ปัจจุบัน ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนปรากฏชัดมากขึ้น ทั้งระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น ไฟป่าที่รุนแรงขึ้น คลื่นความร้อนที่เกิดถี่ขึ้น รวมถึงธารน้ำแข็งที่กำลังละลายอย่างต่อเนื่อง และยังเห็นได้ชัดผ่านอุณหภูมิที่เคยตั้งเป้าหมายไว้เพียง 1.5 องศาเซลเซียส แต่ในปัจจุบันได้เกินขีดจำกันนั้นไปแล้ว ทำให้ “วันสิ่งแวดล้อมโลก” ไม่ใช่เพียงวันแห่งการรณรงค์ แต่เป็นเครื่องเตือนใจว่าการปกป้องธรรมชาติและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คือภารกิจร่วมกันของทุกคน
ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2515 เมื่อองค์การสหประชาชาติหรือ UN ได้จัดการประชุมครั้งสำคัญภายใต้ชื่อ “การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยสิ่งแวดล้อมของมนุษย์” (UN Conference on the Human Environment) ณ กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ระหว่างวันที่ 5 - 16 มิถุนายน 2515 โดยมีผู้แทนกว่า 1,200 คน จาก 113 ประเทศเข้าร่วมประชุม พร้อมด้วยผู้สังเกตการณ์จากหน่วยงานภาครัฐ องค์การระหว่างประเทศ และสื่อมวลชนรวมกว่า 1,500 คน
การประชุมครั้งดังกล่าวถือเป็นหมุดหมายสำคัญของความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่นานาประเทศหันมาร่วมกันหารือถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กำลังส่งผลกระทบต่อมนุษยชาติ ไม่ว่าจะเป็นมลพิษ การทำลายทรัพยากรธรรมชาติ หรือผลกระทบจากการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
ซึ่งภายหลังการประชุมทำให้เกิดการจัดตั้งโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNEP (United Nations Environment Programme) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา และยังเป็นจุดเริ่มต้นให้หลายประเทศทั่วโลกจัดตั้งหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมขึ้นภายในประเทศของตนเอง
ด้วยเหตุนี้ องค์การสหประชาชาติจึงประกาศให้วันที่ 5 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันเปิดการประชุมสตอกโฮล์ม เป็น “วันสิ่งแวดล้อมโลก” (World Environment Day) วันสำคัญระดับนานาชาติที่มุ่งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนร่วมกันดูแลโลกใบนี้ เพื่อรำลึกถึงจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างประเทศในการปกป้องสิ่งแวดล้อม และใช้เป็นเวทีรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลกมาจนถึงปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความน่ากังวล ความหวังก็กำลังปรากฏขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวของพลังงานสะอาดจากแผงโซลาร์เซลล์และกังหันลม การออกแบบเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้ และนวัตกรรมด้านสภาพภูมิอากาศที่กำลังถูกนำมาใช้มากขึ้นในหลายประเทศ
สำหรับปี 2026 วันสิ่งแวดล้อมโลกจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Inspired by Nature. For Climate. For Our Future.” หรือ “พลังจากธรรมชาติ เพื่อสภาพภูมิอากาศ เพื่ออนาคตของเรา” โดยสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจานจะเป็นเจ้าภาพจัดงานรำลึกวันสิ่งแวดล้อมโลก ณ กรุงบากู
และจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในทุกทวีปทั่วโลก ทั้งในรูปแบบกิจกรรมออนไลน์ (On-screen) การรณรงค์บนท้องถนน (On the streets) และการขับเคลื่อนในชุมชนท้องถิ่น พร้อมเชิญชวนให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนผ่าน #NowForClimate เพื่อเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลก