วันแม่แห่งชาติ นอกจากการมอบดอกไม้หรือของขวัญเพื่อแสดงความรักและความกตัญญูต่อคุณแม่แล้ว "คำขวัญวันแม่" ยังเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่สะท้อนถึงคุณค่าของความกตัญญูและสายใยแห่งครอบครัว โดยในแต่ละปี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์ ได้พระราชทานคำขวัญวันแม่แก่พสกนิกรชาวไทย ซึ่งล้วนมีความหมายลึกซึ้งและทรงคุณค่า
สำหรับปี 2569 ถือเป็นปีแรกที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติด้วยพระองค์เอง แทนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นับเป็นอีกหนึ่งความสำคัญของคำขวัญวันแม่แห่งชาติในปีนี้
คำขวัญวันแม่แห่งชาติในแต่ละปีมาให้ดังนี้
คำขวัญวันแม่แห่งชาติประจำปี 2569
พระคุณแม่มากพ้น พรรณา,จรดลึกเหนือเวลา เปรียบได้ แทนคุณแม่ยากหาใดทด แทนคุณ ประกอบดีประกาศไว้โลกรู้ สรรเสริญ
ปี 2568 "คือขุนเขาลำเนาไพรคือสายน้ำ คือความงามความสุขคือทุกสิ่ง คือความรักความห่วงใยอันแท้จริง พระคุณแม่ใหญ่ยิ่งพ้นพรรณา"
ปี 2567 "คือใยรักถักร้อยด้วยชีวิต สร้างอีกหนึ่งชีวิตเติบใหญ่ ทอเส้นสายคุณธรรมสสู่หัวใจลูกทดแทนคุณแม่ให้สู่แผ่นดิน"
ปี 2566 "รักของแม่หนักแน่นนกว่าหินผา และอ่อนนุ่มเกินกว่าผืนผ้าไหม อบอุ่นอ่อนโยนกว่าสิ่งใดลูกทำดีด้วยใจประกาศรัก"
ปี 2565 "พระคุณแม่ยิ่งใหญ่เกินใดเปรียบ จะหาใครมาเทียบยากจักหา ประพฤติดีด้วยใจกาย วาจา ประกาศคุณมารดาต่อแผ่นดิน"
ปี 2564 "รักเอยรักแม่ ลูกทดแทนรักแท้ที่แม่ให้ เร่งพากเพียรทำดีด้วยหัวใจ ประกาศคุณแม่ไว้ในแผ่นดิน"
ปี 2563 "รักเอยรักลูก แม่จึงปลูกคุณธรรมให้รักษา รดความรักพรวนความดีมีเมตตา ลูกเติบใหญ่แทนคุณค่าของแผ่นดิน"
ปี 2562 "เพราะรักลูกมากกว่าใครในโลกหล้าเพราะพระคุณเลิศล้ำฟ้าจะหาไหน เพราะสอนให้ประพฤติดีทั้งกายใจ ลูกจึงรักแม่กว่าใครทดแทนคุณ"
ปี 2561 "เมื่อเราวรวมกำลังกันทั้งชาติ ย่อมสามารถช่วยไทยไขปัญหา ผนึกแรงหลอมรวมร่วมปัญญา จักนำพาชาติตนรอดพ้นภัย"
ปี 2560 "สอนให้ลูกเรียนรู้สู้ปัญหา จนเติบใหญ่ แข็งแกร่ง เพื่อเป็นกำลังไทย ให้แข็งแรง"
ปี 2559 "สอนให้ลูกทั้งหลายเดินสายกลาง ทำทุกอย่างพอดีมีเหตุผล ประกอบด้วยคุณธรรมนำทางตน ย่อมได้คนดีพอต่อบ้านเมือง"
ปี 2558 "ดินและน้ำ ลมและฟ้า ป่าและเขารวมกันเข้า คือ ทรัพย์สินแผ่นดินแม่ ฝากลูกไทยรวมใจภักติรักดูแล เพื่อมอบแก่หลานเหลนไทยไปชั่วกาล"
ปี 2557 "รักเรียนรู้งาน ถนอมบ้านเมืองไทยร่วมใจสามัคคี คือ ลูกที่ดีของแม่"
ปี 2556 "คำโบราณว่าดูนางดูอย่างแม่ คือ คำแปลว่าแม่ดีมีลูกเด่น จะชายหญิงรู้ชั่วดีมีกฎเกณฑ์ เพราะจัดเจนแบบอย่างในทางดี"
ปี 2555 "มือของแม่นั้นคือมือช่างปั้น ขึ้นรูปอันอ่อนลออจนหล่อเหลา อยากให้เป็นงานดีที่งามเงา อยู่คอยขัดเกลาแต่เบามือ"
ปี 2554 "เพลงชาติไทย เตือนไทยไว้เช้าค่ำ ให้จดจำจารึกใจไว้ทุกส่วน จะดำรงคงไทยได้ทั้งมวลด้วยไทยล้วนหมายรักสามัคคี"
ปี 2553 "แผ่นดินนี้แม่ของลูกใช้ปลูกข้าว กี่แสนก้าวที่เดินซ้ำย่ำหว่านไถ บำรุงดินจนอุดมสมดังใจ หวังนาไทยเป็นของไทยไปนิรันดร์"
ปี 2552 "แผ่นดินนี้ปู่ย่าตายายสร้าง เคยทอดร่างลงถิ่นแผ่นดินแม่ ขอลูกไทยรักษามั่นไม่ผันแปร เป็นไทยแท้มิใช่ไทยแต่ในนาม"
ปี 2551 "เมื่อเกิดมาอาศัยถิ่นแผ่นดินไหน ควรมีใจกตัญญูรู้คุณถิ่น หากคนไทยรู้ตอบแทนคุณแผ่นดิน จักไม่มีวันสิ้นแผ่นดินไทย"
ปี 2550 "ข้าวในนาปลาในน้ำคำโบราณ คือ ตำนานความอุดมสมบูรณ์สิน ฝากลูกไทยร่วมห่วงแหนรักแผ่นดิน ถนอมไว้อย่าให้สิ้นแผ่นดินไทย"
ปี 2549 "รักในหลวงพร้อมใส่ใจเสื้อเหลือง รักบ้านเมืองจงน้อมใจให้สร้างสรรค์ใส่วีเดียวแล้วใจเดียวกลมเกลียวกัน รักเช่นนั้นชาติของตนจึ้งพ้นภัย"
ปี 2548 "ดุจดังแม่ผู้ประเสริฐบังเกิดเกล้า เลี้ยงเราทุกคนมาจนใหญ่ ทุกคำข้าวคือสินแผ่นดินไทยควรตรองใจทดแทนคุณแผ่นดิน"
ปี 2547 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ประทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ความว่า "แม่ คือ ผู้ให้ให้โดยไม่หวังผลตอบแทนใดใด นอกจากความรักความเข้าใจจากลูก" ส่วนพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ประทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ความว่า "แม่ไม่อาจอยู่กับลูกได้ชั่วชีวิต ควรสอนให้เขารู้จักคิดและเลือกปฏิบัติในทางที่ถูกต้อง"
ปี 2546 "สามร้อยหกสิบห้าวัน คือ วันแม่ มิใช่แค่วันใดให้นึกถึงสม่ำเสมอ สมัครจิตคิดคำนึงเหมือนแม่ซึ่งรักลูกครบทุกวัน"