โบสถ์นักบุญยอเซฟ ความลับใต้พื้นโบสถ์กว่า 300 ปี กับเรื่องราวของผู้คนสมัยอยุธยา

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หลายครั้งที่เราเดินทางไปเยือนสถานที่เก่าแก่ เรามักมองเห็นเพียงอาคาร สถาปัตยกรรม หรือภาพถ่ายที่สวยงาม แต่บางสถานที่...ยิ่งรู้เรื่องราวมากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้เรามองสถานที่นั้นเปลี่ยนไป โบสถ์นักบุญยอเซฟ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คือหนึ่งในนั้น

ก้าวเท้าผ่านประตูโบสถ์สีเหลืองนวลริมแม่น้ำเจ้าพระยา ความรู้สึกแรกคือความสงบ สงบเสียจนแทบลืมไปว่า พื้นที่ตรงนี้เคยผ่านสงคราม การสูญเสีย และเหตุการณ์สำคัญของประวัติศาสตร์ไทยมานานกว่าสามศตวรรษ ยิ่งได้ฟังเรื่องเล่าของที่นี่ ก็ยิ่งรู้สึกว่า...โบสถ์แห่งนี้ไม่ได้สร้างขึ้นจากอิฐและปูนเพียงอย่างเดียว แต่สร้างขึ้นจาก "ศรัทธา" และ "ชีวิตของผู้คน"

การเผยแพร่ศาสนา
ย้อนกลับไปในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 กรุงศรีอยุธยาไม่ได้เป็นเพียงราชธานีของสยาม หากแต่เป็นเมืองท่านานาชาติที่เปิดรับผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก เรือสินค้าจากโปรตุเกส ฮอลันดา ญี่ปุ่น จีน เปอร์เซีย และฝรั่งเศส ต่างแล่นเข้าออกแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างคึกคัก ในช่วงรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช คณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส (Missions Étrangères de Paris) ได้ส่งพระสังฆราชและบาทหลวงเดินทางมายังสยาม เพื่อเผยแพร่คริสตศาสนา พร้อมทั้งก่อตั้งโรงเรียน สถานศึกษา และชุมชนคริสต์แห่งแรก ๆ ของประเทศ

การเดินทางด้วยเรือ
การเดินทางในยุคนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่มีเครื่องบิน ไม่มีเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ มีเพียงเรือใบที่ต้องใช้เวลาหลายเดือนฝ่าพายุ คลื่นลม โรคภัย และความไม่แน่นอนของมหาสมุทร หลายคนออกเดินทางโดยรู้ดีว่า...อาจไม่มีโอกาสได้กลับบ้านเกิดอีกเลย แต่พวกเขาก็เลือกเดินทางมา ไม่ใช่เพื่อชื่อเสียงหรือทรัพย์สิน แต่เพื่อใช้ชีวิตตามความเชื่อที่ตนเองยึดมั่น

หนึ่งในบุคคลสำคัญคือ พระสังฆราชปีแยร์ ล็องแบร์ เดอ ลา ม็อต ผู้มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานพระศาสนจักรคาทอลิกในสยามและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อท่านมรณภาพในปี ค.ศ. 1679 พระศพได้รับการฝังไว้ภายในโบสถ์นักบุญยอเซฟ เช่นเดียวกับพระสังฆราชและมิชชันนารีอีกหลายองค์ ที่นี่จึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรม แต่เป็นสถานที่พักผ่อนชั่วนิรันดร์ของผู้คนที่อุทิศชีวิตให้กับแผ่นดินสยาม

แต่ประวัติศาสตร์ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป เมื่อกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าในปี พ.ศ. 2310 เมืองทั้งเมืองถูกเผาทำลาย พระราชวัง วัด บ้านเรือน รวมถึงโบสถ์นักบุญยอเซฟก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก บาทหลวงบางคนเสียชีวิต บางคนถูกจับเป็นเชลย บางคนต้องหลบหนีเอาชีวิตรอด แต่สิ่งหนึ่งที่สงครามทำลายไม่ได้ คือ "ศรัทธา" หลังบ้านเมืองกลับคืนสู่ความสงบ ชุมชนคาทอลิกค่อย ๆ กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ก่อนจะร่วมกันสร้างโบสถ์หลังใหม่ขึ้นบนพื้นที่เดิม ราวกับต้องการบอกว่า... อาคารอาจพังทลายได้ แต่ความเชื่อของผู้คน ไม่ได้สูญหายไปพร้อมกับกำแพงอิฐ

ห้องลับใต้โบสถ์

เรื่องหนึ่งที่ผมไม่เคยรู้มาก่อน และคิดว่าน่าสนใจมาก คือ ใต้พื้นโบสถ์แห่งนี้ ยังมี ห้องใต้ดิน (Crypt) สำหรับบรรจุพระอัฐิของพระสังฆราชและมิชชันนารีผู้บุกเบิกหลายองค์ ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ขณะมีการก่อสร้างโบสถ์หลังปัจจุบัน คุณพ่อแปร์โรได้เปิดคูหาฝังศพใต้โบสถ์เดิม เพื่อนำพระอัฐิของพระสังฆราชและมิชชันนารีขึ้นมาตรวจสอบ รวบรวม และบรรจุใหม่อย่างสมพระเกียรติ ก่อนจะสร้างโบสถ์หลังใหม่ครอบลงบนพื้นที่เดิม

ห้องลับใต้โบสถ์
ลองนึกภาพดู...หลังจากเวลาผ่านไปกว่าสองร้อยปี คูหาที่เงียบสงบใต้พื้นโบสถ์ถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง สิ่งที่ถูกค้นพบ ไม่ใช่เพียงพระอัฐิ แต่คือหลักฐานที่ยืนยันว่า ผู้คนเหล่านี้เคยมีชีวิต เคยหัวเราะ เคยเหน็ดเหนื่อย และเคยอุทิศทั้งชีวิตให้กับดินแดนที่พวกเขาเลือกเป็นบ้านหลังสุดท้าย ทุกวันนี้ ห้องใต้ดินแห่งนั้นยังคงได้รับการดูแลอย่างดี แม้จะไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเป็นการทั่วไป ทำให้ทุกย่างก้าวภายในโบสถ์แห่งนี้ มีความหมายมากกว่าที่เรามองเห็น

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมประทับใจ คือโบสถ์นักบุญยอเซฟไม่ได้เล่าเพียงเรื่องของคริสต์ศาสนา แต่กำลังเล่าเรื่องของ "อยุธยา" เมืองที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการค้าของโลกตะวันออก เมืองที่ชาวไทย จีน ญี่ปุ่น โปรตุเกส ฝรั่งเศส เปอร์เซีย และอีกหลายเชื้อชาติ ใช้ชีวิตร่วมกัน ต่างคนต่างมีภาษา ต่างคนต่างมีศาสนา แต่กลับอยู่ร่วมกันได้บนผืนแผ่นดินเดียวกัน บางที...สิ่งที่ทำให้กรุงศรีอยุธยารุ่งเรืองในวันนั้น อาจไม่ใช่เพียงกำแพงเมืองที่แข็งแรง แต่เป็นการเปิดใจยอมรับความแตกต่างของผู้คน

การอยู่ร่วมกันและความหลากหลายของเชื้อชาติ
เมื่อเดินออกจากโบสถ์ เสียงระฆังดังแว่วมาพอดี เสียงเดียวกันนี้ อาจเคยดังต้อนรับคณะทูตฝรั่งเศสเมื่อกว่าสามร้อยปีก่อน อาจเคยดังในวันที่เมืองกำลังรุ่งเรือง อาจเคยเงียบลงในวันที่อยุธยาล่มสลาย และกลับมาดังอีกครั้ง เมื่อชุมชนคาทอลิกสร้างโบสถ์ขึ้นใหม่ เสียงระฆังจึงไม่ใช่เพียงเสียงเรียกเข้าสู่พิธีกรรม แต่เป็นเสียงที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน เชื่อมโยงผู้คนจากอีกซีกโลกกับแผ่นดินไทย และเชื่อมโยงเรื่องราวของผู้คนเมื่อกว่า 300 ปีก่อน ให้ยังคงมีชีวิตอยู่ในความทรงจำของผู้มาเยือน

บางครั้ง...สถานที่แห่งหนึ่งไม่ได้ยิ่งใหญ่เพราะขนาดของอาคาร แต่ยิ่งใหญ่เพราะเรื่องราวของผู้คนที่เคยมีชีวิตอยู่ที่นั่น และโบสถ์นักบุญยอเซฟ ไม่ใช่เพียงโบสถ์เก่าแก่แห่งหนึ่งของอยุธยา แต่เป็นบทบันทึกแห่งศรัทธา มิตรภาพ และประวัติศาสตร์ ที่ยังคงเล่าขานผ่านอิฐทุกก้อน และเสียงระฆังทุกครั้งที่ดังก้องเหนือแม่น้ำเจ้าพระยา

เขียนและภาพประกอบโดย วิวฟายเด้อ (Viewfinder) / Facebook: https://www.facebook.com/ViewfinderTravel

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ