่ไม่ควรทำ หากไม่อยากให้ฝ้าหนักขึ้น

อย่าซื้อครีมรักษาฝ้าออนไลน์โดยไม่ตรวจสอบ เพราะผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจมีสารอันตราย เช่น ปรอท สเตียรอยด์ ไฮโดรควิโนนความเข้มข้นสูงเกินมาตรฐาน การใช้ต่อเนื่องอาจทำให้ผิวบาง เกิดฝ้าถาวร หรือเกิดผลข้างเคียงรุนแรงได้ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังระบุว่า การรักษาฝ้าต้องใช้เวลาเป็นเดือน และบางรายอาจต้องดูแลต่อเนื่องหลายเดือนจึงจะเห็นผลชัดเจน

ฝ้าหายขาดได้หรือไม่?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาที่ทำให้ฝ้าหายขาดถาวรในทุกคน แต่สามารถควบคุมให้จางลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากได้รับการรักษาที่เหมาะสมและป้องกันปัจจัยกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง

ป้องกันฝ้า

หัวใจสำคัญป้องกันฝ้า

  • ป้องกันแสงแดด
  • ใช้ยาตามคำแนะนำแพทย์
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์อันตราย
  • ดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ

ฝ้าเกิดจากการนอนดึกหรือไม่?

  • การนอนดึกไม่ใช่สาเหตุโดยตรง แต่ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพออาจส่งผลต่อฮอร์โมนและสุขภาพผิว ทำให้ฝ้าดูชัดขึ้นได้

ฝ้ากับกระต่างกันอย่างไร?

  • ฝ้าเป็นรอยคล้ำที่มักกระจายเป็นปื้น ส่วนกระมักเป็นจุดเล็ก ๆ ชัดเจน และมีสาเหตุแตกต่างกัน

เลเซอร์รักษาฝ้าหายขาดไหม?

  • ไม่สามารถรับประกันการหายขาดได้ แต่ช่วยให้ฝ้าจางลงได้ในหลายกรณี โดยต้องทำร่วมกับการป้องกันแสงแดด

ฝ้าเป็นภาวะความผิดปกติของเม็ดสีผิวที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในคนไทยที่เผชิญแสงแดดตลอดปี การรักษาฝ้าที่ได้ผลต้องเริ่มจากการป้องกันแสงแดดอย่างจริงจัง ร่วมกับการใช้ยาหรือเทคโนโลยีทางการแพทย์ตามคำแนะนำของแพทย์ผิวหนัง ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงครีมที่ไม่ได้มาตรฐานและโฆษณาเกินจริง เพราะอาจทำให้ปัญหาฝ้ารุนแรงกว่าเดิมได้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ